บี.กริม เพาเวอร์ จัดทัพ 4 ธุรกิจ รับ PDP 2026 รุก Energy Tech Company

บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าจัดทัพหน่วยธุรกิจ รับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 วาง 4 หน่วยธุรกิจหลัก เสริมศักยภาพจากธุรกิจพลังงานสู่ Energy Tech Company พร้อมเปิดโอกาสสร้างรายได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกินพร้อมเชื่อมต่อให้ลูกค้าได้ทันทีรวมกว่า 250 เมกะวัตต์ เดินหน้าดีล AI และ Data Center Ecosystem บนที่ดินพร้อมไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ขณะที่ธุรกิจพลังงานสะอาดยังเดินหน้าขยายตัวในระดับภูมิภาค และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับเทคโนโลยี SMR ในอนาคต

1 ก.ย. 2569 – นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาวของประเทศคาดว่าจะสูงถึงราว 77,374 เมกะวัตต์ ในกรณีสูง (High Case) ภายในปี 2593 โดยเฉพาะโครงการ Data Center ในพื้นที่ EEC ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าราว 3,000–4,000 เมกะวัตต์ ขณะที่ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 จะเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อทิศทางธุรกิจพลังงานในระยะข้างหน้า เพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว บี.กริม เพาเวอร์ ได้ Transform องค์กรอย่างเป็นระบบ โดยจัดตั้ง 4 หน่วยธุรกิจหลักที่เสริมพลังซึ่งกันและกัน ภายใต้เป้าหมายก้าวจากผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำสู่การเป็น Energy Tech Company ที่ครบวงจร

หน่วยธุรกิจแรกคือ บี.กริม บียอนด์บริดจ์ หัวหอกธุรกิจดิจิทัล มุ่งสู่ Digital Infrastructure-as-a-Service หรือ DIaaS ต่อยอดจาก Smart Micro Grid ความยาวกว่า 216.76 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรองรับกลไก Third Party Access หรือ TPA ที่กำลังจะเกิดขึ้นตาม PDP 2026

หน่วยธุรกิจที่สองคือ บี.กริม ไอเน็ต ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับไอเน็ต เพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Industrial Estate พร้อมเสริมความมั่นคงด้านข้อมูลและ Digital Sovereignty ของประเทศ

หน่วยธุรกิจที่สามคือ ดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ผู้พัฒนาและดำเนินการ Data Center ระดับ Hyperscale ขนาด 96 เมกะวัตต์ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ที่จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันโครงการคืบหน้ากว่า 45% เตรียมเปิดดำเนินการบางส่วนในช่วงปลายปี 2569 พร้อมตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตรวมเป็น 300 เมกะวัตต์ภายในปี 2573

หน่วยธุรกิจที่สี่คือพอร์ตพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค ภายใต้ยุทธศาสตร์ GreenLeap ตั้งเป้ากำลังผลิตตามสัญญา 10,000 เมกะวัตต์ โดยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนกว่า 50% ภายในปี 2573 ครอบคลุมโครงการทั้งในไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น

สำหรับโอกาสสร้างรายได้ระยะสั้น นายนพเดช กล่าวว่า บริษัทสามารถเร่งรับรู้รายได้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการลงทุนใหม่ ทั้งในช่วงที่เหลือของปี 2569 และต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 โดยหนึ่งในโอกาสสำคัญคือกำลังผลิตไฟฟ้าส่วนเกินที่พร้อมเชื่อมต่อให้กับลูกค้าได้ทันทีรวมประมาณ 250 เมกะวัตต์ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและอ่างทอง

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาขายที่ดินพร้อมระบบไฟฟ้าให้ผู้พัฒนา Data Center ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญและสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาไปสู่ Data Center Ecosystem บนพื้นที่ที่มีทั้งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร

สำหรับโครงการ Nakwol 1 ในเกาหลีใต้ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 365 เมกะวัตต์ ซึ่งบี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 49% และอยู่ในกลุ่มโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ภายในปีนี้ หลังบริษัท B.Grimm Power Korea เข้าซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ Unison Co., Ltd. สัดส่วนราว 85% มูลค่า 32,000 ล้านวอน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ ด้านโครงการ Data Center ของดิจิทัล เอดจ์ บี.กริม ขนาด 96 เมกะวัตต์ที่ชลบุรี มีความคืบหน้ากว่า 45% และเตรียมทยอยเปิดดำเนินการบางส่วนภายในปลายปี 2569

ส่วนโครงการ COD อื่นๆ ที่คาดว่าจะทยอยเข้าระบบ ได้แก่ Zhongce Rubber โครงการโซลาร์รูฟท็อปในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ขนาด 35 เมกะวัตต์ และ Huong Hoa 1 โครงการพลังงานลมบนฝั่งในเวียดนาม ขนาด 48 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการอื่นอีก รวมกำลังผลิตสูงสุด 30 เมกะวัตต์

ขณะที่โครงการ อินทรี บี.กริม โซล่าร์ ขนาด 83.79 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และยังคงรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สำหรับโครงการโซลาร์ลอยน้ำ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เริ่มรับรู้รายได้แล้ว โดยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ในเฟสแรก รวม 17 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

ด้านโครงการโซลาร์ฟาร์ม Vista Alegre ที่ฟิลิปปินส์ บริษัท Amatera Renewable Energy Corporation หรือ ARECO ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100% ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หรือ REPA ขนาด 50 เมกะวัตต์ จากโครงการที่มีกำลังการผลิตติดตั้ง 65 เมกะวัตต์ บนเกาะเนกรอส กับ National Transmission Corporation หรือ TransCo ภายใต้โครงการ Green Energy Auction–4 หรือ GEA-4 ของกระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์

นอกจากการเก็บเกี่ยวโอกาสระยะสั้น บี.กริม เพาเวอร์ ยังเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรปและจีน บนหลักคิด “อธิปไตยทางพลังงาน” หรือ Energy Sovereignty เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงและความผันผวนของราคาพลังงานโลกในระยะยาว

“สำหรับหลายองค์กร แผนพลังงานชาติฉบับใหม่คือโจทย์ของการปรับตัว แต่สำหรับบี.กริม เพาเวอร์ มันคือคำอธิบายของเส้นทางที่เลือกเดินมาตลอด” นายนพเดช กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมสภาพคล่องถึงสำคัญ บทเรียนธุรกิจที่เจ้าของร้านมือใหม่มักมองข้าม

‘สภาพคล่อง’ เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้าต้องใส่ใจ เพราะการที่ธุรกิจมีกำไรไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินสดเพียงพอสำหรับหมุนเวียนเสมอไป

TEGH ยิ้ม ออเดอร์ยางพุ่ง! ดันรายได้รวมปีนี้เติบโต 10%

TEGH ประเมินแนวโน้มครึ่งหลังปี 69 สัญญาณดี ออเดอร์ยางพุ่ง! พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ดันรายได้รวมปีนี้เติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท