‘กรุงเทพธนาคม’ ถก ‘บีทีเอส’ ขอเวลา 1 เดือนสรุปประกาศเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยาย

‘กรุงเทพธนาคม’ หารือ ‘บีทีเอส’ นัดแรกจับตาถกสัมปทาน-สัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เล็งตั้งคณะทำงานพิจารณารายละเอียด ย้ำขอเวลา1 เดือนสรุปประกาศเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยาย

19 ก.ค.2565-นายธงทอง จันทรางศุ ประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ว่าถือเป็นครั้งแรกที่ทางคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ได้ขอนัดหมายเพื่อพูดคุยกับทางบีทีเอส ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้บริหารของ บีทีเอสซี. ในการหารือครั้งนี้

นายธงทอง กล่าวว่า เรื่องแรกที่ได้พูดคุยคือในเรื่องของการเปิดเผยสัญญาที่ทางกรุงเทพธนาคม ได้มอบสัญญาที่ได้ทำร่วมกับบีทีเอสซี ให้ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเมื่อกทม.รับสัญญาแล้วจะนำไปดำเนินการในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลอย่างไรนั้น เป็นเรื่องของกทม.ตามที่ได้มีการแจ้งต่อสื่อไปก่อนหน้านี้ ทางบีทีเอสซีก็ได้ฝากข้อสังเกตว่าหากมีการเปิดเผย ก็น่าที่จะเปิดเผยโดยเท่าเทียมกับบริษัทอื่นที่ทำธุรกิจเดียวกัน ซึ่งในส่วนนี้จะนำไปเรียนทางผู้บริหารกทม.เพื่อประกอบการตัดสินใจของกทม.ต่อไป

สำหรับการฟ้องร้องศาลปกครองเป็นคดีความในเรื่องของค่าเดินรถนั้น เพื่อไม่ให้ล่าช้าไปจนถึงคดีความสิ้นสุด ซึ่งจะต้องมีค่าดอกเบี้ยต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตลอดนั้น ได้มีการพูดคุยและเห็นร่วมกันว่าจะมีการตั้งคณะทำงาน เพื่อมาพูดคุยเรื่องตัวเลขต่างๆ ที่อาจยังมีความเห็นต่างกันอยู่ รวมทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเดินรถ เพื่อดูในข้อเท็จจริงที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งอาจมีปัจจัยหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป เช่น เรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ หรือในส่วนของค่าโฆษณาบนตัวรถไฟฟ้าที่ไม่มีการระบุไว้ในสัญญาทั้งส่วนที่1 และส่วนที่ 2 และในเรื่องที่การมีส่วนต่อขยายเพิ่มขึ้นส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารในส่วนสัญญาสัมปทาน เพิ่มขึ้นด้วยนั้น จะต้องมีการพูดคุยในรายละเอียด

อย่างไรก็ตามโดยทั้งทางเคทีและทางบีทีเอสซี แต่ละฝ่ายก็จะไปตั้งคณะทำงานเพื่อไปดูในข้อมูลต่างๆ แล้วจึงนำข้อมูลที่ต่างฝ่ายได้พิจารณาแล้วมาให้ทางคณะกรรมการชุดย่อยที่มีตัวแทนทั้ง 2 ฝ่าย นำมาพูดคุยกัน โดยในส่วนของเคทีก็จะมีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูข้อมูลให้รอบคอบ ทั้งนี้หากการพูดคุยร่วมกันทั้ง 2 ฝ่ายเป็นที่ยุติได้เร็วก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าการรอให้คดีความสิ้นสุด ซึ่งขณะนี้ภาพรวมทางบีทีเอสซีก็พร้อมที่จะพูดคุยกันในข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งก็ต้องขอเวลาให้ทางคณะทำงานได้ทำงานกันก่อน หากมีความชัดเจน มีความคืบหน้า ก็สามารถนัดหมายพูดคุยกันได้อีก

นายธงทอง กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นการจัดเก็บค่าโดยสารส่วนต่อขยาย ช่วงหมอชิต-คูคต และส่วนต่อขยายจากแบริ่ง – สมุทรปราการที่เดินรถฟรีมานานนั้น ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ เคที เป็นการตัดสินใจของกทม. ในเรื่องนี้ได้รับข้อมูลจากทางบีทีเอส เพื่อไปแจ้งกับทางผู้บริหารกทม.ว่า เมื่อมีการตัดสินใจกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นเท่าไหร่แล้วนั้น ทางบีทีเอสจะต้องใช้เวลาในการปรับระบบต่างๆ ป้ายแจ้งต่างๆในสถานี ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ที่จะดำเนินการเตรียมระบบรองรับ ซึ่งจะนำไปเรียนทาง กทม. ต่อไป.

ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า บีทีเอสซี ไม่มีปัญหาในการเปิดเผยสัญญา แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียม เพราะรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ มีหลายสาย มีการแข่งขันกัน รถไฟฟ้าสายอื่นเปิดเผยสัญญาแบบใด บีทีเอสจะเปิดเผยแบบนั้นเช่นกัน ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ระบุว่า เมื่อเซ็นสัญญาแล้วให้เปิดเผยเฉพาะสาระสำคัญ เพราะข้อมูลบางอย่างมีความอ่อนไหวและละเอียดอ่อนในทางธุรกิจ เมื่อมีการตัดสินใจแล้วขอให้มีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อนำเรียนกับคณะกรรมการบริษัท

อย่างไรก็ตามโดยระหว่างการทำงานของคณะที่ปรึกษากรุงเทพธนาคม จะมีการพูดคุยกับคณะทำงานชุดย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ย้ำว่าบีทีเอส ปรับเทคโนโลยีอยู่ตลอด ทั้งระบบตั๋วร่วมแรบบิท และประตูกั้นชานชลา สำหรับเรื่องการคิดค่าโดยสารในส่วนต่อขยายที่ 2 อยากให้ทางกรุงเทพธนาคมกับ กทม.สรุปกัน เพราะบีทีเอสซี ต้องมีการปรับแก้ระบบรองรับ เช่น การประชาสัมพันธ์ ป้ายแจ้งอัตราค่าโดยสารใหม่ เพื่อให้ประชาชนทราบ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 30 วัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.วันวิชิต แนะแก้ปัญหาวินจยย.ถกเถียงค่าโดยสารลูกค้า ตั้งตู้กดเลือกเส้นทางอัจฉริยะ คำนวณราคา

ดร.วันวิชิต ชี้ กทม. เทศกิจ ตำรวจ ที่เกี่ยวข้องต้องจัดระเบียบ วินมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ตามจุดคิดคำนวณค่าโดยสารตามระยะทาง แบบตู้กดเลือกเส้นทางอัจฉริยะ

BEM แจ้งอัตราค่าโดยสารใหม่ของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM แจ้งอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) ใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 – 2 กรกฎาคม 2571

’สิริพงศ์‘เปิดข้อมูลคนแห่ใช้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส‘รัฐอุ้มช่วยจ่ายค่าโดยสาร 35 ล้าน

‘สิริพงศ์’เผย 9 วัน มีผู้ใช้สิทธิ ’ไทยช่วยไทยพลัส‘ภาคขนส่งทางบก-รางแตะ 2 ล้านคน รัฐร่วมจ่ายค่าโดยสาร ช่วยประชาชนกว่า 35 ล้านบาท มั่นใจผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เงินเฟ้อพ.ค.69 เพิ่มขึ้น 2.79% สูงขึ้น 2 เดือนติด

สนค.เผยเงินเฟ้อ พ.ค.69 เพิ่มขึ้น 2.79% สูงขึ้น 2 เดือนติด จากราคาน้ำมันขึ้นต่อเนื่อง ค่าโดยสารขยับ อาหารสำเร็จรูปสูงขึ้น ทำค่าครองชีพเพิ่มขึ้นชัดเจน และผักสดสูงกว่าปีก่อน เผยไทยช่วยไทยพลัส 60/40 กระทบเงินเฟ้อไม่มาก เพราะสินค้าขึ้นมาก่อนแล้ว ประเมินทั้งปียังอยู่ในเป้า 1.5-2.5%