สายด่วน 1441 ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ พบโทรแจ้งเพิ่ม ตัวเลขเสียหายลดลง

‘ศูนย์ AOC 1441’ ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน หนุนรัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ย้ำหลัก ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ ไม่มีข้อยกเว้น

8 มิ.ย. 2569 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยยึดหลักสำคัญของนายกรัฐมนตรี คือ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ใครเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ หรือขบวนการที่สร้างความเสียหายให้ประชาชน ต้องถูกตรวจสอบตามพฤติการณ์ ไม่ดูชื่อ ไม่ดูเส้นสาย และไม่ยกเว้นให้ผู้มีอิทธิพลหน้าไหน

โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่เพียงช่องทางรับแจ้งเหตุ แต่เป็นศูนย์ประสานงานเร่งด่วนระหว่างประชาชน ตำรวจ สถาบันการเงิน หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานด้านดิจิทัล เพื่อหยุดความเสียหาย อายัดเส้นทางเงิน และส่งต่อข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีโดยเร็ว

น.ส.รัชดา กล่าวว่า จากข้อมูลผลการดำเนินงานของศูนย์ AOC 1441 พบว่า ช่วงเดือน ก.พ.-ก.ย. 2568 มีสายโทรเข้า 851,495 สาย เฉลี่ย 3,519 สายต่อวัน ขณะที่ช่วงเดือน ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569 มีสายโทรเข้าเพิ่มเป็น 966,125 สาย เฉลี่ย 3,992 สายต่อวัน สะท้อนว่าประชาชนใช้ช่องทางนี้เป็นที่พึ่งเมื่อตกเป็นเหยื่อหรือพบความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์

ในด้านการแจ้งระงับบัญชีร่วม ช่วงเดือน ก.พ. – ก.ย. 2568 มีจำนวน 355,381 สาย เฉลี่ย 1,469 สายต่อวัน และช่วงเดือน ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569 เพิ่มเป็น 362,472 สาย เฉลี่ย 1,498 สายต่อวัน แสดงให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันของศูนย์ AOC 1441 กับสถาบันการเงินมีบทบาทสำคัญในการสกัดความเสียหายตั้งแต่ต้นทาง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า แม้จำนวนการรับแจ้งและการประสานงานเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายกลับลดลง จาก 14,365.97 ล้านบาท ในช่วง ก.พ. – ก.ย. 2568 เหลือ 12,155.87 ล้านบาท ในช่วง ต.ค. 2568 – พ.ค. 2569 หรือลดลง 15.38% เป็นตัวเลขที่สะท้อนว่า เมื่อประชาชนเข้าถึงช่องทางช่วยเหลือเร็วขึ้น การสกัดกั้นความเสียหายก็ทำได้เร็วขึ้น

นอกจากการช่วยเหลือผู้เสียหาย รัฐบาลยังเดินหน้าปิดช่องทางผิดกฎหมายและเว็บพนันออนไลน์ด้วย โดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2566 ถึงวันที่ 24 พ.ค. 2569 พบว่ามีการปิดเว็บเถื่อนและเว็บหลอกลวงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากปีงบประมาณ 2566 ที่มีคำสั่งศาล 48 รายการ และประสานแพลตฟอร์ม 10,394 รายการ เพิ่มเป็นปีงบประมาณ 2569 ที่มีคำสั่งศาล 41 รายการ และประสานแพลตฟอร์ม 52,906 รายการ ส่วนเว็บพนันออนไลน์เพิ่มจาก 2,059 รายการในปี 2566 เป็น 629,711 รายการในปี 2569

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่ารัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะปลายทาง แต่เร่งตัดวงจรทั้งระบบ ตั้งแต่ช่องทางหลอกลวง แพลตฟอร์มผิดกฎหมาย เส้นทางการเงิน ไปจนถึงเครือข่ายผู้กระทำผิด และยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เข้มข้น และทันเทคโนโลยีของมิจฉาชีพ การรับแจ้งเหตุ การอายัดบัญชี การติดตามเส้นทางเงิน และการดำเนินคดีต้องเร็วกว่าเดิม เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่ามีรัฐเป็นที่พึ่ง และผู้กระทำผิดต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า หากตกเป็นผู้เสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ ถูกหลอกโอนเงิน ถูกหลอกลงทุน หรือสงสัยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ขอให้รีบโทรสายด่วน 1441 ศูนย์ AOC ทันที เพราะทุกนาทีมีความหมายต่อการสกัดเส้นทางเงิน ลดความเสียหาย และเพิ่มโอกาสนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวดี! สธ. ปรับค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. พร้อมชงจ้างงานเพิ่ม 9.3 หมื่นอัตรา

รัฐบาล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรสาธารณสุข ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเพิ่มกรอบจ้างงาน 93,000 อัตรา

‘ตาควาย-เนิน350’สุดคึกคัก

รัฐบาลยันเดินหน้า UNCLOS กำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่-แบ่งประโยชน์ร่วมกับเขมร "พล.อ.รังษี" มั่นใจไม่ซ้ำรอยเขาพระวิหาร ชี้ต่างจากศาลโลก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" คึกคัก! แห่เที่ยว 2 วัน ทะลุ 3 พันคน สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชน

'ฝ่ายค้าน' บี้ล่า 'นอมินี' หลังพาณิชย์เจอแหล่งใหญ่ห้วยขวาง 53 บริษัท ชี้เป้าลุย 'สมุย-กระบี่-ภูเก็ต' 

รองหน.พรรคปชป.ชี้กรณีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจพบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินีในพื้นที่เขตห้วยขวาง จำนวน 53 ราย

อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ชำแหละบทเรียนสังคมไทย เมื่อลดหย่อนพ่อแม่ชนกับบัตรคนจน

ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดทางการคลังมากขึ้นทุกปี และกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว การพยายามทำให้สวัสดิการมุ่งเป้าไปยังคนที่เดือดร้อนจริงมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และนี่คือจุดเริ่มต้นของดรามาครั้งนี้

นายกฯ เตรียมเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ 8-9 มิ.ย. นี้ 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3