
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าชี้แจงข่าวชาวจีนถือวีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาทำธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้าขาย ที่เยาวราช ยันทำไม่ได้ เหตุเป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างชาติทำ หากต้องการทำ ต้องได้รับอนุญาตก่อน ส่วนการจดทะเบียนพาณิชย์ ก็ไม่สามารถจดได้ ย้ำจะร่วมมือกับกระทรวงแรงงานลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบกระทำจริง มีความผิดทั้งกฎหมายแรงงาน และกฎหมายต่างด้าว เตือนคนไทยทำตัวเป็นนอมินี มีโทษหนัก คุก 3 ปี ปรับ 1 แสนถึง 1 ล้าน หรือทั้งจำทั้งปรับ
16 ม.ค. 2566 – นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวว่าผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารย่านเยาวราช มีข้อกังวลประเด็นชาวจีนถือวีซ่านักท่องเที่ยวทำธุรกิจในไทย โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านค้าขาย และเม็ดเงินจะกระจายสู่ท้องถิ่นน้อยลง และผู้ประกอบการไทยจะประสบปัญหาในระยะยาว ว่า กรมฯ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ได้กำหนดให้คนต่างด้าวที่จะประกอบธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่ม จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อน จึงจะประกอบธุรกิจได้ เนื่องจากเป็นธุรกิจในบัญชี 3 (19) ท้ายพระราชบัญญัติ
ทั้งนี้ กรมฯ ยังมีมาตรการป้องปรามและตรวจการกระทำในลักษณะนอมินี โดยขั้นตอนการจดทะเบียน กำหนดให้คนไทยที่ร่วมลงทุนในนิติบุคคล ต้องแสดงหลักฐานที่ธนาคารออกให้ เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินที่แสดงว่ามีทรัพย์สินเพียงพอที่จะลงทุนในนิติบุคคลได้ และเมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว จะตรวจสอบว่ามีการใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือกระทำการในลักษณะนอมินี เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนประกอบธุรกิจควบคุมตามบัญชีท้ายพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่
“การตรวจสอบว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใด กระทำความผิดตามกฎหมาย หรือการตรวจสอบว่าคนไทยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายที่เข้าข่ายความผิดนอมินีนั้น ต้องปรากฏพฤติการณ์ที่ชัดเจน หรือหลักฐานเอกสารที่แสดงว่าคนไทยมีพฤติกรรมตั้งใจ ปกปิด อำพราง หรือมีการจัดทำเอกสารหลักฐานในลักษณะอำพรางในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งพยานเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการตรวจสอบ โดยปัจจุบันกรมฯ ได้จัดทำเป็นแผนงานตรวจสอบประจำปี ซึ่งธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในแผนงานตรวจสอบอยู่แล้ว”นายทศพลกล่าว
สำหรับกรณีที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อประกอบธุรกิจ (จดทะเบียนพาณิชย์ที่สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร เทศบาล หรือ อบต.ที่ร้านค้าตั้งอยู่) เป็นการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจคนเดียว ซึ่งคนต่างชาติไม่สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ได้
นายทศพลกล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมฯ ได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน ในการลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจกลุ่มนี้ ซึ่งหากพบว่ามีคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็จะมีความผิดตามกฎหมายของกระทรวงแรงงาน และของกระทรวงพาณิชย์ อีกทั้งหากพบคนไทยมีการจดทะเบียนพาณิชย์แทนคนต่างด้าว ก็จะมีความผิดในลักษณะนอมินีด้วย และจากนี้ กรมฯ จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อไป เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและกฎหมายหลายฉบับ
“ขอเตือนคนไทยที่ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือร่วมเอาชื่อเข้าเป็นผู้ถือหุ้นโดยไม่ได้ลงทุนจริง หรือให้การสนับสนุนร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าว โดยแสดงว่าเป็นธุรกิจของคนไทย เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”นายทศพลกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กมธ.ปปช. ชี้ชาวอิสราเอลได้สัญชาติไทยตั้งชุมชนเฉพาะกลุ่ม ต้องแก้กฎหมายมีช่องโหว่
"อาสพลธ์ " ถกดีเอสไอสกัดปัญหานอมินีสมุย-พะงัน จี้แก้ระเบียบ มท. ปมต่างชาติคดีศาลสั่งรอลงอาญาแล้วเนรเทศไม่ได้ ชี้บางรายถือสัญชาติไทยถูกต้องแต่สร้างชุมชนเฉพาะกลุ่ม มองว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมายต้องหาทางแก้ไขต่อไป
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.พรรคส้ม ชี้แจงปมถือหุ้นบริษัทเอี่ยวนอมินี
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เข้าชี้แจง 31 ส.ค.69 ปมเป็นกรรมการ-ถือหุ้นบริษัทเอกชน หลังถูกตั้งข้อสังเกตถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ ส่อเข้าข่ายนอมินีตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ ด้านพนักงานสืบสวน ยืนยันให้ความเป็นธรรม เปิดพื้นที่ให้เจ้าตัวนำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจง ระบุ จะเข้าพบพนักงานสืบสวนก่อนนัดหมายกำหนดก็ได้
กมธ.ตำรวจ เชิญ 'ดีเอสไอ' ถกสอบปม สส.ภูเก็ต พรรคส้ม ถือหุ้นบริษัทเอี่ยวนอมินีทุนเทา
นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และ ส.ส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมเชิญ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ หรือ ทนายเก่ง ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน
อีหรอบเดิม! ซัดดีเอสไอปูดชื่อ สส.ส้มบอกทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัว
'กรุณพล' ตำหนิ 'ดีเอสไอ' ปล่อยชื่อ สส.ภูเก็ต พรรคส้ม เสมือนทำผิดแล้ว โวยหลายครั้ง ปชน.ถูกกระทำ ย้ำ บัญชีทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ทราบมีอะไรถือครองบ้าง หลังมีรายงานเป็นนอมินี 28 บริษัท
รมช.มหาดไทยแฉกลโกงทุนเทาจีนที่สกลนคร
'พลพีร์' เปิดโปงกลโกงทุนจีน ใช้บ้านชาวสกลฯ ตั้งบริษัท พบเจ้าของบ้านไม่รู้เรื่อง จี้ถอนทะเบียนใน 5-7 วันแล้ว แฉนายหน้าจ่ายเงินแลกเลขที่บ้าน ฮึ่ม! เอาจริง สาวถึงใครโดน
7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท
7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาทตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท

