พาณิชย์ยืนยันปุ๋ยไม่ขาดแคลน

กรมการค้าภายในถก 3 สมาคมปุ๋ย เตรียมความพร้อมรองรับฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ ที่จะเริ่มพ.ค.นี้ ยันปุ๋ยมีเพียงพอ ไม่มีปัญหาขาดแคลน หลังผู้ประกอบการเร่งนำเข้า และหาแหล่งนำเข้าทดแทน ส่วนการปรับขึ้นราคา จะพิจารณาให้ตามต้นทุนที่แท้จริง ป้องกันปัญหาขาดตลาด และมีเงื่อนไข เกษตรกรต้องไม่รับภาระเกินไป ผู้ประกอบการทำธุรกิจต่อไปได้ พร้อมขอสมาคมเข้มงวดสมาชิก อย่าให้เกิดการกักตุน ฉวยโอกาส

29 มี.ค. 2565 – นายวัฒนศักดิ์​ เสือเอี่ยม​ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับ 3 สมาคม​ผู้ผลิต​ ผู้จำหน่ายและนำเข้าปุ๋ยเคมี​ ประกอบด้วย​สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร เพื่อหารือสถานการณ์ปุ๋ยเคมี ว่า สมาคมฯ ได้ยืนยันว่าปุ๋ยมีเพียงพอสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกที่จะเริ่มในเดือนพ.ค.2565 ที่จะถึงนี้ โดยได้มีการเตรียมการนำเข้ามาเป็นระยะ ๆ และมีการสั่งซื้อล่วงหน้า ทั้งปุ๋ยยูเรีย โพแทสเซียม และฟอตเฟต ทำให้มั่นใจว่าช่วงครึ่งปีแรก จะไม่มีปัญหาปุ๋ยขาดแคลน และช่วงไตรมาส 3 และ 4 ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะผู้ประกอบการได้เตรียมพร้อมนำเข้าและหาแหล่งนำเข้าไว้ล่วงหน้าแล้ว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้ยืนยันจะเร่งนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าแล้วบางส่วน และขณะนี้ ก็มีการวางแผนสั่งซื้อต่อเนื่อง แต่อาจจะสะดุดบ้าง เพราะแหล่งนำเข้าสำคัญหลายแห่ง มีปัญหาจากผลกระทบของสงคราม และบางประเทศได้สำรองไว้ใช้ในประเทศ ทำให้ปริมาณในตลาดลดลง ซึ่งผู้ประกอบการได้แก้ปัญหาด้วยการมองหาแหล่งนำเข้าอื่น ๆ ทดแทน เช่น ซาอุดิอาระเบีย ที่เป็นแหล่งผลิตสำคัญอีกแหล่งหนึ่งของโลก

นายวัฒนศักย์กล่าวว่า สำหรับการปรับขึ้นราคาปุ๋ยเคมีตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น กรมฯ ได้ขอให้ผู้ประกอบการส่งต้นทุนมาให้กรมฯ แล้ว โดยจะพิจารณาตามต้นทุนที่แท้จริง มีหลักเกณฑ์ให้ปรับขึ้นราคาตามต้นทุน ไม่ใช่ให้ปรับขึ้นเท่ากันหมด เพราะผู้ประกอบการแต่ละราย ปุ๋ยแต่ละชนิด มีต้นทุนไม่เท่ากัน ที่สำคัญ การปรับขึ้นราคา จะต้องไม่เป็นภาระกับเกษตรกรมากจนเกินไป ขณะที่ผู้ประกอบการต้องอยู่ได้ และประกอบธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งทุกอย่างจะต้องสมเหตสมผล เพราะหากไม่ให้ปรับขึ้นราคา ก็จะมีปัญหาเรื่องสินค้าขาดแคลน จะเป็นปัญหาใหญ่ตามมาอีก

ส่วนต้นทุนปุ๋ยในปัจจุบัน ผู้ประกอบการแจ้งว่า ปุ๋ยสูตรหลัก ๆ มีการปรับสูงขึ้น เช่น ปุ๋ยยูเรีย ราคา FOB อยู่ที่ 960-1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ฟอสเฟต อยู่ที่ 1,100-1,200 เหรียญสหรัฐต่อตัน และโพแทสเซียม อยู่ที่ 950-1,000 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งราคาสูงขึ้นจากเดิม 100-200% แต่ในการอนุญาตให้ปรับขึ้นราคา จะให้ขึ้นตามต้นทุนเลย เป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีสต๊อกเก่าอยู่ แต่จะพิจารณาให้ตามเหมาะสม และตามต้นทุนที่แท้จริง

“โจทย์ตอนนี้ ต้องดูแลปริมาณให้เพียงพอกับความต้องการใช้ เพราะแต่ละปีมีความต้องการใช้ปุ๋ยในประเทศประมาณ 5 ล้านตัน เป็นปุ๋ยยูเรียเป็นส่วนใหญ่ ที่เหลือเป็นปุ๋ยชนิดอื่น ๆ โดยเรื่องปริมาณเบาใจได้แล้ว เพราะได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการว่าจะเร่งนำเข้า และหาแหล่งนำเข้าอื่น ๆ ทดแทน แต่เรื่องราคา เป็นเรื่องที่กรมฯ ต้องดูแล ที่จะต้องสมเหตุ สมผล เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ”นายวัฒนศักย์กล่าว

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ขอความร่วมมือให้สมาคม ช่วยดูแลสมาชิก หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดมีการกักตุน ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา ขอให้ตัดสิทธิ์ไม่ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอีก และในส่วนของกรมฯ จะดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุดทุกราย และยังได้ขอความร่วมมือให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ทำการติดตาม ตรวจสอบปริมาณและการจำหน่ายปุ๋ยอย่างใกล้ชิดด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พาณิชย์เปิดเกมรุก AI Commerce จัด Thailand e-Commerce Expo 2026 ผนึกกว่า 50 พันธมิตร ปั้นผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก คาดเงินสะพัดกว่า 300 ล้านบาท

กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เปิดเวที Thailand e-Commerce Expo 2026 มหกรรมการค้าออนไลน์แห่งปี ภายใต้แนวคิด “งานเดียวครบ จบเรื่อง e-Commerce”

ตรวจสอบฟรี! ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนแต่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น

รัฐบาลเดินหน้าช่วยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกรณีจนจริง แต่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ล่าสุดมีผู้ยื่นตรวจสอบแล้วกว่า 700 ราย ย้ำตรวจสอบฟรี ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ

พาณิชย์จับมือหน่วยงานรัฐ จัดการปัญหาต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินี

พาณิชย์ ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ เดินหน้าป้องกันและปราบปราม การใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เชื่อมโยงข้อมูลสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย