
คอนเฟิร์ม!! ‘เอกนิติ’ ลุยชง ครม. เคาะแผนบริหารหนี้สาธารณะ ก่อนประเดิมกู้ล็อตแรก 2 แสนล้านบาท ด้าน ‘ปลัดคลัง’ พร้อมเดินเครื่องประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองนัดแรก วางกรอบ-หลักเกณฑ์ เตรียมแจกคนละครึ่ง พลัส – บัตรคนจน
11 พ.ค. 2569 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเสนอการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 12 พ.ค. 2569 โดยจะมีการก่อหนี้จากการกู้เงินในปีงบประมาณ 2569 เพิ่มอีก 2 แสนล้านบาท จากการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ…. วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท หลังจากที่เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าวได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้แล้ว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยืนยันว่าจะมีการเสนอการปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะ ให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาในวันที่ 12 พ.ค. นี้ ซึ่งกระบวนการยังเป็นไปตามไทม์ไลน์เดิมที่ได้มีการกำหนดไว้ ขณะเดียวกันในวันดังกล่าวคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้จะมีการประชุมนัดแรก เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และระเบียงต่าง ๆ วว่าจะมีหลักเกณฑ์แบบใด และมีโครงการใดบ้าง ก่อนที่จะเสนอร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณารายละเอียดในวันที่ 14 พ.ค. หลังจากนั้นในวันที่ 18 พ.ค. 2569 จะเสนอร่าง พ.ร.ก. กู้เงินฯ ดังกล่าวให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาเป็นขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คนน.) ได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะนี้ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ว่าการกู้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ควรแบ่งเป็น 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แสนล้านบาท โดยการกู้เงิน 2 แสนล้านบาทแรกที่จะเสนอให้ ครม. เห็นชอบนี้ จะใช้ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส และคาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม.เห็นชอบวันที่ 19 พ.ค. 2569 ซึ่งรวมถึงโครงการคนละครึ่ง พลัส จำนวน 30 ล้านสิทธิ แจกเงินคนละ 4,000 บาท เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน และโครงการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.2 ล้านคน เพิ่มวงเงินจาก 300 บาท อีก 700 บาท เป็น 1,000 บาท โดยจะเริ่มให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พ.ค. 2569 และเริ่มใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2569
ในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น ใน 2 เดือนแรกจะให้สิทธิกับผู้ได้รับสิทธิเดิม 13.2 ล้านคนก่อน โดยจะเพิ่มวงเงินเพื่อซื้ออุปโภคบริโภคจาก 300 บาทต่อเดือน เป็น 1,000 บาทต่อเดือน หลังจากนั้นเมื่อประมวลผลการลงทะเบียนรอบใหม่ ซึ่งอาจมีคนหลุดจากเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์เดิม คือ รายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ก็จะให้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัสแทน รวมถึงคนที่ตกหล่นสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบก่อน หากเป็นไปตามเงื่อนไขก็จะได้รับสิทธิจากการลงทะเบียนใหม่ครั้งนี้
สำหรับการกู้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินอีก 2 แสนล้านบาทที่เหลือ คาดว่าจะเสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะให้ ครม. ใช้ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งเงินกู้ส่วนใหญ่ในก้อนนี้ จะใช้ในโครงการการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งโครงการต่าง ๆ จะต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการที่ใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานก่อน
อย่างไรก็ดี ตามหลักการแล้ว พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาทนี้ กำหนดไว้ว่าต้องเป็นโครงการที่ได้รับการอนุมัติภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 และทำสัญญาผูกพันเบิกจ่าย ภายในวันที่ 30 ก.ย. 2570

