
30 มี.ค. 2566 – Krungthai COMPASS ระบุว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วานนี้ (29 มี.ค.) ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี สู่ระดับ 1.75% ต่อปี โดยเป็นการปรับขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 นั้น เนื่องจาก กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากภาคการท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มลดลง และเริ่มกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงกลางปี แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด จากการส่งผ่านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น และแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ Krungthai COMPASS ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในการประชุมครั้งถัดไป ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้ จะแตะระดับ 2.0% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่อาจสูงนานกว่าคาด จากการส่งผ่านต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น ท่ามกลางอุปสงค์ที่ฟื้นตัว อีกทั้งเสถียรภาพของสถาบันการเงินไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี
นอกจากนี้ สถาบันการเงินไทยยังมีเสถียรภาพดี สามารถรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาของสถาบันการเงินในต่างประเทศได้ แม้ว่าวิกฤตสถาบันการเงินโดยเฉพาะกรณี Silicon Valley Bank (SVB) และ Credit Suisse จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสร้างความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจบานปลาย แต่การเข้ายุติปัญหาอย่างฉับพลันของทางการ สามารถป้องกันการลุกลาม ทั้งยังเสริมสร้างความมั่นใจต่อระบบการเงิน ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสที่โลกจะเผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้
Krungthai COMPASS มองว่า ระบบการเงินของทั้งสหรัฐฯ และยุโรปโดยภาพรวมยังมีความเข้มแข็ง ทั้งในแง่เงินทุนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านเครดิต ความเพียงพอของสภาพคล่อง และสัดส่วนหนี้ NPL ในระดับต่ำ ส่วนไทยและประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียนั้นอยู่ในสถานะที่ดีกว่าชาติตะวันตก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความพยายามป้องกันมิให้เกิดปัญหาซ้ำรอยวิกฤตการเงินเมื่อปี 2540 ขึ้นอีก
ในกรณีของไทย มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Capital adequacy ratio) ถึง 19.4% และมีอัตราการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องรองรับกระแสเงินไหลออกที่เพียงพอ (Liquidity coverage ratio) ณ ระดับ 197.3% ถือเป็นอันดับ 2 ในกลุ่ม ASEAN-5 รองจากอินโดนีเซีย
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ไทยมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อยอดหนี้รวมอยู่ที่ 2.7% เป็นไปตามเกณฑ์สากลที่กำหนดไว้ไม่ควรเกิน 5% ฐานะของสถาบันการเงินไทยที่มีเสถียรภาพดี ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หนุนให้ ธปท. เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ต่อไป
“ดังนั้น จึงคาดว่า กนง. อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในการประชุมครั้งถัดไป ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ระดับ 2.0%” บทวิเคราะห์ ระบุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทิพยประกันภัย-กรุงไทย-วีซ่า พลิกโฉม 'ตุ๊กตุ๊กไทย' สู่ Cashless Tourism ครั้งแรกของไทย เปิดรับชำระเงินผ่านเครื่อง EDC พร้อมมอบประกันคุ้มครองคนขับและผู้โดยสาร
วงการท่องเที่ยวไทยก้าวสู่อีกขั้นของการชำระเงินดิจิทัล เมื่อ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย และ วีซ่า เปิดตัวโครงการ “ตุ๊กตุ๊กไทยสู่ Cashless Tourism” นำร่องติดตั้งเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) บนรถตุ๊กตุ๊กเป็นครั้งแรกของประเทศไทย รองรับการชำระเงินด้วยบัตรเดบิต บัตรเครดิต และ QR บัตรเครดิต ทั้งที่ออกในประเทศไทยและต่างประเทศ ตอบรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่นิยมใช้จ่ายแบบไร้เงินสด
กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้การลงทุน Q3/69 ยังต้องเผชิญความท้าทาย
กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้การลงทุน Q3/69 ยังต้องเผชิญความท้าทาย หุ้นธีม AI ขับเคลื่อนทุกภูมิภาค ทั้ง สหรัฐฯ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น
กรุงไทยแทบแตก! คนเบตงแห่ขอช่วยยืนยันสิทธิ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
บรรยากาศบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาสุขยางค์ อ.เบตง พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาต่อคิวรอ โดยใช้รองเท้ามาตั้งเพื่อแสดงคิวเพื่อเข้าใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนธนาคารเปิดทำการ

