‘ซอนทานา’ลุยโมเดล Flex Rental กางแผน 3-4 ปีปักหมุดหัวเมืองท่องเที่ยว-เมืองรอง ผนึก’แสนสิริ’ลุยยึดภูเก็ต ฮุบบริหารหลายโครงการ ตั้งเป้าดันพอร์ตแตะ 500 ยูนิต ในปี’70 เล็งสยายปีกกินเค้กตลาดอาเซียน!
19 ต.ค. 2569 -นายชัชกร พฤกษานานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซอนทานา จำกัด (Sontana) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจด้าน การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และตัวแทน/นายหน้าอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร โดยเน้นโมเดลการบริหารแบบ Asset-Light ไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์เอง เพื่อนำคอนโดมิเนียมและที่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพฯ มาปล่อยเช่าระยะกลาง (Flex Rental )ถึงระยะยาว ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป ให้กับผู้เช่าชาวต่างชาติ นักธุรกิจ และกลุ่ม Digital Nomads
โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของซอนทานา เป็นชาวต่างชาติสายกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานออนไลน์และ Digital Nomad ที่เลือกพำนักในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากค่าครองชีพต่ำกว่าประเทศต้นทาง ซึ่งสัดส่วนลูกค้าส่วนใหญ่จะมาจาก สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ที่เข้ามาพักอาศัยระยะยาว ขณะที่กลุ่มลูกค้าเช่าระยะสั้นเริ่มมีสัดส่วนของชาวมาเลย์และสิงคโปร์เพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงคิดเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับฐานลูกค้าชาวตะวันตกเดิม
“ยอมรับว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั่วไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับโมเดลธุรกิจของซอนทานา ถือว่าได้รับผลกระทบในระดับที่จำกัด เนื่องจากมุ่งเน้นจับกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นกลุ่มคนทำงานออนไลน์และ Digital Nomad ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอาชีพและรายได้จากการทำงานผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก นอกจากนี้ การตัดสินใจย้ายเข้ามาพำนักและทำงานในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทยของกลุ่มคนทำงานดิจิทัลเหล่านี้ มีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากค่าครองชีพที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศต้นทาง ส่งผลให้ความต้องการที่พักอาศัยในรูปแบบการปล่อยเช่าระยะกลาง (Flex Rental) ยังคงมีอุปสงค์รองรับอย่างแข็งแกร่ง และสามารถประคองการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับโลก”นายชัชกร กล่าว
นายชัชกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติแล้ว ยังมีลูกค้าบางส่วนที่เป็นคนไทยที่เคยอาศัยในต่างประเทศและเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวเป็นระยะเวลา 3-6 เดือน รวมถึงกลุ่มที่เข้ามาพักเพื่อรับการรักษาพยาบาลหรือทำคลอดในโรงพยาบาลชั้นนำในกรุงเทพฯ นอกจากนี้บริษัทยังได้รับความไว้วางใจผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ นำคอนโดมิเนียมหรูจำนวนมากมาให้บริหารจัดการแบบ One-Stop Service เพื่อลดภาระความยุ่งยากในการดูแลผู้เช่า การจัดเตรียมห้อง และการติดตามค่าเช่า อีกด้วย ซึ่งแต่ละรายจะมีห้องชุดเป็นจำนวนหลายยูนิต
ด้านอัตราค่าเช่าคอนโดมิเนียมภายใต้การบริหารของซอนทานา ในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับยูนิตขนาด 1 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน, ยูนิตขนาด 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน และยูนิตระดับลักชัวรีมีราคาสูงสุดถึง 120,000-200,000 บาทต่อเดือน เน้นการอำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้เช่า ซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ในส่วนของโครงสร้างรายได้ บริษัทใช้โมเดลการแบ่งรายได้ ทำให้ซอนทานา อยากสร้างรายได้ที่ดีที่สุดกับเจ้าของ
นายชัชกร กล่าวต่อถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 นี้ บริษัทฯได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งเริ่มที่ จ.ภูเก็ต โดยได้รุกเข้าไปทำตลาดอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงกลางปี 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ในการนำห้องชุดจากโครงการคอนโดมิเนียมของแสนสิริฯ เช่น แบรนด์ THE BASE และ CANVAS เข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งตลาดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่ที่มีความผันผวนตามฤดูกาล (Seasonal Market) สูง โดยช่วง High Season อัตราค่าเช่าสามารถพุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วง Low Season ที่ราคาแตะไปที่ระดับมากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน ทำให้บริษัทฯต้องนำระบบ Dynamic Pricing เข้ามาวิเคราะห์ราคาล่วงหน้า เพื่อบริหารจัดการรายได้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากความร่วมมือกับแสนสิริฯ แล้วซอนทานา ยังอยู่ในระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกหลายราย ที่พัฒนาโครงการทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ อีกทั้งบริษัทยังได้ขยายช่องทางธุรกิจใหม่ด้วยการร่วมมือกับกลุ่มผู้ถือครองสินทรัพย์ (Asset Owners) โดยเฉพาะกลุ่มอะพาร์ตเมนต์และเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากพบว่าเจ้าของอาคารหลายรายประสบปัญหาอัตราการเข้าพักไม่เต็ม และขาดทีมงานมืออาชีพเข้ามาดูแลบริหารจัดการ ซึ่งซอนทานา จะนำความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มศักยภาพ ยกระดับราคาเช่า และดันอัตราการเข้าพักให้เต็มมากยิ่งขึ้น
นายชัชกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตบริษัทฯมีแผนที่จะขยายการบริหารจัดการห้องพักไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะในระยะเวลา 3-4 ปีนี้ ยังคงให้ความสำคัญและเน้นการบริหารจัดการห้องพักในประเทศไทยก่อน ซึ่งแผนนับจากนี้จะขยายการบริหารห้องพักครอบคลุมหัวเมืองหลักและเมืองรอง ที่มีศักยภาพทั่วประเทศไทยที่มีความต้องการในการพักอาศัยสูง เช่น พัทยา หัวหิน และเชียงใหม่ เป็นต้น โดยตั้งเป้าที่จะเข้าบริหารจัดการห้องพักเพิ่มขึ้นเกินกว่า 500 ยูนิต ภายในปี 2570.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวม 6 เหตุผลที่ธุรกิจต้องใช้ระบบ CRM อสังหาริมทรัพย์
ในยุคที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการลูกค้าและการติดตามงานขายอย่างเป็นระบบถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน

