‘เครดิตบูโร’ ห่วงNPLสิ้นพ.ค.69พุ่ง1.33ล้านล้าน ชี้ลูกหนี้เริ่มเลี้ยงงวดไม่ไหว/หนุนออกมาตรการอุ้ม

‘เครดิตบูโร’ ห่วงหนี้เสียพุ่งแตะ 1.33 ล้านล้านบาท ส่วนหนี้กำลังจะเสียขยับเพิ่มตาม ชี้ลูกหนี้เริ่ม ‘เลี้ยงงวด’ ไม่ไหว สะท้อนยอดค้างชำระปะทุ หนุนหน่วยงานเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ

21 ก.ค. 69 – นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Surapol Opasatien’ โดยระบุถึงข้อมูลสถิติเดือน พ.ค. 2569 ของถังข้อมูลเครดิตบูโรที่ไม่มีตัวตน พบว่า หนี้ครัวเรือนไทย 13.64 ล้านล้านบาทที่เก็บข้อมูลในเครดิตบูโร โดยไม่รวมหนี้ที่สหกรณ์ปล่อยกู้ หนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีอัตราการเติบโตเพียง 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จำนวนบัญชี อยู่ที่ 100.28 ล้านบัญชี เติบโตสูงถึง 9.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ เป็นการเติบโตในส่วนของสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) 13.8% ซึ่งส่วนหนึ่งของสินเชื่อก้อนเล็ก ๆ อย่าง ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (Buy Now Pay Later : BNPL) นั้น ก็อยู่ในหมวดนี้ด้วย

สำหรับหนี้เสีย หรือ NPL ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2569 พบว่า กราฟหักหัวขึ้นจากสิ้นไตรมาส 1/2569 มาหยุดที่ 9.75% คิดเป็น 1.33 ล้านล้านบาท ส่วนหนี้กำลังจะเสีย หรือ SM นั้น ปรับตัวพุ่งขึ้นจากไตรมาส 3/2568 ที่ 3.1% มาหยุดที่ระดับปัจจุบัน 4.3% สะท้อนว่าการค้างชำระแต่ยังไม่เป็นหนี้เสียหรือที่เรียกว่า ‘เลี้ยงงวด’ กันอยู่เริ่มไม่ไหว โดยมองว่าอาจจำเป็นจะต้องมีมาตรการออกมาเพื่อให้ความช่วยเหลือในส่วนนี้

ขณะที่สถานการณ์ที่แสดงปริมาณลูกหนี้ที่มีปัญหาทางการเงินและได้เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา (Troubled Debt Restructuring : TDR) ปัจจุบันยอดสะสม อยู่ที่ 1.195 ล้านล้านบาท ค่อนข้างคงที่มาตั้งแต่ไตรมาส 1/2567 ซึ่งอยู่ที่ 1.072 ล้านล้านบาท แต่ที่น่าสนใจ คือ การปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน (Debt Restructuring: DR) ได้ปรับพุ่งขึ้นจากไตรมาส 2/2567 ซึ่งอยู่ที่ 2.91 แสนล้านบาท มาเป็น 1.70 ล้านล้านบาท ในเดือน พ.ค. 2569 ขณะที่มีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันมากมาย เช่นเดียวกับลูกหนี้กลุ่ม SM ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“การทำ TDR และ DR ในทุกกรณีจะมีการกำหนดให้มีข้อมูลวันที่ทำการปรับโครงสร้างหนี้ TDR date, DR date และนับจากวันดังกล่าวไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน 12 เดือน 18 เดือน ลูกหนี้ต้องแสดงความสามารถในการชำระหนี้ตามสัญญาของ TDR และ DR ให้ได้ทุกประกาศ จึงจะมีคุณสมบัติยื่นขอสินเชื่อได้อีกครั้ง ระยะเวลาดังกล่าวนี้เรียกว่าระยะดูใจ จะกี่เดือนเจ้าหนี้แต่ละคนอาจคิดไม่เหมือนกัน ดังนั้นผู้อ่านเข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไมการปฏิเสธการให้กู้ถึงมากมายก่ายกองจนบ่นกันขรม แต่บางองค์กรก็มีความพยายามที่จะฟังเสียง แต่มันไม่ได้ยินอะไรเลย เราอยู่บนทะเลเดือดเดียวกัน แต่เราอยู่เรือนคนละลำ ท่านอู่บนเรือบรรทุกเครื่องบินมั้ง” ผู้อำนวยการใหญ่ NCB ระบุ

เพิ่มเพื่อน