ตำรวจปฏิบัติการ The Red Line เส้นตาย สายกดเงินนายร้อยปอยเปต ลวงหมออ้างเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินบังคับวีดีโอคอลโดยมีฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ พบประวัติพัวพัน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
20 พฤษภาคม 2569 - ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. และ กก.4 บก.ป.ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 13 ราย ประกอบด้วย 1. น.ส.จงรักฯ อายุ 29 ปี 2. นายวินัสฯ อายุ 28 ปี 3. นายพัฒนพงษ์ฯ อายุ 32 ปี 4. นายทินภัทรฯ อายุ 22 ปี 5. นายยงยุทธฯ อายุ 51 ปี 6. นายชนิตกานต์ฯ อายุ 24 ปี 7. นายครรชิตฯ อายุ 37 ปี 8. นายพัฒนาพรฯ อายุ 39 ปี 9. นายณัฐวุฒิฯ อายุ 27 ปี 10. นายณรงศักดิ์ฯ อายุ 39 ปี 11. นายภาษิตฯ อายุ 37 ปี 12. MISS CHANKHEMA อายุ 25 ปี สัญชาติกัมพูชา 13. Mr.SOPHORN อายุ 44 ปี สัญชาติกัมพูชา
พฤติการณ์ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีหนึ่งที่มีคุณหมอตกเป็นผู้เสียหาย และได้ร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ (Thai Police Online) กรณีถูกนายร้อยปอยเปต ข่มขู่ว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินพร้อมบังคับให้วิดีโอคอล โดยแสดงฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ และใช้เอกสารหมายศาลและคำสั่งของ ปปง. ปลอม เพื่อสร้างความหวาดกลัวจนผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้นได้บังคับให้ผู้เสียหายแชร์หน้าจอโทรศัพท์มือถือตลอด 24 ชั่วโมง ตลอด 5 วัน ให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อตรวจสอบยอดเงิน และกดดันให้โอนเงินทั้งหมดมาตรวจสอบ
โดยกลุ่มผู้ต้องหาใช้บัญชีม้า ได้แก่ ผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3, 4, 5, 10, 11 เป็นบัญชีม้ารับโอนแถวที่ 1 ผู้ต้องหาที่ 6, 7, 13 เป็นบัญชีม้ารับโอนแถวที่ 2 และ ผู้ต้องหาที่ 8, 9, 12 เป็นบัญชีม้ารับโอนแถวที่ 3 โดยผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3, 7, 8, 10 และ 11 เป็นม้ากดเงินสด ที่มีหน้าที่รอรับคำสั่งให้ดำเนินการถอนเงินสดอยู่ทั่วประเทศ ทันทีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้าที่เตรียมไว้ เพื่อตัดความเชื่อมโยงกับขบวนการใหญ่ แล้วส่งมอบเงินสดกลับเข้าสู่วงจรสแกมเมอร์ต่อไป
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลของระบบรับแจ้งความออนไลน์ Thai Police Online พบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีประวัติพัวพันกว่า 76 คดี มูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 123 ล้านบาท พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญาธนบุรี ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 13 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน”
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราม จึงได้เปิดปฏิบัติการ The Red Line เส้นตายสายกดเงินในครั้งนี้ โดยสามารถตรวจค้นจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 10 ราย ในพื้นที่ 8 จังหวัดทั่วประเทศ
หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ตนถูกนายร้อยปอยเปตแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และเร่งให้โอนเงินออกจากบัญชีเช่นเดียวกันกับผู้เสียหาย พร้อมมอบคลิปวิดีโออัดหน้าจอดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบการให้ถ้อยคำไว้แล้ว เพื่อใช้สืบสวนติดตาม ขยายผลเพื่อนำผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง มาลงโทษตามกฎหมายในชั้นจับกุมผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการหลอกลวงดังกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์
รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข
สายด่วน 1441 ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ พบโทรแจ้งเพิ่ม ตัวเลขเสียหายลดลง
'ศูนย์ AOC 1441' ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน หนุนรัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ย้ำหลัก 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' ไม่มีข้อยกเว้น
รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา
ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ
รวบยกแก๊ง! ตำรวจภาค 6 ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฟอกเงินซื้อทอง-เหรียญดิจิทัล
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 สนธิกำลังติดตามจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกลงวันที่ 6 พ.ค. 2569 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันฟอกเงิน รวมถึงความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

