อินโดนีเซียต้อนรับการมาถึงของเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกซึ่งเป็นของอดีตกองทัพเรืออิตาลี นับเป็นการจัดซื้ออาวุธครั้งใหญ่ล่าสุดเพื่อปรับปรุงสินทรัพย์ทางทหารที่ล้าสมัย

เรือบรรทุกเครื่องบินจูเซปเป การิบัลดี (Giuseppe Garibaldi) อดีตเรือของกองทัพเรืออิตาลี จอดเทียบท่าที่ท่าเรือตันจุงปริอ็อค ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 18 กันยายน (Photo by SATYA ADHI / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่า อินโดนีเซียต้อนรับการมาถึงของอดีตเรือในกองทัพเรืออิตาลีซึ่งจะมาเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของประเทศ นับเป็นการจัดซื้ออาวุธครั้งใหญ่ล่าสุดเพื่อปรับปรุงสินทรัพย์ทางทหารที่ล้าสมัย
พลเรือเอกมูฮัมหมัด อาลี เสนาธิการกองทัพเรืออินโดนีเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เรือบรรทุกเครื่องบินจูเซปเป การิบัลดี (Giuseppe Garibaldi) อดีตยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรืออิตาลี ได้เทียบท่าที่กรุงจาการ์ตาแล้ว หลังจากเดินทางผ่านมาทางโคลัมโบและช่องแคบมะละกา
เขากล่าวว่า เรือลำนี้จะเปลี่ยนชื่อเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินศรีวิจายา (KRI Sriwijaya) ในสัปดาห์หน้า และจะมุ่งเน้นการปฏิบัติการบรรเทาภัยพิบัติที่ไม่ใช่ทางทหาร
"มีภัยพิบัติเกิดขึ้นมากมายในประเทศนี้ ดังนั้นเราจึงต้องการเรือหรือแพลตฟอร์มที่สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้จำนวนมาก เพราะเฮลิคอปเตอร์สามารถส่งเสบียงไปยังพื้นที่ห่างไกลได้อย่างรวดเร็ว"
"สภาพของเรือยังดีมาก และหวังว่ากองทัพเรืออินโดนีเซียจะสามารถใช้งานได้อีก 15 ถึง 20 ปี" เสนาธิการฯกล่าว
โฆษกกองทัพเรือระบุว่า เรือลำนี้มีความยาว 180 เมตร (590 ฟุต), สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ได้ถึง 18 ลำ และรองรับบุคลากรได้ถึง 830 คน
เรือลำดังกล่าวเข้าประจำการในกองทัพเรืออิตาลีเมื่อปี 1985 และปัจจุบันมีอายุ 41 ปี
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดซื้อเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ โดยแสดงความกังวลด้านการบำรุงรักษาและชี้ให้เห็นว่าอินโดนีเซียมีเรื่องเร่งด่วนกว่าที่ต้องบริหาร เช่น หนี้ต่างประเทศ
นักวิจัยจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ แนะนำว่าเรือลำนี้อาจไม่มีประสิทธิภาพในการใช้งานในความขัดแย้ง และหากหน้าที่หลักคือการบรรเทาภัยพิบัติ อาจจำกัดขีดความสามารถในการรบของเรือบรรทุกเครื่องบินลงไปอีก
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าได้ทำการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ก่อนดำเนินการจัดซื้อ
ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต อดีตนายพลที่ได้รับเลือกตั้งในปี 2024 ได้ผลักดันให้มีการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ล้าสมัยของอินโดนีเซีย และสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับประเทศอื่นๆ
รัฐบาลจาการ์ตาได้ลงนามในข้อตกลงมูลค่า 8,100 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ภายใต้การนำของปราโบโวซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมในขณะนั้น เพื่อซื้อเครื่องบินรบราฟาเล่ที่ผลิตโดยฝรั่งเศสจำนวน 42 ลำ และเครื่องบินรบ 6 ลำถูกส่งมอบไปแล้วภายในเดือนพฤษภาคม
อินโดนีเซียสั่งซื้อเรือดำน้ำชั้นสกอร์พีน (Scorpene) 2 ลำจากบริษัทป้องกันประเทศของฝรั่งเศส Naval Group ในปี 2024 ซึ่งเริ่มการประกอบไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม
เช่นเดียวกับอินเดียที่ยืนยันในเดือนกรกฎาคมว่าจะจัดหาขีปนาวุธระยะไกลให้กับอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังลงนามในสนธิสัญญาความมั่นคงกับออสเตรเลียเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งปูทางไปสู่ความร่วมมือทางทหารที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น รวมถึงการสนับสนุนของรัฐบาลแคนเบอร์ราในการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการฝึกอบรมสำหรับซ้อมรบร่วมกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบินล่องช่องแคบไต้หวันก่อน 'สี' คุย 'ไบเดน'
กองทัพจีนส่งเรือบรรทุกเครื่องบินชานตงแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเมื่อวันศุกร์ โดยสหรัฐส่งเรือพิฆาตติดตาม ก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเจรจากับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ช่วงค่ำวันเดียวกัน แต่โฆษกจีนอ้างไม่ควรโยงเข้าด้วยกัน

