
เมกาบางนา ประกาศเดินหน้าขยายโครงการครั้งใหญ่ด้วยงบลงทุน 6,000 ล้านบาท ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ Ikano Centres เพิ่มพื้นที่โครงการรวม (GBA) อีก 170,000 ตารางเมตร พร้อมที่จอดรถเพิ่ม 1,750 คัน ภายใต้แนวคิด ‘A Nature-led, Experience-led Destination’ มุ่งยกระดับจากศูนย์การค้าสู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และมิกซ์ยูสแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก คาดแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2571
23 มิ.ย. 2569 – การขยายโครงการครั้งนี้จะทำให้เมกาบางนามีพื้นที่โครงการรวมกว่า 800,000 ตารางเมตร หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของแผนพัฒนา Mega City ระยะยาวบนพื้นที่กว่า 325 ไร่ ซึ่งเมื่อพัฒนาแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีพื้นที่รวมกว่า 1.3 ล้านตารางเมตร และมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท

เชื่อมั่นศักยภาพบางนา ดันสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่
นายอาร์โนด์ เบเกอร์ Director of Market Strategy and Real Estate Development บริษัท Ikano Centres กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่ Ikano มีต่อศักยภาพของประเทศไทยและย่านบางนา ซึ่งบริษัทมองเห็นโอกาสตั้งแต่เริ่มพัฒนาโครงการเมื่อ 14 ปีก่อน โดยเชื่อว่าบางนาไม่ได้เป็นเพียงทำเลยุทธศาสตร์ด้านรีเทล แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้เวลาคุณภาพร่วมกับครอบครัวและเพื่อน
ตลอดระยะเวลา 14 ปี เมกาบางนาต้อนรับผู้ใช้บริการสะสมกว่า 670 ล้านครั้ง สร้างสถิติผู้เข้าใช้บริการสูงสุด 60 ล้านครั้งในปี 2568 พร้อมรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ 100% อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ IKEA สาขาแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนเติบโตเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอาเซียน
“สิ่งที่เราภาคภูมิใจที่สุดไม่ใช่เพียงขนาดของโครงการหรือผลการดำเนินงาน แต่คือความสัมพันธ์ที่สร้างร่วมกับลูกค้าตลอด 14 ปีที่ผ่านมา” นายอาร์โนด์กล่าว

เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าวิสัยทัศน์ Future-Led Ecosystem
นายภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotels and Alternative Investments บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การขยายเมกาบางนาในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาโครงการ ภายใต้วิสัยทัศน์ A Future-Led Ecosystem โดยไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ศูนย์การค้า แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต ในระยะยาว เมกาบางนาจะได้รับการพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ประกอบด้วย ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และที่พักอาศัย เพื่อเชื่อมโยงการใช้ชีวิต การทำงาน และคอมมูนิตี้เข้าด้วยกัน ภายใต้วิสัยทัศน์ Mega City ที่มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
นายภูมิ กล่าวว่า ปัจจุบันบางนาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตเร็วที่สุดของกรุงเทพฯ จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของกลุ่ม Modern Family และ Modern Affluent Family รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการช้อปปิ้งสู่การแสวงหาประสบการณ์ การพักผ่อน และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว

ปั้นแลนด์มาร์กใหม่รับเทรนด์
ด้าน นายมาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา และเมกาซิตี้ กล่าวว่า ธุรกิจรีเทลในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องสินค้า แต่ต้องสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในทุกมิติ
เมกาบางนาจึงพัฒนาโครงการภายใต้วิสัยทัศน์ “A Destination for a More Thoughtful Everyday” เพื่อให้เป็นมากกว่าศูนย์การค้า แต่เป็นพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต พบปะ และสร้างความสัมพันธ์ของคนทุกเจเนอเรชัน
ส่วนต่อขยายได้รับแรงบันดาลใจจาก Nordic Design ที่เน้นธรรมชาติและการออกแบบโดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง พร้อมพัฒนาแลนด์มาร์กใหม่ ได้แก่
MEGA SKYLINE พื้นที่สีเขียวและคอมมูนิตี้สเปซกว่า 7 ไร่ พร้อมพื้นที่กิจกรรมและออกกำลังกายกว่า 3,000 ตารางเมตร
MEGA LOFT โซนร้านอาหารและแหล่งพบปะสังสรรค์ขนาดกว่า 2,000 ตารางเมตร ซึ่งวางตำแหน่งเป็น Food Destination แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก
ดึงกว่า 250 แบรนด์ใหม่ เติมพอร์ตสู่ 1,200 แบรนด์
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ เมกาบางนาจะมีแบรนด์รวมกว่า 1,200 แบรนด์ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีประมาณ 900 แบรนด์ โดยจะมีแบรนด์ใหม่กว่า 250 แบรนด์ เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเป็นครั้งแรก รวมถึงกลุ่ม Accessible Luxury มากกว่า 20 แบรนด์ พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้านรีเทล ร้านอาหาร ไลฟ์สไตล์ และเวลเนส ผ่านการเชื่อมต่อพื้นที่ใหม่กับศูนย์การค้าเดิมอย่างไร้รอยต่อ

ฐานลูกค้าแข็งแกร่ง หนุนการเติบโตระยะยาว
ปัจจุบัน เมกาบางนามีร้านค้ากว่า 900 ร้าน ประกอบด้วยร้านอาหาร 176 ร้าน และร้านค้าปลีก 730 ร้าน โดยมีผู้เช่าหลัก ได้แก่ IKEA, เซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์, โฮมโปร, บิ๊กซี และเมกา ซีนีเพล็กซ์ รวมถึงแบรนด์ระดับโลกอย่าง Zara, Uniqlo, Muji, H&M, Pull&Bear, lululemon, Sephora, Tudor, TAG Heuer และ Victoria’s Secret
ศูนย์การค้ามีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 165,000 คนต่อวัน ลูกค้ากลับมาใช้บริการเฉลี่ย 4-5 ครั้งต่อเดือน มีสมาชิก Mega Smile Rewards กว่า 450,000 ราย และจัดกิจกรรมมากกว่า 160 งานต่อปี
จากผลสำรวจ Retail Customer Research 2024 เมกาบางนาได้รับการจัดอันดับเป็นศูนย์การค้าที่ลูกค้าแนะนำมากที่สุด พร้อมมีการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) สูงถึง 95% และระดับความพึงพอใจของลูกค้า 100%
การลงทุนครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการขยายพื้นที่รีเทล แต่เป็นการวางรากฐานสู่การพัฒนา Mega City ที่จะเป็นแลนด์มาร์กเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตะวันออก พร้อมรองรับการเติบโตของเมืองและการบริโภคในระยะยาว ภายใต้ความร่วมมือของเซ็นทรัลพัฒนาและ Ikano Centres
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' ดัน 'กรอ.' โฉมใหม่ ผนึกรัฐ-เอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
"เอกนิติ" เดินหน้า กรอ. ชุดใหม่ ดึงรัฐ-เอกชน“ร่วมออกแบบเศรษฐกิจไทย” ปลดล็อก 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

