
‘กรมราง’ เดินหน้าแผนโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สายสีทองจาก กทม. สู่ รฟม. ยันนโยบายค่าโดยสาร 17-45 บาทเดินหน้าตามแผน แม้ติดสัญญาสัมปทานเดิม เร่งติดตั้งระบบ EMV รองรับตั๋วร่วมทั่วประเทศ ตั้งเป้าภายในปีใหม่ 2570 รถไฟฟ้าทุกสายใช้ระบบเดียวกัน
20 ก.ค. 2569 – นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เบื้องต้นภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อเร่งรัดขั้นตอนการโอนทรัพย์สิน หนี้สิน และการแก้ไขสัญญาที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การโอนโครงการรถไฟฟ้าที่สามารถดำเนินการได้ก่อน คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองช่วงกรุงธนบุรี-คลองสาน และโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 1 สายสุขุมวิท ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และสายสีลมตากสิน-บางหว้า และส่วนต่อขยายที่ 2 สายสีเขียวช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต และ ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ โดยเป็นการโอนในเชิงบัญชีระหว่างหน่วยงานรัฐต่อรัฐสามารถดำเนินการได้ทันที
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลัก สายสุขุมวิท ช่วงสถานีหมอชิต – สถานีอ่อนนุชและสายสีลม ช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ – สถานีสะพานตากสิน ที่ปัจจุบันมีสัญญาสัมปทานเดินรถจะสิ้นสุดในปี 2572 เบื้องต้นภาครัฐเตรียมเปลี่ยนคู่สัญญาจาก กทม.มาเป็น รฟม. แทน ในกรณีที่ไม่สามารถเปลี่ยนคู่สัญญญาได้จะต้องรอจนกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานหมดก่อน
“นโยบายค่าโดยสารในราคา 17-45 บาทนั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหาแม้จะยังติดสัญญาสัมปทานเดิม เพราะหลักการคือรัฐจะเป็นผู้ให้เงินอุดหนุน (Subsidy) แก่ประชาชนโดยตรง ขณะที่เอกชนยังคงจัดเก็บค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานเดิม” นายพิเชฐ กล่าว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีความกังวลถึงการใช้บัตรแรบบิทในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถรองรับบัตร EMV นั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านอยากให้ประชาชนปรับตัวเพื่อมาใช้บัตร EMV แทนบัตร Rabbit เนื่องจากบัตร EMV เป็นแพลตฟอร์มที่รัฐสามารถเคลียร์เงินระหว่างสายได้ทันที โดยเฉพาะการเดินทางข้ามสายที่จำเป็นต้องรู้ต้นทางและปลายทาง ซึ่งบัตรโดยสารของผู้ประกอบการในปัจจุบันยังไม่สามารถเชื่อมต่อระบบหลังบ้านเข้าหากันได้แบบเรียลไทม์
ทั้งนี้ ในการบริหารจัดการคือระบบ EMV ซึ่งเป็นระบบหลังบ้านที่จะช่วยให้สามารถตรวจสอบยอดเงินและคืนส่วนต่างค่าโดยสารให้กับประชาชนได้ภายใน 3 วัน ขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางรางได้มีการหารือร่วมกับ กทม. และผู้ประกอบการเพื่อเตรียมติดตั้งระบบ EMV เพิ่มเติมในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยจะเริ่มจากการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรเคลื่อนที่บริเวณประตูพิเศษสำหรับผู้พิการ เพื่อเป็นช่องทางเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โปรโมชั่น 17-45 บาท ในขณะที่ผู้ประกอบการเตรียมศึกษาการพัฒนาบัตร Rabbit ให้เป็นระบบ EMV ด้วยเช่นกัน
“ยืนยันว่าสิทธิการใช้ค่าโดยสารราคา 17-45 บาท จำกัดให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น เนื่องจากระบบ EMV สามารถตรวจสอบตัวตนของชาติไทยผ่านธนาคาร จากบัตรเครดิตและเดบิตได้ โดยตั้งเป้าว่าภายในปีใหม่ 2570 รถไฟฟ้าทุกสายจะสามารถรองรับระบบชำระเงินเพื่อเข้าสู่นโยบายระบบตั๋วร่วม” นายพิเชฐ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ส่วนชาวต่างชาตินั้นยังคงต้องจ่ายตามอัตราปกติ ซึ่งถือเป็นเรื่องเหมาะสม เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจำนวนมาก โดยเชื่อว่าประชาชนจะสามารถปรับตัวได้เหมือนกรณีที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง 40 บาทตลอดวัน ที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นหลังมีโปรโมชั่น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กสิกรไทยโชว์ครึ่งปี 69 กำไร 27,915 ล้านบาท
กสิกรไทยเผยผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 กำไรสุทธิ 27,915 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าบริหารความเสี่ยงรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

