TEGH ยิ้ม ออเดอร์ยางพุ่ง! ดันรายได้รวมปีนี้เติบโต 10%

TEGH ประเมินแนวโน้มครึ่งหลังปี 69 สัญญาณดี ออเดอร์ยางพุ่ง! พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิต ลดต้นทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ดันรายได้รวมปีนี้เติบโต 10% แตะระดับ 22,000 ล้านบาท

31 ส.ค. 2569- นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TEGH) ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการรับบริหารจัดการกากอินทรีย์และผลิตพลังงานทดแทน ประเภทพลังงานชีวภาพแบบครบวงจรในพื้นที่ EEC เปิดเผยว่า แนวโน้มการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2569 ยังมีทิศทางที่ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากตลาดอินเดีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงการใช้มาตรการ EUDR ที่คาดว่าจะไม่เลื่อน อีกทั้งบริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตทั้งจากปริมาณขายและการเพิ่มสัดส่วน High Value Products รวมถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร โดยคาดว่าปริมาณขายยางแท่งในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 260,000 ตัน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

“บริษัทฯ มั่นใจว่า สัดส่วนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ในช่วงครึ่งปีหลัง จะเพิ่มจากครึ่งปีแรกที่อยู่ในระดับ 30% หลังจากทิศทางการบังคับใช้กฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรปมีความชัดเจนมากขึ้น และคาดว่าจะไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปเพิ่มเติม โดยจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ธันวาคม 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายยางแท่งมาตรฐาน EUDR ให้เพิ่มขึ้น”นางสาวสินีนุช

นางสาวสินีนุช  กล่าวว่าขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ มีแนวโน้มกลับมาทำผลงานได้ดี จากการเดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการซ่อมบำรุงเครื่องจักร การติดตั้งหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ลูกใหม่ และการติดตั้งหม้อนึ่งปาล์ม (Sterilizer) เพิ่มเติม คาดว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้อีก 50% ภายในปีนี้ เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในระยะถัดไป โดยตั้งเป้าได้รับการรับรอง ISCC corsia ในปีนี้ หลังจากที่ได้รับการรับรอง ISCC plus และ ISCC EU มาแล้วในปีที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และขยายโอกาสทางทางการค้าในระยะยาว

ด้านธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ มีแผนการเติบโตต่อเนื่องหลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 1 และโครงการบ่อกากปิโตรเคมี ส่วนโครงการขยายกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพเฟสที่ 2 อยู่ระหว่างขั้นตอนการทบทวนเทคโนโลยี งบประมาณ และปรับกำหนดเสร็จเป็นไตรมาส 2/70 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดเงินลงทุนจากแผนเดิม ขณะเดียวกันยังเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพได้มากขึ้น

โครงการดังกล่าวจะเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการกากอินทรีย์อีกประมาณ 297,000 ตันต่อปี และเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพประมาณ 23.76 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สนับสนุนเป้าหมายปี 2570 ให้บริษัทมีศักยภาพบริหารจัดการกากอินทรีย์รวมประมาณ 1.1 ล้านตันต่อปี และมีกำลังการผลิตก๊าซชีวภาพรวมประมาณ 58 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อพัฒนาก๊าซชีวภาพไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น Compressed Bio Gas (CBG) และ Liquid Bio Methane (LBM) สำหรับภาคอุตสาหกรรมและการขนส่ง รวมถึงโอกาสในการสร้างรายได้จาก Carbon Credit ที่จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณกากอินทรีย์

ส่วนแผนการนำการบริษัทย่อย “บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (TEBP)” เสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ปัจจุบันมีความคืบหน้า กลต.อนุมัติให้ขยายระยะเวลาในการ IPO ต่อไป โดยจะพิจารณาภาวะตลาดทุนและทางเลือกต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท และจะดำเนินตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 4,405 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 165 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104% จากไตรมาสก่อน แม้ต้องเผชิญความผันผวนของราคาและปริมาณวัตถุดิบจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศ สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการดำเนินงานท่ามกลางความท้าทายของตลาด.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง