
ครับ...
ไม่ต้องไปตีความอะไรให้เสียเวลาแล้ว
วานนี้ (๒๕ พฤษภาคม) "เท้ง" เฉลยสถานะ "ระบอบสีน้ำเงิน" ในความคิดของเขาจนชัดเจน และต้องจารึกไว้ว่า พรรคส้มกำลังจะทำอะไร
"...ผมมองว่าระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย..."
แล้วองค์กรไหนที่ใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย พรรคแกนหลักของรัฐบาลอนุทิน ที่ชนะการเลือกตั้งได้ สส. ๑๙๑ ที่นั่ง มากกว่าพรรคส้มเกือบเท่าตัว
ที่จริงคำเฉลยก็อยู่ในบทสัมภาษณ์ของ "เท้ง" นั่นเอง "... การที่ผมสื่อสารเรื่องระบอบสีน้ำเงินก็พยายามสื่อสารให้ประชาชนและสังคมเห็นว่าระบอบการเมืองที่ผูกขาดที่สังคมและผมตั้งคำถามว่าตกลงแล้วรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยกำลังมีอำนาจรัฐในฝ่ายบริหาร
และกลุ่มก้อนการเมืองนี้มีอำนาจเหนือวุฒิสภาหรือไม่ เพราะวุฒิสภาก็เลือกองค์กรอิสระมา ภายใต้การผูกขาดเช่นนี้ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลในประเทศนี้ล้มเหลว ประเทศขาดความโปร่งใส ดัชนีชี้วัดการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นทุกปี
กลายเป็นว่าดัชนีการทุจริตเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชนและผู้ประกอบการ หาก สว.เห็นด้วยกับการยกระดับการตรวจสอบถ่วงดุลก็ควรที่จะเปิดกว้างเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้ประชาชนเชื่อมั่น เชื่อถือมากที่สุดว่า สว.ไม่ได้เข้ามาขัดขวางกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ...”
ถอดคำพูดแล้ว "เท้ง" บอกว่า รัฐบาลภูมิใจไทยใหญ่กว่า วุฒิสภา
วุฒิสภาเป็นคนเลือกองค์กรอิสระ
ภายใต้การผูกขาดนี้มีการคอร์รัปชันมโหฬาร
เพราะการตรวจสอบถ่วงดุลประเทศนี้ล้มเหลว
ก็สรุปได้ว่า รัฐบาลอนุทินอยู่เหนือ วุฒิสภา องค์กรอิสระ
หากย้อนไปยังการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม เรื่อง "จากรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ สู่การเมืองระบอบสีน้ำเงิน" ก็จะพบความจริงว่า "องค์กรอิสระ" ที่ "เท้ง" อ้างถึงนั้นคือ ทุกองค์กรอิสระ
"...ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา จึงไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย
แต่กำลังทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย
ทำลายหลักที่ยึดถือให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
ทำลายหลักที่รัฐต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน
ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา พร้อมจะใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล บิดเบือน เพราะประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอนพวกเขาไม่ได้..."
ฉะนั้นรัฐบาลภูมิใจไทยจึงอยู่เหนือองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด
ตั้งคำถามอีกครั้ง แล้วยังมีองค์กรไหนใหญ่กว่ารัฐบาลภูมิใจไทย
แล้วทำไมพรรคส้มถึงต้องแก้ปัญหาด้วยการ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทิ้ง แล้วเขียนฉบับใหม่ขึ้นมา
คำตอบแทบจะไม่มีอะไรซับซ้อน!
เพราะโครงสร้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ตอบสนองความต้องการของพรรคส้ม
จึงต้องเขียนขึ้นมาใหม่
หน้าตารัฐธรรมนูญใหม่ของพรรคส้มเป็นเช่นไร ก็เฉลยโดย "ปิยบุตร แสงกนกกุล" ไปแล้ว
ยกเลิกองคมนตรี!
แต่ ยกเลิกองคมนตรี มันแค่หน้าฉากครับ พรรคส้มจะทำอะไรมากกว่านั้นหากเห็นช่องทาง
ตั้งข้อสังเกตจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยพบว่าประเด็นสำคัญ นอกจากไม่แตะหมวด ๑ และหมวด ๒ ล็อกเนื้อหาห้ามแก้ไขปรับปรุงในส่วนของบททั่วไปและพระมหากษัตริย์อย่างเด็ดขาดแล้ว
ยังห้ามเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐด้วย
หมายความว่าจะเปลี่ยนจากราชอาณาจักรไทย เป็นสาธารณรัฐ มิได้
ฉะนั้นมีการประเมินเป้าหมายของพรรคส้มเช่นกันว่า อาจมีความพยายามจะเปลี่ยนกระทั่ง "รูปรัฐ"
มันคือการเปลี่ยนรูปแบบการปกครอง!
พรรคส้มไม่ยอมพูดอะไรตรงๆ เพราะสิ่งที่พูดนั้นผิดกฎหมาย แต่สะท้อนด้วยการกระทำ
ชัดเจนแล้วว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพรรคส้มนั้นมิได้ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริง แต่ปลุกปั่นให้เกิดบรรยากาศเคลือบแคลง สงสัย
ดูจากอะไร?
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน เสนอ ๒ ร่าง มีร่างหนึ่งเสนอเพื่อให้เสียงส่วนใหญ่สภาเขี่ยออก
ร่างของพรรคประชาชน ยึด ๓ หลักการ
๑.สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งผู้ร่าง
๒.ป้องกันการผูกขาด-กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
๓.ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว. ในการชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
อ้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อโจมตีศาลรัฐธรรมนูญ
"ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ" ตัวตั้งตัวตีของพรรคส้ม โพสต์ข้อความไว้ว่า...
"...คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ๑๘/๒๕๖๘ เป็นคำวินิจฉัยที่เราเห็นว่าไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตย แต่ได้สร้างข้อจำกัดที่อาจทำให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงไม่ได้
เพื่อฝ่าฟันและรับมือกับอุปสรรคดังกล่าว ทาง สส. พรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ รวมกันทั้งหมด ๒ ร่าง เพื่อให้มั่นใจว่าการพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ ๑ จะมีการบรรจุอย่างน้อย ๑ ร่างที่ตอบโจทย์ ๓ หลักการที่เราได้วางไว้..."
ครับ...คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้โดยตรง
แต่ร่างแก้ไขของพรรคส้ม ๑ ร่างให้ประชาชนเลือกส.ส.ร.โดยตรง
หมายความว่าไง?
ท้าทาย เพื่อสร้างกระแส
ที่จริงมีการบิดเบือนว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้เหตุผลว่าทำไมประชาชนถึงเลือก ส.ส.ร.โดยตรงไม่ได้
แต่หากอ่านคำวินิจฉัยอย่างละเอียดจะพบว่า ศาลเริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญ มิให้อำนาจรัฐสภาฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งด้วยซ้ำ
แต่เมื่อรัฐสภาประสงค์จะฉีกรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านการออกเสียงประชามติโดยประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิม
ฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ ถามประชาชนก่อนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
ศาลรัฐธรรมนูญอธิบายว่านี่คือหลักอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ หมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเท่านั้น
ภาพรวมสรุปได้ว่าวันนี้่พรรคส้มไม่อาจพูดตรงๆ ได้ว่าจะยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเสนอยกเลิกองคมนตรีแทน
นี่คือคำตอบ ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีน้ำเงิน'
ถ้า... ม.๑๑๒ ถูกแก้ไขตามแนวทางของพรรคส้ม วันนี้ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” หรือใครต่อใครในบรรดาชาวสีส้ม จะวิพากษ์วิจารณ์ สถาบันพระมหากษัตริย์รุนแรง หนักหน่วงกว่านี้
'ระบอบสีน้ำเงิน'
มาเป็นสเตปครับ... จากวิจารณ์องคมนตรี กระทบไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ จากแถลงการณ์ที่สรุปเอาว่าสถาบันพระมหากษัตริย์แทรกแซงรัฐบาลผ่านองคมนตรี
อย่าดึงฟ้าต่ำ
เป็นไปตามคาดครับ... พรรคส้มได้รับคำยกย่องชมเชยจากบรรดาผู้ต้องหาหนีคดี ม.๑๑๒ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวซ้ายจัด ที่มีแนวคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์
ธาตุแท้พรรคส้ม
กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา... วานซืน (๑๙ พฤษภาคม) มีข่าวอยู่ชิ้นหนึ่ง ว่าไปแล้วไม่ใช่ข่าวที่มียอดไลก์ยอดแชร์อะไรมากมายนัก แต่เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาประเทศ
วิกฤตกำลังจะมา
ถูกแล้วครับ รัฐบาลอย่าไปยุ่งเรื่องถ่ายทอดสดฟรีฟุตบอลโลกเลย ปล่อยเอกชนเขาทำดีกว่า และไม่เฉพาะครั้งนี้ ให้ถือเป็นบรรทัดฐานเลยครับว่าการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหลังจากนี้ ไม่ใช่งานของรัฐบาล
อะไรคือ 'เร่งด่วน'
เข้าไปอยู่ในสารบบของศาลแล้วครับ วานนี้ (๑๘ พฤษภาคม) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องคดี พ.ร.ก.กู้เงิน ๔ แสนล้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

