
เปิดตัวรถไฟโดยสารต้นแบบ ‘รถไฟไทยทำ’ อว. และ สจล. ส่งมอบให้ รฟท. หลังผ่านการทดสอบเดินรถกว่า 10,000 กิโลเมตร ดันใช้งานจริงในเส้นทางท่องเที่ยว ชูจุดเด่นใช้วัสดุผลิตในประเทศ 44% ลดต้นทุนกว่านำเข้า 30% ยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทยด้วยนวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทย และวางรากฐานสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในอนาคต
3 ก.ค..2569-นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบตู้โดยสารต้นแบบรถไฟไทยทำระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า พร้อมผลักดันงานวิจัยให้ก้าวสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยวางระบบสนับสนุนตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยแนวหน้า ไปจนถึงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (Matching Fund) เพื่อเร่งต่อยอดผลงานวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ซึ่งโครงการรถไฟไทยทำ ของ สจล. เป็นตัวอย่างที่สะท้อนความสำเร็จของการเปลี่ยนองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง
นายยศชนัน กล่าวว่า งานวิจัยที่มีคุณค่าต้องเริ่มจากการตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ โดยความต้องการตู้โดยสารของ รฟท. ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมระบบรางไทย หากสามารถผลิตได้เองภายในประเทศ จะช่วยลดการนำเข้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมของประเทศ ผลลัพธ์ของการบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา ทั้งวิศวกรรม วัสดุศาสตร์ ระบบปรับอากาศ และเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงและการให้บริการ โครงการนี้ไม่เพียงเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมระบบรางไทย แต่ยังเป็นต้นแบบที่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ การเปิดโอกาสให้นวัตกรรมไทยถูกนำไปใช้งานจริง จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างต่อเนื่อง
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รฟท.ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ภายใต้โครงการวิจัย “การพัฒนารถไฟโดยสารต้นแบบ (รถไฟไทยทำ) เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีด้านการขนส่งทางราง ด้านรถจักรและล้อเลื่อน รวมถึงการพัฒนาสู่ระบบไฟฟ้า ส่งเสริมการใช้วัสดุในประเทศ สนับสนุนการลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานและนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่มุ่งมั่นผลักดันการใช้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในระบบคมนาคมขนส่งประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดมลพิษ และบรรเทาภาวะโลกร้อน เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมขนส่งทางรางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายอนันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รฟท.ได้มีการนำตู้โดยสารดังกล่าวไปทดสอบสมรรถนะการเดินรถ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดให้บริการ โดยพ่วงไปกับขบวนรถในเส้นทางสายเหนือ สายใต้ รวมระยะทางกว่า 10,000 กิโลเมตร ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมที่จะนำรถไฟโดยสารต้นแบบขบวนนี้ไปต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะการให้บริการในเส้นทางท่องเที่ยวระยะ 200 ถึง 500 กิโลเมตร ซึ่งเป็นรูปแบบบริการที่มีมูลค่าสูงและตอบโจทย์การส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะร่วมกับ สจล. และหน่วยงานพันธมิตร ในการทดสอบประเมินผลและพัฒนาให้รถไฟไทยทำมีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชาชนอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม การรถไฟฯ ได้จัดทำแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่สนใจเช่าตู้โดยสารแบบจัดเฉพาะหรือเหมาขบวนท่องเที่ยว ทั้งในรูปแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืนในเส้นทางระยะสั้น อาทิ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สระบุรี รวมถึงขบวนรถทางไกล เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการต่อไป
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบัน กล่าวว่า รถไฟไทยทำเป็นรถไฟโดยสารต้นแบบคันแรกของประเทศไทย ในโครงการวิจัย “รถไฟไทยทำ” ที่ได้รับการสนับสนุนทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์จากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับ กิจการร่วมค้า ไซโนเจน-ปิ่นเพชร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ขณะที่หน่วยงานวิจัยคือ ศูนย์วิจัยระบบรางและโครงสร้างพื้นฐาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
ทั้งนี้ ได้นำแนวคิดการผลิตตู้โดยสารที่ใช้วัสดุและอุตสาหกรรมในประเทศถึง 44% ราคาต้นทุนถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศได้ถึง 30% ต่อตู้ จึงถือเป็นตู้โดยสารต้นแบบคันแรกของไทยที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิจัยไทย หลังจากพัฒนาแล้วเสร็จ จะส่งมอบตู้โดยสารต้นแบบให้การรถไฟฯ นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตรถขนส่งทางรางด้วยหลักคิดการพึ่งพาตนเอง
สำหรับโครงสร้างตัวรถใช้เหล็กรูปพรรณแบบโมดูลาร์ที่มีน้ำหนักเบาลงกว่าร้อยละ 22 รองรับความเร็วได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีระดับเสียงรบกวนต่ำ การวิ่งและการเบรกมีความนุ่มนวล สมดุล และเป็นไปตามมาตรฐานยุโรป ภายในตู้โดยสารได้ออกแบบระดับลักชัวรี (Luxury Class) จำนวน 25 ที่นั่ง แบ่งเป็น Super Luxury 8 ที่นั่ง และ Luxury 17 ที่นั่ง มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ระบบนวดไฟฟ้าช่วยให้ผ่อนคลาย มีช่องเสียบ USB ติดตั้งระบบหน้าจอ Touch Screen ใช้ระบบ Infotainment รองรับการเชื่อมต่อ YouTube มีช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ และห้องน้ำสามารถรองรับผู้พิการได้

