
‘คลัง’ แจงเร่งพิจารณาทบทวนเกณฑ์คัดกรอง-ระยะเวลาอุทธรณ์สิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ ชี้เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริง พร้อมตั้ง One Stop Service อำนวยความสะดวกประชาชนกระจายทุกพื้นที่
20 ก.ค. 2569 – นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติและระยะเวลาการเปิดรับเรื่องขอทบทวนสิทธิในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การทบทวนสิทธิสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของประชาชนมากยิ่งขึ้น เช่น กรณีเกณฑ์กรรมสิทธิ์ในการถือครองรถ สำหรับผู้ถือครองรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี ไม่มีสภาพการใช้งาน และกรณีเกณฑ์สถานะนักเรียนหรือนักศึกษาในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ซึ่งเป็นผู้เรียนในการศึกษานอกระบบสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย ไม่อยู่ในระบบการศึกษาภาคบังคับ
โดยจะรวบรวมประเด็นให้ครบถ้วนเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จึงได้มีการจัดตั้ง One Stop Service กระจายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้คำแนะนำ ประสานการตรวจสอบข้อมูล ช่วยเหลือยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันตามขั้นตอนต่าง ๆ
อย่างไรก็ดี ผู้ลงทะเบียนที่เห็นว่าข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ยังสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569 ผ่าน 4 ช่องทางหลักของโครงการ ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th) แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) และที่สำคัญจะต้องติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลเพื่อชี้แจงหรือแก้ไขข้อมูลภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยหน่วยงานเจ้าของข้อมูลทุกแห่งพร้อมอำนวยความสะดวก
“การเปิดลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 นี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ประชาชนกลุ่มยากจนที่สุดได้เข้าสู่ระบบ ทำให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับการจัดสวัสดิการให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยอย่างเหมาะสม เนื่องจากปัญหาความลำบากของแต่ละกลุ่มอาจแตกต่างกัน โดยกลุ่มยากจนที่สุดจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มถัดมาลดหลั่นกันไปจะได้รับการดูแลจากสวัสดิการอื่นที่ถูกฝาถูกตัวมากขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อแต่ละกลุ่ม” โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สอบเอ็มดีธกส.จบ 30 วัน คลังปัดแจกเงินเกษตรกร
“เอกนิติ” สั่งเร่งสอบปม 8 ข้อร้องเรียนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ขีดเส้น 30 วันต้องได้ข้อสรุป ยืนยันต้องโปร่งใส-เป็นธรรม พร้อมปิดประตูใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทแจกเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท

