
ถิรไทย เดินหน้าปรับฐานการเงินกลุ่มบริษัท เสริมแกร่ง รองรับการเติบโตของธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ล่าสุดบอร์ดอนุมัติแผนปรับโครงสร้างทุน แอล.ดี.เอส.เมทัล เวิร์ค บริษัทย่อย เพื่อยกระดับฐานะการเงิน ล้างผลขาดทุนสะสม เพิ่มทุนปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงไตรมาสแรก พร้อมพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล หากกระแสเงินสดเป็นไปตามแผน
3 ก.ค. 2569 – นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าของไทย เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าปรับโครงสร้างทางการเงินของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและยกระดับศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยล่าสุดคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแผนปรับโครงสร้างทุนของ บริษัท แอล.ดี.เอส.เมทัล เวิร์ค จำกัด (LDS Metal Work) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TRT ถือหุ้นในสัดส่วน 92.50% เพื่อฟื้นฐานะทางการเงินและรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
สำหรับแผนดังกล่าว ประกอบด้วยการ ลดทุนจดทะเบียน ผ่านการลดมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ของหุ้น เพื่อล้างผลขาดทุนสะสมของบริษัทย่อย ก่อนดำเนินการ เพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้ปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) รองรับการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการปรับฐานทางการเงินให้มีความเหมาะสมกับทิศทางการเติบโตในอนาคต มากกว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจแต่อย่างใด
ภายใต้แผนดังกล่าว บริษัทย่อยจะลดทุนจดทะเบียนจาก 120 ล้านบาท เหลือ 30 ล้านบาท ผ่านการลดมูลค่าหุ้นจาก 100 บาท เหลือ 25 บาทต่อหุ้น ก่อนเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกไม่เกิน 515 ล้านบาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็นไม่เกิน 545 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้ในการปรับโครงสร้างทางการเงินและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจในระยะต่อไป
นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า การปรับโครงสร้างทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริหารเงินลงทุนภายในกลุ่มบริษัท เพื่อให้ทุกบริษัทในเครือมีฐานะการเงินที่แข็งแรง สามารถรองรับโครงการขนาดใหญ่และการขยายธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วโลกยังมีความต้องการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายระบบส่งไฟฟ้า การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Energy Transition)
“TRT ไม่ได้มองเพียงผลประกอบการระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างฐานการเงินที่มั่นคงในทุกบริษัทภายในกลุ่ม เพื่อรองรับการเติบโตในอีกหลายปีข้างหน้า การปรับโครงสร้างทุนของ LDS จึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว”
ในส่วนของผลการดำเนินงาน บริษัทประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มใกล้เคียงกับไตรมาสแรกของปี โดยยังได้รับแรงสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงคำสั่งซื้อจากโครงการด้านระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าบริหารต้นทุนและกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและรองรับแผนการลงทุนในอนาคต
นายสัมพันธ์ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหากผลการดำเนินงานและ กระแสเงินสด (Cash Flow) เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทมีโอกาสพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ตามความเหมาะสม
“ยังคงยึดหลักการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต กับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้น หากสถานะกระแสเงินสดมีความแข็งแรงเพียงพอ คณะกรรมการก็พร้อมพิจารณาการจ่ายเงินปันผลตามนโยบายของบริษัท”
อย่างไรก็ดี TRT ยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การก้าวสู่ Global Energy Infrastructure Player โดยมุ่งขยายธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาดใหญ่และอุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้าสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วโลก การขยายโครงข่ายไฟฟ้า การลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ส่งผลให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

