
NT จัดทำระบบตรวจสอบเพื่อระงับการโทรเข้าจากต่างประเทศที่ผิดปกติ หวังร่วมแก้ปัญหาการระบาดหนักจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อแม้เป็นหมายเลขเรียกเข้าจากในประเทศ
27 เม.ย. 2565 – นายสมพงษ์ อัศวบุญมี ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า จากกรณีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์กำลังสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้แก่ประชาชนในขณะนี้ ทาง NT มีความห่วงใย และต้องการร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยในส่วนชุมสายโทรศัพท์ระหว่างประเทศของ NT ได้ดำเนินการตรวจสอบความผิดปกติของหมายเลขโทรศัพท์ที่เรียกเข้าจากต่างประเทศตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อพบความผิดปกติจะระงับการโทรจากหมายเลขต้นทางดังกล่าวและแจ้งไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศตรวจสอบทันที โดยพบว่าหมายเลขโทรศัพท์เรียกเข้าที่มีลักษณะผิดปกติเข้าข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะมีรูปแบบหมายเลขต้นทางไม่ถูกต้อง หรือมีลักษณะการเรียกติดต่อไปยังหมายเลขปลายทางที่ผิดปกติ เช่น หมายเลขที่ไม่มีในระบบ (Unassigned No., Spare Code) หมายเลขที่ไม่มีตัวตน รวมถึงหมายเลขที่มีการโทรเข้ามายังหมายเลขปลายทางจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ เพื่อร่วมป้องกันการเกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างครบวงจร NT ได้ปรับรูปแบบหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างประเทศขาเข้าให้มีรูปแบบตามมาตรฐานโทรคมนาคมของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU-T) รูปแบบเดียว คือ มีเครื่องหมาย “+” นำหน้าตามด้วยรหัสประเทศ เช่น +381631900756 พร้อมแจ้งให้ประชาชนรับทราบและเฝ้าระวัง หากมีสายเรียกเข้าที่มีหมายเลขต้นทางขึ้นต้นด้วย + ให้พึงสังเกตหากไม่ได้มีญาติหรือผู้ติดต่อที่อยู่ต่างประเทศให้งดรับสายในทุกกรณี โดยในส่วนของผู้รับสายปลายทางในประเทศเมื่อพบความผิดปกติ หรือสงสัยว่าสายดังกล่าวจะเป็นมิจฉาชีพ สามารถแจ้งมายัง NT Contact Center 1888 NT จะระงับการโทรจากหมายเลขต้นทางที่มีความผิดปกติและประสานแจ้งไปยังผู้ให้บริการโครงข่ายในต่างประเทศให้ตรวจสอบและระงับการโทรของหมายเลขต้นทางมายังปลายทางในประเทศไทย ขณะเดียวกันประชาชนผู้ใช้บริการที่ถูกหลอกลวงให้แจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ในกรณีที่เป็นการเรียกเข้าด้วยหมายเลขภายในประเทศ ทั้งที่เป็นโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ NT ได้ร่วมกับ กสทช. แจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังลูกค้ารวมถึงผู้ใช้บริการ อย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่โทรมาแอบอ้างในหลากหลายกรณี อาทิ แจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ โดยแจ้งว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดและขอตรวจสอบเงินในบัญชี หรือขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน NT ขอให้ทุกท่านโปรดระมัดระวังการโจรกรรมข้อมูลทางออนไลน์ เพื่อป้องกันการสูญเงินและความเสียหายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์
รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข
สายด่วน 1441 ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ พบโทรแจ้งเพิ่ม ตัวเลขเสียหายลดลง
'ศูนย์ AOC 1441' ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน หนุนรัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ย้ำหลัก 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' ไม่มีข้อยกเว้น
รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา
ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 'นายร้อยปอยเปต' หลอกโอนเงิน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
ตำรวจปฏิบัติการ The Red Line เส้นตาย สายกดเงินนายร้อยปอยเปต ลวงหมออ้างเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินบังคับวีดีโอคอลโดยมีฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ พบประวัติพัวพัน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
รวบยกแก๊ง! ตำรวจภาค 6 ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินซื้อทอง-เหรียญดิจิทัล
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 สนธิกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกลงวันที่ 6 พ.ค. 2569 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันฟอกเงิน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

