'ศักดิ์สยาม' ปิ้งไอเดียชง ครม. ยกเว้นระเบียบจัดซื้อจัดจ้างงบซ่อมน้ำท่วม

”ศักดิ์สยาม” มอบนโยบาย ทช. สั่งศึกษาโมเดลต่างประเทศดึงเทคโนโลยีสร้างโครงการ ปิ๊งไอเดียชง ครม.ยกเว้นระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง หันใช้ระเบียบกระทรวงการคลัง ช่วยย่นเวลาดำเนินการ เร่งเบิกจ่ายงบซ่อมทางจากอุทกภัย

11 ต.ค. 2565 – นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ในปีนี้ พบว่าเบิกจ่ายได้สูงกว่า 91% โดยตนได้มอบนโยบายให้ ทช. ผลักดันโครงข่ายถนน โครงการที่จะทำตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอย่างไร สนับสนุนกับโครงการทางหลวง ระบบรถไฟ รวมไปถึงท่าเรือสำคัญ เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงภาคขนส่งได้ทุกมิติ
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ ทช. ศึกษาดูงานจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ โดยให้ดูความสำเร็จในอาเซียน และสิงคโปร์ที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือแม้แต่โครงการรถไฟที่ลาว ตอนนี้กำลังทลายสิ่งที่เป็นข้อจำกัดทางโอกาส จากการพัฒนาพื้นที่ไข่แดงบนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีอาณาเขตเชื่อมทะเล เป็นเสมือน Land Lock แต่วันนี้ลาวใช้โลจิสติกส์เป็นกำลังสำคัญทำให้ประเทศเป็น Land Link อีกทั้งยังพัฒนาโครงการได้สำเร็จตามแผน ใช้เทคโนโลยีกับการวางแผนก่อสร้าง เช่น ขุดเจาะอุโมงค์ทางลอดต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ทช.สามารถหยิบยกมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงการต่างๆ ได้

“นโยบายที่ให้กับ ทช. ขอให้เน้นใช้เทคโนโลยีในการคิดวิเคราะห์การก่อสร้าง ไม่ใช่เพียงการใช้วิธีก่อสร้างถนนทางราบเรียบเลาะภูเขา การไต่เขาไปก็ทำให้ใช้งบประมาณสูง และใช้เวลามาก ควรคิดถึงการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาช่วย อย่างโครงการสะพานเกาะลันตา ก็มีข้อกังวลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ขอให้ ทช.มองแนวทางแก้ปัญหาให้ชัดเจน เคลียร์ปัญหาตอบโจทย์ประชาชน เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นว่าเราไปสร้างการพัฒนาไม่ได้ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดก็เพื่อเป้าหมายเรามีจุดมุ่งหมายให้ไทยเป็นฮับอาเซียนสำเร็จในปี 2580″นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า การมอบนโยบายในครั้งนี้ ทาง ทช.ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาซ่อมทางจากอุทกภัย ที่พบว่าการเบิกจ่ายงบประมาณต้องใช้เวลาตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ไม่ตอบโจทย์ประชาชนที่ต้องรอใช้ทาง เพราะระเบียบจัดซื้อจัดจ้างต้องใช้เวลาเป็นปี บางครั้งยังรอจัดสรรงบประมาณก็กลับเจอปัญหาอุทกภัยอีกครั้งซ้ำแล้วไปมา โดยหลังจากนี้ตนได้มอบหมาย ทช. ประเมินการใช้ระเบียบกระทรวงการคลัง ในการขอรับจัดสรรงบประมาณ เหมือนที่กระทรวงมหาดไทยใช้กับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เพราะวิธีการขอรับจัดสรรงบแบบนี้จะทำให้ได้รับงบทันต่อการซ่อมทาง ซึ่งประเมินแล้วว่าจะย่นระยะเวลาจากการจัดซื้อจัดจ้างได้ 2-3 เดือน

“เรื่องการขอใช้ระเบียบจัดสรรงบประมาณตามระเบียบกระทรวงการคลัง คือเรื่องนี้เราจะต้องเสนอ ครม.เพื่อขอยกเว้นการใช้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง และใช้ระเบียบกระทรวงการคลัง คาดว่าจะเสนอให้ทันซ่อมแซมอุทกภัยรอบนี้ แต่ก่อนหน้านี้ได้งบประมาณมากว่า 1 พันล้านบาท ส่วนการขอรับจัดสรรงบซ่อมทางในรอบนี้จะเท่าไหร่นั้น ต้องรอประเมินความเสียหายจากอุทกภัยผ่านพ้นไปก่อน”นายศักดิ์สยาม กล่าว

สำหรับสถานการณ์อุทกภัย พบว่าปัจจุบันประสบอุทกภัย 32 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา, ชัยนาท, ลพบุรี, สิงห์บุรี, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, กำแพงเพชร, ตาก, นครสวรรค์, พิจิตร, อุทัยธานี, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, อุตรดิตถ์, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, ลำปาง, นครนายก, ปราจีนบุรี, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์ และเชียงราย ได้รับผลกระทบ 172 สายทาง ในจำนวนนี้พบว่า สัญจรผ่านได้ 73 สายทาง และสัญจรผ่านไม่ได้ 99 สายทาง

นายศักดิ์สยาม กล่าวด้วยว่า ส่วนการช่วยเหลือภายหลังสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากตรวจพบสายทางที่เกิดความเสียหายรุนแรง ให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ภายใน 7 วัน และเข้าดำเนินการสำรวจ ออกแบบประมาณมูลค่าความเสียหาย พร้อมภาพถ่ายสภาพความเสียหายหลังน้ำลด เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ