‘เอกนิติ’แจงเกณฑ์Bank Guaranteeคุมเข้มผู้รับเหมาทิ้งงานติดโซล่าร์

‘เอกนิติ’ แจงเกณฑ์ Bank Guarantee 5หมื่นบาท หวังช่วยคุมผู้รับเหมาทิ้งงานติดตั้งโซล่าร์เซลล์ เร่งปลดล็อกต้นทุนค้ำประกัน ลุยหารือ 3 แบงก์รัฐ–บสย. ออกกลไกค้ำประกันให้ผู้รับเหมารายย่อย คุมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 1% ต่อปี พร้อมกระทุ้ง ธอส. เร่งออกสินเชื่อพิเศษเสริมสภาพคล่องจัดซื้ออุปกรณ์ หวังกระจายโอกาสในซัพพลายเชนพลังงานสะอาด

29 ต.ค.2569 -นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวถึงกรณีการกำหนดให้ผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ต้องจัดหาหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Bank Guarantee) วงเงิน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน ซึ่งมีข้อกังวลว่าอาจกลายเป็นภาระและกีดกันผู้รับเหมารายย่อยจากการเข้าร่วมโครงการ ว่า หลักประกันดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า ผู้รับเหมาจะสามารถติดตั้งและส่งมอบงานได้ตามมาตรฐาน ไม่ใช่การกีดกันผู้ประกอบการรายเล็กออกจากโครงการ ซึ่งเปรียบเหมือนกับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้รับเหมาจำเป็นต้องมี Performance Bond เพื่อรับประกันคุณภาพของงานที่ส่งมอบให้ลูกค้า

ขณะเดียวกัน ยังได้หารือกับ 3 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ให้ช่วยออกแบบกลไกค้ำประกันแก่ผู้ประกอบการ โดยกำหนดค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน ไม่เกิน 1% ต่อปี โดยมองว่ากลไกดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนในการจัดหาหลักประกัน ขณะเดียวกันประชาชนจะมีหลักประกันรองรับในกรณีที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน หรือติดตั้งระบบไม่ได้มาตรฐาน โดยสามารถใช้หลักประกันดังกล่าวเป็นกลไกในการดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้น

“การกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้ต้นทุนการค้ำประกันกลายเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่ง 1% ของ 50,000 บาท คือ 500 บาทต่อปี เป็นต้น ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการช่วยลดต้นทุนของ Bank Guarantee” นายเอกนิติ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง ยังกลาวอีกว่า ได้หารือกับ ธอส. เพื่อให้มีการจัดทำสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์และนำไปติดตั้งให้กับประชาชนอีกด้วย โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้รับเหมารายเล็กสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในซัพพลายเชนของโครงการได้มากขึ้น จากเดิมที่โครงการขนาดใหญ่มีโอกาสกระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องการให้ ธอส. ขยายแนวทางสินเชื่อสีเขียวไปมากกว่าโครงการโซลาร์เซลล์ โดยครอบคลุมอุปกรณ์ประหยัดพลังงานอื่น ๆ เช่น เครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนควบคู่กับการลดการใช้พลังงานอีกด้วย ซึ่งมองว่าแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างซัพพลายเชนสีเขียวที่กระจายโอกาสไปยังผู้ประกอบการรายย่อย ขณะเดียวกันประชาชนก็ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง โดยมองว่าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการติดตั้งแผงโซลาร์ แต่ต้องการสร้างระบบที่ทำให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเตือนโซลาร์ครัวเรือนใช้สิทธิภาษีซ้ำไม่ได้

รัฐบาลหนุนติดตั้งโซลาร์ครัวเรือน 50,000 บาท เปิดลงทะเบียนถึง 31 ม.ค. 70 ย้ำใช้สิทธิภาษีซ้ำไม่ได้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องตรวจสอบเงื่อนไขช่วยค่าไฟก่อนเข้าร่วม

'อนุทิน' การันตีไม่มีล็อกสเปก 'โซลาร์ล้านหลัง' อัดสื่อนั่งเทียนเขียนเอื้อบริษัทยักษ์ใหญ่

“อนุทิน” อัดสื่อเปิดชื่อ “ซิโน-ไทย” โยงล็อกสเปกโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ”ไร้ความรู้ - นั่งเทียนเขียน“ กังขารับงานใครมาไม่รู้ ขอเป็นมืออาชีพ หากินแบบนี้ไม่ได้ ชี้ “คุณมีข้อมูล-ผมก็มีข้อมูล” ลั่น เกลียดการล็อคสเปค หลังตอนอยู่ภาคเอกชนเคยถูกกระทำมาก่อน

'สติธร' มองโซลาร์ประชาชน 5 หมื่นล้าน สะท้อนแนวทางรัฐบาลอนุทิน เปลี่ยนเงินอุดหนุนค่าไฟสู่การลงทุนสร้างความมั่นคงพลังงานระยะยาว

นักรัฐศาสตร์จุฬาฯ วิเคราะห์จุดแข็งโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 1 ล้านครัวเรือน ชี้เปลี่ยนแนวทางช่วยเหลือจากการลดค่าไฟชั่วคราว สู่การสนับสนุนให้ประชาชนผลิตพลังงานใช้เอง สร้างสินทรัพย์ลดรายจ่ายในระยะยาว พร้อมเสนอแนวทางต่อยอดให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม

ครม.ทุ่มงบเงินกู้ 7.3 หมื่นล้าน รับซื้อไฟส่วนเกินหน่วยละ 2.20 บาท จากโซลาร์ล้านหลังคา

ครม.ไฟเขียวโซลาร์รูฟ รับซื้อไฟเหลือ 2.20 บาท ใช้งบ 7.3 หมื่นล้าน เข้มฟันขยะอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินคดีเด็ดขาด มอบ “ปกรณ์” แก้สัมปทานผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย แสดงให้เห็นไม่ได้เอื้อทุนใหญ่