
เดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะนะครับ โดยเฉพาะเรื่องความรักความใคร่ของผู้คน
สมัยก่อนดูละครโทรทัศน์ก็ไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อน พระเอกหล่อนางเอกสวย รักกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง มีตัวอิจฉาคอยขัดขวาง บางเรื่องตบกันตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ คนดูก็ยังติดกันงอมแงม
บางเรื่องพระเอกนางเอกกว่าจะได้รักกัน คนดูแก่ไปหลายปี
แต่เดี๋ยวนี้ละครไม่ได้มีแค่พระเอกกับนางเอกอย่างที่คุ้นเคยกันอีกแล้ว
มีทั้งละครชายรักชายที่เรียกกันว่าละครวาย และละครหญิงรักหญิงที่เรียกว่า GL ซึ่งก็มีคนติดตามชื่นชอบกันไม่น้อย
ว่าแต่คำว่า “วาย” กับ “GL” นี่มาจากไหนกัน
สารภาพว่าผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ เลยลองไปค้นดู ถึงได้รู้ว่าคำว่า “วาย” มาจากตัวอักษร Y ของคำญี่ปุ่น Yaoi (ยาโอย) ซึ่งเดิมใช้เรียกเรื่องราวความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย ส่วน GL ย่อมาจาก Girls’ Love หมายถึงเรื่องความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง
ที่น่าสนใจคือเรื่องแนวนี้เริ่มจากนิยายและการ์ตูนญี่ปุ่น ก่อนจะค่อยๆ ได้รับความนิยมจนกลายมาเป็นละครและซีรีส์อย่างที่เห็นกันทุกวันนี้
จริงๆ ผมเองก็ไม่ได้ติดตามละครวายหรือละคร GL เป็นเรื่องเป็นราว จึงไม่รู้เหมือนกันว่าทุกวันนี้มีมากน้อยแค่ไหน
พอดีมีข้อความฉบับหนึ่งส่งต่อกันมาทางกลุ่ม LINE หลายกลุ่ม จนมาถึงผมด้วย
เจ้าของข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับละครวายและละคร GL รวมถึงความห่วงใยที่มีต่อเด็กและเยาวชน อ่านแล้วผมว่าน่าสนใจ เพราะสะท้อนความรู้สึกของคนส่วนหนึ่งที่มีต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย
ที่สำคัญ เจ้าของข้อความยังบอกไว้ด้วยว่า “ช่วยกันเผยแพร่ ให้ถึงทุกช่อง” ผมก็เลยถือโอกาสนำมาเผยแพร่ต่อในคอลัมน์นี้ เผื่อจะได้ชวนกันคิด ชวนกันคุย
ลองอ่านข้อความของเขากันก่อนครับ
...............................
เรียนผู้อำนวยการ และผู้จัดละคร สถานีโทรทัศน์ทุกช่อง
ในฐานะแฟนละครส่วนใหญ่ ขอเรียนให้ทราบว่า เท่าที่ได้พูดคุยกัน พวกเราซึ่งอยู่ในวัย 45-75 ปี รวมถึงวัยเรียนและวัยทำงาน แทบทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เดี๋ยวนี้ไม่อยากดูละครแล้ว เนื่องจากมีแต่ละครประเภทวาย และจีแอล/เลสเบี้ยน
จึงอยากทราบว่าเหตุใด ผู้จัดจึงต้องนำเสนอเรื่องพวกนี้ ทั้งที่คนดูส่วนใหญ่ไม่ใช่คนเหล่านั้น ถ้าคุณต้องการตลาดของกลุ่มคนดังกล่าว ก็ไม่ควรเผยแพร่ในฟรีทีวีซึ่งเข้าถึงประชาชนทุกวัย
พวกเราเข้าใจว่า รักร่วมเพศไม่ว่าประเภทไหนไม่ได้เป็นความผิด และน่าเห็นใจเสียด้วยซ้ำ แต่คุณต้องยอมรับว่า ถึงอย่างไร มันก็ไม่ใช่ความถูกต้องที่จะยัดเยียดให้เด็กๆ โดยเฉพาะวัยรุ่นเสพกันจนเห็นดีเห็นงามตาม ทั้งที่บางคนไม่ได้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน แต่เมื่อเขาเห็นตัวอย่างจากดาราที่ชื่นชอบ เขาก็จะมีความคิด ไขว้เขว และเห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่อินเทรนด์ สมควรเลียนแบบ ไม่อย่างนั้น ก็จะเป็นคนล้าสมัย
ขอได้โปรดรับทราบว่า ไม่ใช่เฉพาะแฟนละครส่วนใหญ่เท่านั้น แต่ประชาชนจำนวนเกินครึ่งซึ่งคุณคงทราบแล้วว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นสังคมของผู้สูงอายุ ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้แต่ทุกคนต้องหุบปาก เพราะอีกฝ่ายเสียงดังกว่า การออกสื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นก็มีหวังโดนทัวร์ลง
แต่ลองถามคนเป็นพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งตัวคุณเองว่า ถ้าเลือกได้คุณอยากมีลูกที่เป็นชายจริงหญิงแท้ หรือรักร่วมเพศ? ทว่าพ่อแม่บางคนจำเป็นต้องแสดงออกว่าเห็นด้วยหรือยินดี ก็เพราะความรักลูก จึงไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก หากเป็นความผิดปกติของร่างกาย และสมองมาแต่กำเนิด แต่ไม่ใช่เป็นเพราะถูกยุยงหรือโน้มน้าวโดยสื่อต่างๆ จนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา จึงประพฤติตามด้วยความภาคภูมิใจโดยไม่รู้สึกผิด
จริงอยู่ความรักระหว่างคนสองคนเป็นสิ่งงดงาม แต่ในกรณีที่มีเด็กมาเกี่ยวข้อง เช่น บางคนเอาเด็กมาอุปการะ เพราะไม่สามารถมีลูกกันเองได้ คุณเคยคิดบ้างไหมว่า เด็กจะมีปมด้อยหรือถูกล้อเลียนแค่ไหนเวลาไปโรงเรียน และเขาคงสับสนว่าจะเรียกคนที่เป็นพ่อว่าแม่ หรือเรียกคนที่เป็นแม่ว่าพ่อดี สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อเนื่องมากมาย
คนที่น่าเห็นใจอีกกลุ่มหนึ่ง คือดาราทั้งหลายที่จำเป็นต้องรับบทเป็นพวกรักร่วมเพศ ทั้งที่ในใจเขาอาจไม่ได้มีอารมณ์ร่วม และบางคนถึงขั้นขยะแขยงเสียด้วยซ้ำ แต่จำเป็นต้องแสดง เพื่อเงิน ชื่อเสียง และเอาใจคนดูเพียงกลุ่มเดียว นอกจากนั้น บางคนยังถูกยัดเยียดให้กลายเป็นคนเหล่านี้ในชีวิตจริง เพราะต้องแสดงบทรักนอกจอ หรือโฆษณา สินค้าต่างๆ ในฐานะคนที่เป็นรักร่วมเพศ… ถ้าลูกหลานของคุณโดนแบบนั้นบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไร?
การที่ประเทศไทยอนุญาตให้จดทะเบียนได้ก็นับว่าเป็นความใจกว้างพอแล้ว ในขณะที่หลายประเทศยังมีบทลงโทษรุนแรงสำหรับคนที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ดังนั้น จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะพยายามทำให้ทุกคนเป็นไปกันหมด
ขอให้ยอมรับว่า ถึงแม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่มันก็ไม่ใช่ความถูกต้องที่ควรส่งเสริมอย่างแน่นอน
ลองเปลี่ยนแนวละคร เพื่อเอาใจคนส่วนใหญ่มากกว่าคนกลุ่มเดียวดู พวกเราเชื่อว่านอกจากคุณจะมียอดวิวเพิ่มแล้ว ผลบุญของการที่คุณเลิกมอมเมาอนาคตของชาติ จะทำให้คุณมีความสุขใจมากขึ้นอีกด้วย
ขอแสดงความนับถือ อดีตแฟนละคร
ช่วยกันเผยแพร่ ให้ถึงทุกช่อง
...............................
ผมเข้าใจความรู้สึกของเจ้าของข้อความอยู่เหมือนกัน
คนที่เคยดูละครพระเอกนางเอกรักกันมาตลอดชีวิต พอเปิดโทรทัศน์มาเจอพระเอกรักพระเอก หรือนางเอกรักนางเอก ก็อาจไม่คุ้นตาเป็นธรรมดา
จะให้คนที่เติบโตมากับละคร บ้านทรายทอง เปลี่ยนมานั่งลุ้นว่าพระเอกหนุ่มสองคนจะลงเอยกันอย่างไร ก็คงต้องให้เวลาปรับตัวกันหน่อย
ยิ่งเรื่องความห่วงใยเด็กและเยาวชน ผมว่าเป็นเรื่องที่รับฟังได้ครับ เพราะสื่อทุกวันนี้เข้าถึงเด็กง่ายเหลือเกิน บางเรื่องผู้ใหญ่ยังดูแล้วต้องเกาหัว เด็กกลับเปิดดูได้เองในโทรศัพท์
แต่ความห่วงใยก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนความกังวลว่าเด็กดูละครวายแล้วจะเปลี่ยนรสนิยมทางเพศตามดาราที่ชื่นชอบนั้น ผมยังอดสงสัยไม่ได้
ถ้าดูละครแล้วคนเราเปลี่ยนรสนิยมทางเพศกันได้ง่ายขนาดนั้น คนที่ดูละครพระเอกนางเอกรักกันมาตั้งแต่เด็ก ก็น่าจะชอบเพศตรงข้ามกันหมดแล้วไม่ใช่หรือ
แล้วทำไมถึงยังมีคนรักเพศเดียวกัน ทั้งที่สมัยก่อนแทบไม่มีละครวายให้ดูกันเลย?
แถมละครไทยสมัยก่อนมีทั้งตบตี แย่งผัวแย่งเมีย วางแผนแก้แค้นกันสารพัด ถ้าคนดูทำตามละครกันทุกเรื่อง ป่านนี้บ้านเมืองคงวุ่นวายกว่านี้อีกหลายเท่า
สื่อมีอิทธิพลต่อความคิดและพฤติกรรมของเด็กได้แน่ครับ แต่เรื่องรสนิยมทางเพศคงไม่ได้เปลี่ยนกันง่ายๆ เพียงเพราะดูละครไม่กี่เรื่อง
พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ผมว่านึกย้อนกลับไปสักหน่อยก็เห็นอะไรหลายอย่าง
สมัยก่อนผู้หญิงใส่กางเกงขาสั้นออกจากบ้าน บางคนยังมองกันอย่างระแวงสงสัย ผู้ใหญ่บางบ้านถึงกับบ่นว่าแต่งตัวอย่างนี้จะไปไหนกัน
เดี๋ยวนี้ลูกสาวใส่กางเกงขาสั้นยังไม่เท่าไหร่ บางบ้านคุณแม่แต่งตัวเปรี้ยวกว่าลูกอีก
เรื่องความหลากหลายทางเพศก็มีความเปลี่ยนแปลงไม่น้อย
คนรักเพศเดียวกันมีมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นพร้อมละครวาย เพียงแต่สมัยก่อนหลายคนต้องปิดบังตัวเอง เพราะกลัวสายตาคนรอบข้าง
ทุกวันนี้สังคมเปิดรับมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทย แต่ในหลายประเทศทั่วโลกก็มีการยอมรับความหลากหลายทางเพศมากกว่าแต่ก่อน
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศแรกที่รับรองการสมรสของคนเพศเดียวกันเมื่อปี 2544 จากนั้นก็มีประเทศอื่นๆ ทยอยตามมา
ส่วนประเทศไทยของเรา กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เปิดทางให้บุคคลสองคนไม่ว่าจะเพศใดจดทะเบียนสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกฎหมายลักษณะนี้
เมื่อก่อนเรื่องอย่างนี้คงนึกกันไม่ถึง
แต่โลกก็ไม่ได้เปลี่ยนพร้อมกันทุกคน กว่าจะยอมรับอะไรใหม่ๆ ได้ บางทีก็ต้องใช้เวลา ยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อหรือค่านิยมที่ยึดถือกันมานาน จะให้เปลี่ยนความคิดกันในวันสองวันก็คงยาก
เหมือนเรื่องดูละครนั่นแหละครับ
บางคนชอบละครบู๊ ยิงกันสนั่นจอ บางคนชอบละครผี ดูไปกลัวไป แต่ก็ยังอุตส่าห์เปิดดูทุกคืน ส่วนละครรักนั้น พระเอกนางเอกจ้องตากันอยู่ได้เป็นสิบนาที คนดูก็นั่งลุ้นว่าเมื่อไหร่จะจูบกันเสียที
แล้วถ้ามีคนชอบดูละครชายรักชายหรือหญิงรักหญิงขึ้นมาบ้าง มันจะเป็นอะไรไปนักหนา?
ผมเองก็ไม่ได้ติดตามละครประเภทนี้เป็นเรื่องเป็นราว จะให้ไปวิจารณ์ว่าสนุกหรือไม่สนุกก็คงไม่ได้
แต่ถ้าบอกว่าไม่ชอบดู ผมก็เข้าใจ
ที่ชักไม่เข้าใจคือ พอเราไม่ชอบแล้ว ทำไมถึงอยากให้เขาเลิกฉายกันไปเลย
เหมือนคนไม่กินปลาร้า แล้วอยากให้ร้านส้มตำเลิกขายปลาร้าทั้งประเทศอย่างนั้นแหละ
อีกเรื่องที่เจ้าของข้อความพูดถึงคือคนจำนวนมากไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะกลัวถูกทัวร์ลง
อันนี้ผมว่าเป็นปัญหาจริงของสังคมออนไลน์
ทุกวันนี้แค่แสดงความคิดเห็นต่างจากคนอื่นนิดเดียว ก็อาจถูกด่ากันเสียจนแทบไม่เหลือที่ให้ยืน
บางคนพิมพ์ข้อความไปไม่กี่บรรทัด ตื่นเช้ามาแทบต้องเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลหนีกันเลยทีเดียว
แต่ที่บอกว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับละครวาย ผมก็ยังอยากรู้เหมือนกันว่าไปนับกันมาตอนไหน
เพราะถ้าคุยกันในกลุ่ม LINE แล้วเพื่อนสิบคนเห็นด้วยหมด ก็ยังเหลือคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น
อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดว่าความเห็นของเจ้าของข้อความเป็นเรื่องที่ควรหัวเราะเยาะหรือปัดทิ้ง
อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่ายังมีคนส่วนหนึ่งรู้สึกไม่สบายใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และอยากให้ผู้จัดละครรับฟังความรู้สึกของพวกเขาบ้าง
ผมว่าคนทำละครเองก็น่าจะรับฟังเสียงคนดูหลายๆ กลุ่มเหมือนกัน เพราะคนดูโทรทัศน์ไม่ได้มีแต่คนหนุ่มสาว และก็ไม่ได้มีแต่คนสูงวัย
เรื่องนี้คุยกันได้ครับ ไม่จำเป็นต้องแบ่งฝ่ายกันจนเหมือนกำลังจะเลือกตั้ง
ส่วนละครวายจะมีมากไปหรือเปล่า ผมตอบไม่ได้ เพราะอย่างที่บอก ผมเองก็ไม่ได้ติดตามละครประเภทนี้เป็นเรื่องเป็นราว
แต่ถ้าเปิดโทรทัศน์แล้วเจอละครที่ไม่ถูกใจ ก็เปลี่ยนช่องไปดูอย่างอื่นได้
ละครมีหลายแนว คนดูก็มีหลายรสนิยม จะให้ถูกใจทุกคนทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้
ขนาดละครพระเอกนางเอกรักกันตามแบบที่เราคุ้นเคย บางเรื่องผมยังดูไม่จบเลยครับ
ไม่ใช่เพราะรสนิยมทางเพศเปลี่ยน
แต่เพราะพระเอกกว่าจะบอกรักนางเอกได้ ผมหลับไปก่อนแล้ว
— เสมอต้น
30 ตุลาคม 2569
📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาคือ...‘ชีพ iLaw’
ผมอ่านข่าวที่..... “ยิ่งชีพ iLaw” ยื่นหนังสือต่อ “ประธานศาลฎีกา”
'แชร์ข่าวไม่ใช่อาชญากร'
ทีแรกวันนี้ตั้งใจจะเขียนเรื่องละครวายครับ พอดีมีคนส่งเรื่องเข้ามาในกลุ่มไลน์ ตั้งคำถามว่าดูละครวายกันมากๆ
'เอกนัฏ...นายแน่มาก'!
ท่าทาง.... “เขาจะเอากันแน่แล้ว” ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน! ผลที่ตามมาทันที-ทันใด คือ “น้ำมัน”!
'บรรลัยธิปไตย'
การเมืองไทยนี่ก็แปลกดีนะครับ บางวันดูแล้วเหมือนรายการตลก
จริงรึ...ปราบสิ้นซาก?
เป้าหมาย.... ปราบแก๊งฟอกเงินและแก๊งนอมินีต่างชาติ ของ “นายกฯ อนุทิน” ชัดมาก!
สลิป 7 ล้าน…รู้ทั้งรู้!
ระหว่างที่ผมกำลังไล่อ่านข่าว ดูโน่นดูนี่ไปตามเฟซบุ๊ก ก็เจอเรื่องสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาท

