SF ชูโรงหนังพรีเมียมรับกำลังซื้อ Gen Z จับมือ Omazz ขยาย THE BED CINEMA สาขา 4 มั่นใจฮอลลีวูดฟื้น หนุนตลาดโรงหนังไทย

SF เดินหน้ารุกตลาด Premium Cinema หลังพบคนรุ่นใหม่ Gen Z กลับมาใช้บริการโรงภาพยนตร์มากขึ้น จับมือ Omazz ต่อยอดพันธมิตร 6 ปี เปิด THE BED CINEMA สาขาแรกในภาคตะวันออกที่เซ็นทรัล พัทยา บัตรเริ่มต้น 1,000 บาท พร้อมอัปเกรดสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ มองอุตสาหกรรมภาพยนตร์ยังมีโอกาสเติบโตจากการกลับมาของคอนเทนต์ฮอลลีวูด ด้าน Omazz ใช้กลยุทธ์ Experiential Marketing ขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่ผ่านประสบการณ์ทดลองผลิตภัณฑ์จริง

SF มองตลาดโรงหนังยังโตได้ หากมีคอนเทนต์แข็งแกร่ง

28 ต.ค. 2569 – นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังมีโอกาสเติบโต โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคือคุณภาพและความแข็งแกร่งของภาพยนตร์ที่เข้าฉาย เนื่องจากคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมสามารถดึงผู้ชมกลับเข้าสู่โรงภาพยนตร์ได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2569 พบว่าภาพยนตร์หลายเรื่องได้รับการตอบรับจากผู้ชม โดยเฉพาะภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่มีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งอิงกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดประมาณ 70% ขณะเดียวกันยังพบสัญญาณการกลับมาใช้บริการโรงภาพยนตร์ของผู้ชมกลุ่ม Gen Z อย่างชัดเจน

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนพฤติกรรมดังกล่าวคือภาพยนตร์ Spider-Man เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดอันดับ 3 และสามารถดึงดูดผู้ชมคนรุ่นใหม่เข้าสู่โรงภาพยนตร์ได้จำนวนมาก รวมถึงภาพยนตร์บางเรื่องที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง แต่สามารถสร้างรายได้ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสทางธุรกิจไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมองว่าฮอลลีวูดกำลังปรับตัวด้านการพัฒนาคอนเทนต์ให้เข้าถึงผู้ชมรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่มีภาพยนตร์ทยอยเข้าฉายหลายเรื่อง รวมถึงรายชื่อภาพยนตร์ที่เตรียมเข้าฉายในปี 2570 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นต่อทิศทางอุตสาหกรรม

“ถ้าถามว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นอย่างไร เรามั่นใจว่าฮอลลีวูดกลับมาแล้ว เพราะโรงภาพยนตร์ไทยอิงกับฮอลลีวูดประมาณ 70% และสิ่งสำคัญคือการมีคอนเทนต์ที่แข็งแรง เมื่อมีหนังที่ดี ผู้ชมก็พร้อมกลับเข้ามาในโรงภาพยนตร์” นายสุวิทย์กล่าว

เจาะตลาด Premium Cinema รับ Gen Z และผู้บริโภคกำลังซื้อสูง

นอกเหนือจากปัจจัยด้านภาพยนตร์ SF ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์การรับชม เพื่อสร้างความแตกต่างจากการชมภาพยนตร์ผ่านช่องทางอื่น โดยเฉพาะตลาดโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียมที่ผู้บริโภคไม่ได้พิจารณาเฉพาะคุณภาพของภาพและเสียง แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย บรรยากาศ และความเป็นส่วนตัว

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการดำเนินธุรกิจ THE BED CINEMA by Omazz บริษัทได้พัฒนารูปแบบโรงภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและต้องการประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่แตกต่าง ขณะเดียวกัน ยังสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์จากการใช้บริการ

ความร่วมมือระหว่าง บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ Omazz เริ่มต้นในปี 2563 ภายใต้แนวคิด “ALL THE BEST, AT THE BED CINEMA BY OMAZZ – ที่สุดของประสบการณ์ชมภาพยนตร์ บนที่สุดของที่นอน” ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านโรงภาพยนตร์มาผสานกับนวัตกรรมที่นอนและเครื่องนอนระดับพรีเมียม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา THE BED CINEMA by Omazz ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉาย ส่งผลให้ SF ขยายเครือข่ายจากสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ ไปยังเดอะคริสตัล เอกมัย–รามอินทรา เซ็นทรัล ลาดพร้าว และล่าสุดที่เซ็นทรัล พัทยา

ปักหมุดพัทยา เปิด THE BED CINEMA สาขา 4 บัตรเริ่มต้น 1,000 บาท

การเปิด THE BED CINEMA by Omazz สาขาที่ 4 ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล พัทยา ถือเป็นการขยายบริการโรงภาพยนตร์รูปแบบดังกล่าวเข้าสู่ภาคตะวันออกเป็นครั้งแรก โดย SF มองว่าพัทยามีศักยภาพจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าหลากหลายทั้งผู้พักอาศัยในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ

โรงภาพยนตร์แห่งใหม่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Homey Luxury ผสานบรรยากาศอบอุ่นเสมือนบ้านเข้ากับความหรูหราของโรงภาพยนตร์ รองรับผู้ชมจำนวน 48 ที่นั่ง พร้อมระบบภาพ Digital Cinema 4K และระบบเสียง Dolby Digital Surround 7.1

ภายในโรงภาพยนตร์ใช้เตียงปรับระดับไฟฟ้า Omazz Adjusto ที่สามารถปรับระดับศีรษะและปลายเท้าได้ตามความต้องการ พร้อมเลาจน์รับรองและบริการป๊อปคอร์นกับเครื่องดื่มทั้งก่อนและระหว่างชมภาพยนตร์ โดยกำหนดราคาบัตรเริ่มต้น 1,000 บาทต่อที่นั่ง

ขณะเดียวกัน SF และ Omazz ยังร่วมกันปรับปรุง THE BED CINEMA สาขา เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ ด้วยการติดตั้งเตียงปรับระดับไฟฟ้า Omazz® Adjusto รุ่นใหม่ และเปลี่ยนชุดเครื่องนอนใหม่ทั้งหมด เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและรักษามาตรฐานประสบการณ์โรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียม

การขยายสาขาและปรับปรุงบริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย SF ในการสร้างความแตกต่างด้านประสบการณ์การรับชม และเสริมความแข็งแกร่งในตลาด Premium Cinema ของประเทศไทย

Omazz ใช้โรงหนังเป็นช่องทาง Experiential Marketing ขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่

นายทีปกร โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท โอมาซซ์ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับ SF ถือเป็นการนำผลิตภัณฑ์ที่นอนและเครื่องนอนระดับพรีเมียมไปสร้างประสบการณ์ในบริบทใหม่ จากเดิมที่ผู้บริโภคสามารถทดลองผลิตภัณฑ์ภายในโชว์รูมได้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ สู่การทดลองใช้งานจริงตลอดระยะเวลาการชมภาพยนตร์

รูปแบบดังกล่าวช่วยให้ผู้บริโภครับรู้ถึงความแตกต่างของคุณภาพที่นอนและความสบายได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เดิมอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเภทหรือคุณสมบัติของที่นอน แต่เมื่อได้ทดลองใช้งานจริงก็เริ่มสนใจผลิตภัณฑ์และแบรนด์มากขึ้น

นอกจากนี้ THE BED CINEMA ยังช่วยให้ Omazz เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ โดยบริษัทพบว่ามีลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หลังจากทดลองใช้บริการโรงภาพยนตร์ ซึ่งสะท้อนโอกาสในการเชื่อมโยงประสบการณ์ของผู้บริโภคเข้ากับการรับรู้และความสนใจในสินค้า

นายทีปกร กล่าวว่า Omazz ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Experiential Marketing หรือการตลาดผ่านประสบการณ์จริง เนื่องจากการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณสมบัติและคุณค่าของสินค้าได้มากกว่าการสื่อสารผ่านโฆษณาเพียงอย่างเดียว

ความร่วมมือกับ SF จึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการนำผลิตภัณฑ์มาใช้ภายในโรงภาพยนตร์ แต่ยังเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดของแบรนด์ไปยังผู้บริโภคที่อาจไม่เคยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่นอนระดับพรีเมียมมาก่อน

ที่นอนเริ่ม 3 หมื่นบาท จับมือพันธมิตรการเงินเพิ่มทางเลือกผ่อนชำระ

นายทีปกร ระบุว่า บริษัทมีผลิตภัณฑ์ราคาเริ่มต้นกว่า 30,000 บาท โดยมองว่าคุณภาพการนอนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาว แม้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงอาจมีราคาสูงกว่าที่นอนทั่วไป แต่บริษัทต้องการเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าที่เหมาะสมกับความต้องการ โดยไม่สร้างภาระทางการเงินมากเกินไป

บริษัทจึงมีความร่วมมือกับพันธมิตรด้านการเงิน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการชำระค่าสินค้าเป็นรายเดือน ระยะเวลาประมาณ 36 เดือน โดยมีเป้าหมายช่วยให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้สะดวกขึ้น

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการทำตลาดของ Omazz ที่ให้ความสำคัญทั้งการสร้างการรับรู้ผ่านประสบการณ์จริงและการเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้า เพื่อขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

มั่นใจโรงภาพยนตร์ไม่หายไปจากตลาด หากยังสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง

สำหรับทิศทางในอนาคต SF และ Omazz ยังคงมองเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองธุรกิจพัฒนารูปแบบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ผู้บริโภค ทั้งด้านความบันเทิง ความสะดวกสบาย และนวัตกรรมการพักผ่อน

ขณะเดียวกันยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจโรงภาพยนตร์จะยังคงมีบทบาทในอุตสาหกรรมความบันเทิง แม้พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากผู้ชมยังต้องการประสบการณ์ที่แตกต่างจากการรับชมภาพยนตร์ที่บ้าน โดยเฉพาะเมื่อโรงภาพยนตร์สามารถนำเสนอคอนเทนต์ที่น่าสนใจควบคู่กับบริการที่มีคุณภาพ

“โรงหนังไม่มีวันตาย คนยังต้องการมาหาประสบการณ์ หากประสบการณ์ของโรงหนังนั้นดีมากพอ” เป็นมุมมองที่สะท้อนทิศทางการพัฒนาธุรกิจโรงภาพยนตร์ ซึ่งไม่ได้แข่งขันเฉพาะด้านภาพยนตร์ที่เข้าฉาย แต่ยังรวมถึงคุณภาพการบริการและประสบการณ์ที่ผู้บริโภคได้รับ

ปัจจุบัน THE BED CINEMA by Omazz® เปิดให้บริการรวม 4 สาขา ได้แก่ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์, เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เดอะคริสตัล เอกมัย–รามอินทรา, เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัล พัทยา โดยสามารถตรวจสอบรอบฉายและซื้อบัตรได้ผ่านแอปพลิเคชัน SF Cinema และเว็บไซต์ www.sfcinema.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

KKP เผยพิษค่าครองชีพ-หนี้สินกดดันคนไทยทุกระดับรายได้

KKP ชี้ความกังวลด้านค่าครองชีพและภาระผูกพันทางการเงินเป็นความท้าทายสำคัญของคนไทยในทุกระดับรายได้ พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Financial Health Check” บนแอปพลิเคชัน KKP Better เครื่องมือตรวจสุขภาพการเงินครบ 4 มิติ ทั้งกระแสเงินสด เงินสำรองฉุกเฉิน ความคุ้มครอง และการลงทุน เพื่อช่วยค้นหาจุดบอดและวางแผนรับมือความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ