รฟม.พับแผน ’แทรมเชียงใหม่’ ชูรถรางไฟฟ้าล้อยางช่วยลดต้นทุน

รฟม.ผับแผน ‘แทรมเชียงใหม่’หลังศึกษาพบมีมูลค่าการลงทุนสูง หนุนสร้างรถรางไฟฟ้าล้อยาง มีความเหมาะสมกับ จ.เชียงใหม่ พบช่วยลดต้นทุนก่อสร้างเล็งเสนอ ครม.ไฟเขียว ต้นปี67
 
1 พ.ย.2565-นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการ (กลยุทธ์และแผน) รฟม. เปิดเผยว่า รฟม.ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการดำเนินงานโครงการที่เหมาะสม สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์ – แยกแม่เหียะสมานสามัคคี) ว่าการประชุมในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากผลการศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการลงทุนที่ผ่านมา ซึ่งโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดงฯ ที่มีแนวเส้นทางรูปแบบผสมระหว่างใต้ดินและระดับดินนั้น มีมูลค่าการลงทุนสูง ส่งผลให้รายได้จากการเดินรถไม่เพียงพอต่อค่าเดินรถและบำรุงรักษา (O&M)
 
ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้ รฟม. ศึกษาและพิจารณาแนวทางการใช้รถไฟฟ้าล้อยางในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนหลักในภูมิภาค จึงมอบหมายให้ที่ปรึกษาทบทวนการออกแบบ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน และวิเคราะห์รูปแบบการดำเนินโครงการ และทางเลือกรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน(PPP) เพื่อให้ได้รูปแบบการดำเนินโครงการที่เป็นไปได้มากที่สุด ก่อนประมวลเรื่องเสนอขอความเห็นชอบต่อกระทรวงคมนาคมต่อไป 
 
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้มีการศึกษารูปแบบการดำเนินงาน โครงการที่เหมาะสมจำนวน 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1.รถรางไฟฟ้าล้อเหล็ก (Steel Wheel Tram) 2.รถรางไฟฟ้าล้อยาง (Tire Tram) และ 3.รถโดยสารไฟฟ้าประจำทางด่วนพิเศษ (Electric Bus Rapid Transit : E-BRT) ระดับดินตลอดแนวเส้นทางโดยเปรียบเทียบทั้ง 3 รูปแบบอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านวิศวกรรมและจราจร ด้านการลงทุนและผลตอบแทน  และด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลการศึกษา
 
นายสาโรจน์ กล่าวว่า รูปแบบที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในการพัฒนาโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดงฯ คือ ระบบรถไฟฟ้าล้อยาง ที่มีรูปแบบทางวิ่งระดับดินตลอดแนวเส้นทาง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโครงการ บรรเทาผลกระทบด้านการเวนคืนที่ดินและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการในระยะก่อสร้าง รวมถึงใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่ารถไฟฟ้าระบบอื่นๆ เพื่อให้สามารถอำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ชาวเชียงใหม่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี
 
สำหรับแผนงานดำเนินงานโครงการนั้น คาดว่าจะศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น รายงานอีไอเอ และรายงาน PPP แล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.2565 จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณารูปแบบการลงทุนงานระบบรถไฟฟ้า และเดินรถ ช่วงเดือน ม.ค.2566-ม.ค.2567 เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติเดือน ม.ค.2567 คัดเลือกเอกชน PPP เดือน ส.ค.2567-ส.ค.2568 เริ่มงานก่อสร้างเดือน ก.ย.2568 และเปิดให้บริการเดือน ธ.ค.2571.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เชียงใหม่จัด ’First Aid‘ สอน CPR เยาวชน รับมือเหตุฉุกเฉิน

ท่าอากาศยานเชียงใหม่เดินหน้าโครงการ AOT พี่อาสา จัดกิจกรรม “First Aid ปลอดภัยเรื่องใกล้ตัว” ถ่ายทอดความรู้ปฐมพยาบาล CPR และการใช้เครื่อง AED แก่นักเรียน 120 ค

เชียงใหม่แก้สารพิษปนเปื้อนแม่น้ำกก เร่งติดตั้งเครื่องกรองน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค

นายนิติฬ์ปกรน์ แสงษุวรรน์ นายอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่เผยว่า ได้มอบหมายให้นายสมภพ หน่อแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ, สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่, กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3, องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน,

ผู้ว่าฯภูเก็ต ย้ำมาตรการไม่ผ่อนปรน ลงโทษสูงสุด ส่งผลสถานทูตอิสราเอลเตือนพลเมืองห้ามแหกกฎหมายไทย

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่าจากนโยบายความเข้มงวดบริหารจัดการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน

กรมชลประทาน คาดเริ่มสร้างอ่างเก็บน้ำแม่วาง จ.เชียงใหม่ ปี 2574 งบ 3 พันล้าน

สำนักงานชลประทานที่ 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายพิเชษฐ รัตนปราสารทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน เป็นประธานกิจกรรมตรวจติดตามโครงการ พร้อมคณะผู้บริหารกรมชลประทานได้นำสื่อมวลชน

ไม่รอด‘กรมการท่องเที่ยว’บุกจับกองถ่ายหนังจีนเถื่อนไร้อนุญาตถ่ายในไทย

‘กรมการท่องเที่ยว’ คุมเข้มหลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจแกลเลอรี่ย่านหางดง พบกองถ่ายภาพยนตร์จีน ‘The Puppet’ยังไม่ได้รับอนุญาตถ่ายทำในไทย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ โทษปรับสูงสุด 1 ล้านบาท เตรียมสอบเพิ่มต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย ย้ำเอาจริงคุ้มครองมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

รัฐตื่น! จับกองถ่ายหนังจีนแนวตั้งปักหลักกลางเมืองเชียงใหม่ ไม่มีใบอนุญาต แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว

จากนโยบายระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่แฝงตัวมากับนักท่องเที่ยวเวลานี้ พล.ต.ท.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 และ พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2