
'จตุพร' ชี้สองทางเลือก 'ทักษิณ' วางมือ-ไม่วางมือการมือง ยกโพลทุกสำนักกว่า 80% เชื่อไม่วางมือ ส่อเปิดหน้าออกความเห็นวิจารณ์การเมือง ระบุคำพูดการเมือง บอก 'ลืม' คือการสะท้อนถึงความจำ
13 พ.ค.2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้พักโทษออกจากคุก อนาคตจะส่อแนวโน้ม“วางมือหรือไม่วางมือทางการเมือง” ซึ่งมีเพียงทักษิณ คนเดียวต้องตัดสินใจจะอยู่แบบคนธรรมดาหรือแสดงบทบาทคนสาธารณะอีก
อย่างไรก็ตาม หากเทียบเคียงผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้อธิบายการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมืองไปมากแล้ว โดยบ่งชี้ว่า ในการเลือกตั้งไม่มีใครกลัวเกรงทักษิณ อีกเลย เพราะผ่านเลยจุดสูงสุดความนิยมทางการเมืองไปแล้วตั้งแต่กลับไทยและยอมรับได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาจริง
สิ่งสำคัญ ทักษิณ ยังไม่หมดโทษจำคุกซึ่งเหลืออีก 4 เดือน แม้ได้รับการพักโทษก่อน แต่ยังแสดงออกทางการเมืองได้ ถึงที่สุดแล้วมีอีก 3 คดีรอชี้ชะตาอนาคตอยู่ คือ คดีชั้น 14 คดี ม.112 และคดีจ่ายภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท
ในคดีชั้น 14 ผลของคำสั่งศาลฎีกา ฯ ให้ติดคุก โดยมีขบวนการร่วมยังค้างอยู่ที่ ปปช. และยรอขยายผลถึงบุคคลเข้าข่ายร่วมทำผิด ซึ่งคาดว่าคดีนี้มีความเสี่ยงมากกว่าคดี ม.112 ที่ยังอยู่ขั้นศาลอุทธรณ์และไปถึงศาลฎีกา ส่วนคดีเก็บภาษี 1.7 หมื่นล้านบาทอยู่ในชั้นกรมสรรพากรต้องตามเรียกเก็บเงินจากทักษิณ ดังนั้น ทุกเรื่องไม่ใช่การกล่าวหาแแต่เป็นข้อเท็จจริงทางคคี
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อทักษิณ ออกจากคุก มีคนมาต้อนรับมากมาย เห็นแค่รถบัส รถตู้ก็พออธิบายถึงผู้คนได้ อีกอย่างมี สส. และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมารอรับ ส่วนรัฐมนตรีไม่มีมา เพราะศาล รธน.เคยวินิจฉัยจริยธรรมนักการเมืองเรื่องการคบคนไว้เป็นกรณีศึกษาแล้ว
"ที่ทักษิณ ออกมาพูดว่า ไปจำศีลมา 8 เดือน เป็นอัลไซเมอร์ (โรคสมองเสื่อม) จำอะไรไม่ได้ แต่เดินทักทายผู้คนมาต้อนรับ และจำได้ถูกต้องหมด ในทางการเมืองนั้นการบอกไม่จำ (ลืม) ก็คือการจำ ดังนั้น การเมืองไม่ใช่พูดซ้ายต้องมาซ้ายเสมอไป หรือพูดหน้าจะมาหลังก็ได้”
นายจตุพร กล่าว่า ทักษิณ ต้องคิดถึงเส้นแบ่งระหว่างอิสรภาพกับการถูกจองจำอีกครั้ง เพราะสองเส้นนี้ใกล้กันมาก ซึ่งขึ้นอยู่กับทักษิณ ถ้าจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ย่อมไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือยังจะยุ่งทางการเมืองก็ต้องถูกวิจารณ์ได้ เพราะเป็นคนสาธารณะ และดูจากโพลแล้ว มีกว่า 80% เชื่อว่าจะไม่วางมือทางการเมือง
“เมื่อทักษิณ เป็นทุกสิ่งอย่างของพรรคเพื่อไทย ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับทักษิณเองจะอยู่เบื้องหลัง หรือออกมาเล่นเอง แต่ถ้าเทียบกับเสียง สส.ในยุคทักษิณจาก 377 เสียง แต่ขณะนี้เหลือเพียง 74 หายไป 303 เสียง ดังนั้น แทบหาความเป็นไปได้ยากที่จะกลับมาสู่จุดเดิมได้อีก” นายจตุพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อธิบดีสรรพากรคนใหม่ ทวงภาษีทักษิณ1.7หมื่นล้าน ผวาซ้ำรอย"เบญจา"คุก2ปี
วิบากกรรมของ ทักษิณ ชินวัตร ยังไม่หมด เพราะแม้พ้นโทษคดีป่วยทิพย์ชั้น 14 เมื่อ 11 พ.ค.2569 แต่ตอนนี้ยังมีชนักติดหลังอยู่อย่างน้อยที่เห็นก็ 2 เรื่อง
'วัชระ' บุกสรรพากร จี้ฟัน 'ทักษิณ' ยึดทรัพย์ใช้หนี้ภาษี 1.7 หมื่นล้าน ขีดเส้น 7 วัน ขู่ฟ้องป.ป.ช.
'วัชระ' ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร จี้งัดกฎหมายประมวลรัษฎากรยึดทรัพย์และฟ้องล้มละลาย 'ทักษิณ' ทวงหนี้ภาษีค้างชำระตามคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 17,630 ล้านบาท ขีดเส้นตาย 7 วัน หากนิ่งเฉย ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ม.154
'ทักษิณ' ยื่นศาลภาษี เบรกสรรพากรยึดทรัพย์ 'ภาษีหุ้นชินคอร์ป' 1.5 หมื่นล้าน นัดไต่สวน 7 ต.ค.นี้
"ทักษิณ" ยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลาง หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน "วิญญัติ" ชี้ทั้งที่เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้านถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง ศาลนัดไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค. นี้
มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน
'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น
'จตุพร' แนะล้มรัฐบาลหนู ต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. เรียกคนชุมนุมมากขึ้น
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด
'จตุพร' เผยความเป็นพี่น้องกับ 'สนธิ' ยังบริบูรณ์ แต่หลักคิดไม่ผลีผลาม เพราะผลีผลามมาหลายเรื่องแล้ว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานร่าง

