เซ็นทรัลพัฒนา เปิดโลก Disney & Pixar ปั้น ‘A Celebration of Wonders 2027’ เนรมิต 60 ซีนทั่วไทย ดึงครอบครัว–นักท่องเที่ยวปลุกสีสันค้าปลีกปลายปี

จาก Winnie the Pooh ตัวละครขวัญใจหลายเจเนอเรชัน สู่โลกมหัศจรรย์ของ Alice in Wonderland และจักรวาลแอนิเมชัน Pixar เซ็นทรัลพัฒนาจับมือ Disney สร้างปรากฏการณ์เทศกาลปลายปี ‘A Celebration of Wonders 2027’ ขน 100 คาแรกเตอร์ดัง เนรมิต 60 ซีนจาก 12 เรื่องราวคลาสสิกทั่วศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ พร้อมฉลอง 3 วาระครบรอบสำคัญ หวังเปลี่ยนพื้นที่ช้อปปิ้งให้เป็นจุดหมายแห่งประสบการณ์ ดึงทราฟฟิกนักช้อป ครอบครัว และนักท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ถึง 3 มกราคม 2570

เปลี่ยนศูนย์การค้าให้เป็นโลกแห่งจินตนาการ ปลุกกำลังซื้อช่วงไฮซีซัน

30 ต.ค. 2569 – เทศกาลปลายปีถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจค้าปลีก เพราะนอกจากเป็นฤดูกาลแห่งการจับจ่ายซื้อของขวัญแล้ว ยังเป็นช่วงที่ผู้บริโภคมองหากิจกรรมเพื่อใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและคนใกล้ชิด เซ็นทรัลพัฒนาจึงเดินเกมด้วยการสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง ผ่านแคมเปญ “A Celebration of Wonders 2027” ที่ร่วมกับบริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยนศูนย์การค้าให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความมหัศจรรย์จากตัวละครและเรื่องราวที่ผู้คนทั่วโลกคุ้นเคย

นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งใจยกระดับประสบการณ์เทศกาลส่งท้ายปีให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยนำเสน่ห์ของ Disney ซึ่งเชื่อมโยงความทรงจำของคนหลายเจเนอเรชันมาสร้างเป็นประสบการณ์ร่วมกัน ตั้งแต่พ่อแม่ที่เติบโตมากับ Winnie the Pooh ไปจนถึงเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบ Frozen หรือ Zootopia

กลยุทธ์สำคัญคือ Immersive Story ที่ชวนผู้เข้าชมก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว แทนการเป็นเพียงผู้ชมงานตกแต่ง พร้อมสร้าง Meaningful Connection หรือความผูกพันผ่านประสบการณ์ที่สมาชิกครอบครัวสามารถแบ่งปันร่วมกันได้

สำหรับธุรกิจค้าปลีก การสร้างกิจกรรมลักษณะนี้ยังช่วยเพิ่มเหตุผลให้ลูกค้าเดินทางมาศูนย์การค้า ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น และต่อยอดไปสู่การรับประทานอาหาร การซื้อสินค้า และการใช้บริการอื่น ๆ ภายในศูนย์ฯ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่การแข่งขันแย่งชิงเวลาของผู้บริโภคเข้มข้นขึ้น

3 วาระครบรอบใหญ่ รวมตัวละครดังทั่วศูนย์การค้า

100 ปี Winnie the Pooh

เซ็นทรัล 38 สาขาทั่วประเทศ

ชวนแฟน ๆ กลับสู่ป่าร้อยเอเคอร์ ผ่านฉากและกิจกรรมจากเรื่องราวที่คุ้นเคย ไฮไลต์ ได้แก่ Giant Pooh Inflatable สูง 6 เมตรที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว, พูห์สูง 10 เมตรที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, หางทิกเกอร์ยักษ์ยาว 20 เมตรที่เซ็นทรัล พระราม 9 และป่าร้อยเอเคอร์ขนาด 1,000 ตารางเมตรที่เซ็นทรัล ชลบุรีและเซ็นทรัล เวสต์เกต

75 ปี Alice in Wonderland

เซ็นทรัล พาร์ค และเซ็นทรัล ภูเก็ต

พาผู้เข้าชมดำดิ่งสู่ Wonderland ผ่านฉาก Down the Rabbit-Hole ปาร์ตี้น้ำชาของ Mad Hatter และการพบแมวเชสเชียร์ โดยเซ็นทรัล พาร์คจัด 3 ซีนหลัก ส่วนเซ็นทรัล ภูเก็ตมี Wonderland Maze และ The Meadow of Living Flowers พร้อมการแสดงและเสียงดนตรีประกอบ

40 ปี Disney Pixar

เซ็นทรัลเวิลด์ พื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร

เนรมิต 4 โลกมหัศจรรย์จากแอนิเมชัน 10 เรื่อง รวมถึงโซน Monsters, Inc. ที่มี Sulley สูง 8 เมตร และ Mike สูง 6 เมตร พร้อมเรื่องราวจาก Toy Story 5, Up, เจ้าหญิงดิสนีย์ 5 เรื่อง, Zootopia และ Frozen Wonderland เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ถึง 3 มกราคม 2570

ปั้นประสบการณ์ให้เป็นจุดขาย ดึงคนเข้าศูนย์ฯ พร้อมต่อยอดรายได้

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการสร้างจุดถ่ายภาพและพื้นที่มีส่วนร่วมที่กระจายอยู่ตามศูนย์การค้าแต่ละแห่ง แทนการรวมกิจกรรมทั้งหมดไว้เพียงจุดเดียว ทำให้แต่ละสาขามีเอกลักษณ์และมีเรื่องราวให้ติดตาม ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ต่างกันในแต่ละพื้นที่

ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เตรียมเปิดตัวต้นคริสต์มาส LED ดีไซน์ใหม่ที่บริษัทระบุว่าใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อม LED Show & Light Experience ที่ผสานแสง สี เสียง และเรื่องราวจาก Disney และ Pixar ทุกชั่วโมง รวมถึงกิจกรรมหิมะตกวันละ 4 รอบ ระหว่างเวลา 17.00–20.00 น. รอบละ 10 นาที ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ถึง 3 มกราคม 2570

นอกจากนี้ ยังมีพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาส 22 สาขาทั่วประเทศตลอดเดือนพฤศจิกายน และกิจกรรม Meet & Greet กับตัวละครจากป่าร้อยเอเคอร์ ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต วันที่ 14–15 พฤศจิกายน เซ็นทรัล เชียงใหม่ วันที่ 19 พฤศจิกายน และเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต วันที่ 22 พฤศจิกายน 2569

อีกกลไกที่ช่วยต่อยอดประสบการณ์สู่การจับจ่าย คือ Disney’s Pop-up ใน 3 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต เซ็นทรัล พาร์ค และเซ็นทรัลเวิลด์ รวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์แท้จาก Disney กว่า 10,000 รายการ เปิดโอกาสให้แฟน ๆ เลือกซื้อของสะสมและของขวัญในช่วงเทศกาล

เมื่อมองในเชิงการตลาด การนำคาแรกเตอร์ที่มีฐานแฟนคลับอยู่แล้วมาผสานกับจุดถ่ายภาพ การแสดง กิจกรรมพบตัวละคร และร้านค้าป๊อปอัพ ช่วยเชื่อมเส้นทางจากการสร้างการรับรู้ไปสู่การเดินทางมาเยือนและการซื้อสินค้าได้ในแคมเปญเดียว

Global Character Meets Local Pride ใช้ Winnie the Pooh เชื่อมเสน่ห์ท้องถิ่นไทย

นอกเหนือจากการนำคาแรกเตอร์ระดับโลกมาสร้างสีสัน เซ็นทรัลพัฒนายังต่อยอดแนวคิด Global Character Meets Local Pride โดยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นปีที่ 6 นำ Winnie the Pooh มาผสานกับภูมิปัญญา งานหัตถศิลป์ และเอกลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านงานศิลปะจัดวางใน 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แอร์พอร์ต อยุธยา ศาลายา ศรีราชา และสุราษฎร์ธานี

แนวทางนี้ทำให้ตัวละครสากลกลายเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องชุมชน โดยแต่ละพื้นที่ออกแบบผลงานจากวัสดุและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่น

เซ็นทรัล อยุธยา นำผ้าไทย ผ้าลายอย่าง และงานจักสานมาสร้างสรรค์ต้นคริสต์มาส

เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาผ่านงานจักสานและตุงล้านนา

เซ็นทรัล เชียงราย ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ผ่านดอยตุง ถ่ายทอดเรื่องราวลูกยางนาจากผืนป่าสู่ใจกลางเมือง

เซ็นทรัล ศาลายา สร้างต้นคริสต์มาสจากดอกกล้วยไม้ 6 สายพันธุ์ พร้อมนำเสนอ “อโรชา” กล้วยไม้สกุลหวายสายพันธุ์ใหม่

เซ็นทรัล ศรีราชา ใช้แรงบันดาลใจจากเชือก แห และอวน สะท้อนวิถีชุมชนประมง

เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี นำงานจักสานกระจูดและเรื่องราวมะพร้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มาต่อยอดเป็นงานออกแบบร่วมสมัย

ปาริชาต บุญคล้าย รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับเซ็นทรัลพัฒนามุ่งนำภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมาสร้างเป็นจุดหมายแห่งการเฉลิมฉลอง เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวช่วงเทศกาลระดับโลก และสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนอีกครั้ง

เซ็นทรัลพัฒนาระบุว่า โครงการต้นคริสต์มาสอัตลักษณ์ท้องถิ่นเคยได้รับรางวัล 2026 ICSC Global MAXI Award, Marketing Award of Thailand 2 ปีซ้อน และ Seoul Design Award 2026 สะท้อนการต่อยอดงานเทศกาลให้เชื่อมโยงทั้งประสบการณ์ของลูกค้าและอัตลักษณ์ของชุมชน

จากแลนด์มาร์กสู่จุดหมายท่องเที่ยว เติมสีสันเศรษฐกิจปลายปี

กลยุทธ์ของแคมเปญไม่ได้จำกัดอยู่ที่การตกแต่งศูนย์การค้า แต่ยังเชื่อมกิจกรรมเข้ากับการท่องเที่ยวและการใช้เวลาว่างของครอบครัว โดยเซ็นทรัลเวิลด์เตรียมจัดกิจกรรม “Amazing Thailand Unlock the World of Imagination” ร่วมกับ ททท. ให้ผู้เข้าชมสะสมแสตมป์จาก 4 จุดเพื่อลุ้นรับของรางวัลผ่านตู้กาชาปอง พร้อมกิจกรรมหิมะตกตลอดเทศกาล

ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมเลือกซื้อของขวัญจากนานาชาติในงาน 71st YWCA Diplomatic Charity Bazaar ระหว่างวันที่ 5–8 พฤศจิกายน 2569 ณ ชั้น 7 centralwOrld PULSE ก่อนต่อเนื่องสู่กิจกรรมเคานต์ดาวน์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งวางตำแหน่งเป็น “Times Square of Asia” และแลนด์มาร์กเคานต์ดาวน์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ

การรวมกิจกรรมตกแต่งระดับแลนด์มาร์ก ความบันเทิง การจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ และเรื่องราวท้องถิ่นไว้ในแคมเปญเดียว จึงเป็นอีกแนวทางที่ธุรกิจค้าปลีกใช้สร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคเดินทางมาเยือนมากกว่าการซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังมีโอกาสกระจายการเดินทางและการใช้จ่ายไปยังศูนย์การค้าในภูมิภาคต่าง ๆ

สำหรับ “A Celebration of Wonders 2027” จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ถึง 3 มกราคม 2570 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ โดยมีพันธมิตรจากธุรกิจสินค้า ไลฟ์สไตล์ อาหาร ความบันเทิง และสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนแคมเปญ

ความท้าทายของเทศกาลค้าปลีกยุคใหม่ไม่ใช่เพียงการสร้างจุดถ่ายภาพให้โดดเด่น แต่คือการทำให้ผู้บริโภคอยากเดินทางมา ใช้เวลาร่วมกัน และมีเหตุผลที่จะกลับมาอีกครั้ง การผสานพลังของ Disney & Pixar เข้ากับประสบการณ์ในศูนย์การค้าและอัตลักษณ์ท้องถิ่น จึงเป็นความพยายามของเซ็นทรัลพัฒนาในการเปลี่ยนเทศกาลปลายปีให้เป็นทั้งพื้นที่แห่งความทรงจำและเครื่องมือสร้างความคึกคักให้ธุรกิจค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง