‘บสย’ รุกVirtual Bankอุ้มเอสเอ็มอี โชว์ผลงาน6เดือนค้ำประกันโต129%

‘บสย’ รุก Virtual Bank เดินเครื่องถกหวังช่วยลดความเหลื่อมล้ำเอสเอ็มอี ลุยปั้น API Gateway ชูค้ำประกันสินเชื่อเรียลไทม์ พร้อมโชว์ผลงานครึ่งปีแรก ยอดค้ำสินเชื่อพรวด 129%

20 ก.ค. 2569 – นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บสย. อยู่ระหว่างการหารือกับผู้ได้รับใบอนุญาตธุรกิจธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ทั้ง 3 ราย โดยยอมรับว่ามี 1 รายที่มีเป้าหมายสอดคล้องกับ บสย. ในการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าจะต่อยอดความร่วมมือผ่านการเชื่อมต่อระบบดิจิทัลในอนาคต

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง บสย. จะเร่งยกระดับองค์กรผ่านมาตรการ บสย. พร้อมพลัส+โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมต่อระบบนิเวศทางการเงิน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและขยายโอกาสให้เอสเอ็ทอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ภายใต้ 4 แนวทางหลัก

แนวทางแรก คือ การเชื่อมต่อแพลตฟอร์มกลางและพัฒนา บสย. API Gateway เพื่อให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินรายใหม่สามารถเชื่อมต่อบริการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมพัฒนาการออกหนังสือค้ำประกัน Prompt LG แบบเรียลไทม์ สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้ามาติดต่อ บสย. โดยตรง ก่อนส่งต่อข้อมูลไปยังผู้ให้บริการทางการเงินผ่านระบบ API Gateway

แนวทางที่สอง คือ การขับเคลื่อนโครงการ SMEs Credit Boost ซึ่ง บสย. รับบริหารมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบมากกว่า 100,000 ล้านบาท โดยในเดือนมิ.ย. 2569 ธนาคารพาณิชย์มียอดอนุมัติสินเชื่อผ่านโครงการรวม 33,086 ล้านบาท แนวทางที่สาม คือ การยกระดับช่องทาง LINE OA: @tcgfirst ให้เป็นเครื่องมือทางการเงินสำหรับเอสเอ็มอีโดยช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัวบริการใหม่ ได้แก่ “My Request” สำหรับสมัครเข้าร่วมมาตรการบสย. พร้อมช่วย

ส่วนแนวทางที่สี่ คือ การกลับมารุกบริการ ค้ำประกันสินเชื่อรายใบ หรือ Individual Guarantee โดยนำเครื่องมือเครดิตสกอริ่งมาใช้ประเมินความเสี่ยง ควบคู่กับแนวทาง Risk Participation ร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้ำประกันสินเชื่อ

นายสิทธิกร กล่าวอีกว่า ในส่วนของผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-มิ.ย.) บสย.มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 44,570 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 129% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน 50,167 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ 50,029 ราย รักษาการจ้างงาน 342,720 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 219,730 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ได้รับการค้ำประกันสูงสุด ได้แก่ ภาคบริการ อาหารและเครื่องดื่ม และการผลิตสินค้าและการค้าอื่น ๆ

พร้อมกันนี้ บสย.ได้เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ เครดิตพลัส (Credit Plus) วงเงิน 20,000 ล้านบาท ค้ำประกันตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100 ล้านบาทต่อราย คิดค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 1.25% ต่อปี ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 10 ปี โดยใช้ TCG Score หรือเครดิตสกอริ่งในการบริหารความเสี่ยง คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบ 26,900 ล้านบาท ช่วยเอสเอ็มอีกว่า 9,075 ราย รักษาการจ้างงาน 194,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 98,600 ล้านบาท

เพิ่มเพื่อน