
ไม่ไหวอย่าฝืน!! “คลัง” ยอมหั่นจีดีพีปี 65 เหลือ 3.5% รับพิษสงครามรัสเซีย-ยูเครนทำอ่วมหนัก ทุบเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าทรุด ราคาพลังงานขยับขึ้นต่อเนื่อง ด้านเงินเฟ้อพุ่งไม่หยุดทั้งปีคาดทะยานแตะ 5% ลุ้นส่งออกโตแกร่งช่วยหนุน ปลื้มท่องเที่ยวฟื้นตัว ปีนี้ต่างชาติแห่เข้าไทย 6.1 ล้านคน จับตาโควิดกลายพันธุ์-ความผันผวนเศรษฐกิจและการเงินโลกกดดันทำเงินทุนเคลื่อนย้าย หวั่นกระทบค่าเงินบาท
27 เม.ย. 2565 – นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2565 อยู่ที่ 3.5% โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 3-4% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 4% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยชะลอตัวลง โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ระดับ 5% ต่อปี โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ 4.5-5.5% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ขณะเดียวกัน มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้จากปี 2564 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าการบริโภคภาคเอกชนจะขยายตัวที่ระดับ 4.3% ต่อปี ส่วนภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้น หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าไทย จำนวน 6.1 ล้านคน ขยายตัว 1,315% จากปี 2564 ที่มีจำนวนเพียง 4 แสนคน และคาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวขึ้น 3.7 แสนล้านบาท ขยายตัว 883%
“ในไตรมาส 1/2565 มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 5 แสนคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับทั้งปี 2564 และมีการประเมินว่าภาคการท่องเที่ยว รวมถึงรายได้จากภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้” นายพรชัย กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของการส่งออกสินค้าคาดว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ที่ระดับ 6% สูงขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 3.6% โดยการดำเนินนโยบายของภาครัฐจะยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 3.18 แสนล้านบาท รวมทั้งเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงิน 5 แสนล้านบาท ที่ยังเหลือเม็ดเงินอีก 7.42 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนนี้คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง และจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในทุกกลุ่มอย่างตรงจุด สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก
นายพรชัย กล่าวอีกว่า การลงทุนของภาครัฐในปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.6% โดยแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะขยายตัวที่ 4.5%
สำหรับปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1. ความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน โดยในปีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 99.5 ดอลล่าร์ต่อบาเรล 2. ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งสายพันธุ์ที่ระบาดในปัจจุบันและที่อาจเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต 3. ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและการเงินโลก อาทิ การส่งสัญญาณปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในหลายประเทศจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท โดยในปี 2565 คาดว่าเงินบาทจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 33.10 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ
4. ปัญหาข้อจำกัดในห่วงโซ่อุปทานการผลิต (Supply Disruption) เช่น การขาดแคลนอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น และ 5. ตลาดแรงงานยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่ จึงเป็นข้อจำกัดสำหรับการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และความสามารถในการชำระหนี้สินของภาคครัวเรือนที่ยังคงมีความเปราะบาง แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะเห็นสัญญาณในตลาดแรงงานดีขึ้น จากการจ้างงานที่เริ่มกลับมา แต่ก็ยังไม่เต็มที่เหมือนช่วงก่อนโควิด-19 โดยการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อสถานการณ์การใช้จ่ายและการบริโภคของเอกชนล่าสุดที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงที่โควิด-19 มีการระบาดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/2563 และช่วงไตรมาส 3/2564
“กระทรวงการคลังจะได้มีการติดตามและประเมินผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะดำเนินมาตรการทางการคลังและการเงินที่เหมาะสมเพื่อให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ โดยในส่วนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย และยูเครน หากสามารถยุติได้เร็ว จะอยู่ในรอบคาดการณ์เดือน มิ.ย. 2565 ซึ่งจะมีการเผยแพร่ข้อมูลในเดือน ก.ค. แต่หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ก็จะอยู่ในรอบคาดการณ์เดือน ต.ค. 2565” นายพรชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปูทาง FTA เชื่อมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–บังกลาเทศ
ITD จัดประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการค้า การลงทุน ไทย–บังกลาเทศ เร่งปูทาง FTA เชื่อมเศรษฐกิจอ่าวเบงกอล–อาเซียน ย้ำความร่วมมือระหว่างกันมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หวังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
เตะตัดขา กู้4 แสนล้าน พรรคส้มยังแทงกั๊ก จับมือ ปชป. พลิกแฟ้มคดี ศาลรธน.ชี้พ.ร.ก.โมฆะ
ลูกแอ็กชันของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมติให้ สส.ของพรรคร่วมกันเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบ

