ก.พลังงานเดินหน้าเชิงรุก มอบสิทธิสำรวจ 2 แปลงติดแหล่งสินภูฮ่อม L1/66–L3/66 เร่งหาก๊าซราคาถูกในประเทศให้คนไทย คาดสร้างรายได้รัฐตลอดโครงการกว่า 60,000 ล้านบาท ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า ต่อยอดมาตรการ B20 E20 และโซลาร์ภาคประชาชน
2 พ.ย. 2569 - นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเดินทางเป็นประธานในงานประกาศผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 แก่บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานหลุมผลิต ดี ของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม บนภูฝอยลม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งปิโตรเลียมบนบกสำคัญของภาคอีสาน ว่า ในภาวะที่โลกแย่งกันซื้อพลังงาน ก๊าซทุกลูกบาศก์ฟุตที่เราผลิตได้จากแผ่นดินอีสาน คือก๊าซที่ประเทศไม่ต้องไปแข่งซื้อในตลาดโลกที่ราคาผันผวน รัฐบาลจะไม่รอให้วิกฤติผ่านไปเอง แต่จะเร่งเปิดทุกแหล่งพลังงานในประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และบนหลังคาบ้านประชาชน
ทั้งนี้แปลง L1/66 และ L3/66 อยู่ติดกับโครงการสินภูฮ่อม หากพบแหล่งก๊าซเชิงพาณิชย์ จะเชื่อมเข้าโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันที ไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด จึงลดทั้งเวลาและต้นทุนพัฒนาแหล่ง ระยะแรกจะสำรวจด้วยการวัดคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Acquisition) และเจาะหลุมสำรวจ ใช้เวลาประมาณ 3 ปี โดยฐานหลุมผลิต ดี เพิ่งเริ่มผลิตเมื่อ 12 ส.ค. 2569 ก๊าซจะส่งผ่านท่อไปยังสถานีผลิตกลางที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนป้อนเป็นเชื้อเพลิงหลักให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง
นายเอกนัฏ กล่าวว่า 3 มิติที่ประเทศได้รับ ได้แก่ 1. ความมั่นคง เพิ่มก๊าซในประเทศป้อนโรงไฟฟ้าน้ำพอง รองรับความต้องการไฟฟ้าของภาคอีสานต่อเนื่องอีก 25 ปี 2. รายได้รัฐ หากสำรวจพบแหล่งที่พัฒนาได้ ทั้งโครงการ L1/66, L3/66 และสินภูฮ่อม คาดสร้างรายได้ให้รัฐกว่า 60,000 ล้านบาท ผ่านค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม โดยก้อนแรกรัฐได้รับแล้ววันนี้ คือเงินตอบแทนการลงนามสัมปทาน (Signature Bonus) 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 ล้านบาท (แปลงละราว 50 ล้านบาท) นำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และ 3. เศรษฐกิจ ดึงการลงทุนสำรวจราว 2,000 ล้านบาท สร้างงานและรายได้ในพื้นที่และธุรกิจต่อเนื่อง
"หากการสำรวจประสบความสำเร็จ แหล่งก๊าซใหม่นี้จะเป็นฐานพลังงานที่หล่อเลี้ยงไฟฟ้าของภาคอีสานไปอย่างน้อยอีก 25 ปี ควบคู่กับพลังงานจากแสงแดดและพืชผลของเกษตรกรไทย เพื่อให้ประเทศยืนได้ด้วยพลังงานของตัวเอง ไม่ว่าโลกจะผันผวนเพียงใด ขณะเดียวกันรัฐบาลเร่งสร้างความมั่นคงจากพลังงานที่ผลิตได้เองในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ B20 และ E20 ที่ยอดใช้ขยับเป็นกว่า 9 ล้านลิตร/วัน ช่วงสิ้นเดือนต.ค. ช่วยหนุนราคาผลปาล์มเกษตรกรไทยให้ขยับขึ้นแตะ 8.50 บาท/กก. และโครงการโซลาร์ภาคประชาชน "นายเอกนัฏ กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปตท.สผ.ทำสัญญาซื้อขายแหล่งก๊าซธรรมชาติ เพิ่มพอร์ตลงทุนในมาเลเซีย
ปตท.สผ. และพันธมิตรลงนามสัญญา เพิ่มศักยภาพการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ เอสเค410บี ลัง เลอบาห์ และบี14 เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจในประเทศมาเลเซีย ตามกลยุทธ์การบริหารพอร์ตสินทรัพย์
นายกฯหนู โพสต์ขอบคุณคนไทยร่วมมือเพิ่มการใช้น้ำมัน B20 พุ่งวันละ 3 ล้านลิตร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนราชอาณาจักรภูฏาน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า
'ปตท.สผ.'เผย 9 เดือนมีรายได้รวม 268,375 ล้านบาท
ปตท.สผ. เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปี 2569 มีรายได้รวม 268,375 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ด้วยการเพิ่มการผลิตและการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ สามารถสร้างประโยชน์ด้านภาษีและรายได้กลับคืนสู่ประเทศกว่า 70,100 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ
“วันวิชิต” ชูรัฐบาลอนุทินกล้ารื้อสูตรน้ำมันทิพย์ อิงสูตรสิงคโปร์ ทั้งที่กลั่นในไทย ลดต้นทุนปีละหมื่นล้าน มองเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นรูปธรรม
วันที่ 29 ตุลาคม 2569 กรณีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามปรับหลักเกณฑ์คำนวณราคา ณ โรงกลั่นที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2547 โดยเอาค่าใช้จ่ายเดินทางจากสิงคโปร์ และไม่จำเป็นอื่นๆ ออก เนื่องจากกระบวนการกลั่นเกิดในประเทศไทย
'พีระพันธุ์' แจงยิบ ทำไมสมัยเป็นรมว.พลังงาน จึงยังไม่ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊
'รสนา' จี้ 'เอกนัฏ' ปิดเกมโครงสร้างราคาน้ำมัน ตัดค่าปรับปรุงคุณภาพเบนซินอีก 50 สตางค์
น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รัฐมนตรีเอกนัฏจะกล้าหักโรงกลั่น ประกาศยกเลิกค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเบนซินที่ไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค

