"กนง." มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี หลังประเมิน ศก.ยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง ยังไม่ใช่เวลาที่ต้องลดดอกเบี้ยให้ต่ำกว่านี้ "เอกนิติ" ชูลงทุนพระเอกช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย รัฐจับมือเอกชนดันให้แข็งแกร่งของเอเชีย
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ต่อปี เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งต่อเนื่องจากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิม แม้ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจนถึงต้นปี 2570
ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 และปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ โดยการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีกว่าคาดตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าคาด จากการระมัดระวังการใช้จ่ายในช่วงที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น
“เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง โดยการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวกับวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ปรับดีขึ้น แต่พึ่งพาการนำเข้าสูง และยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในวงจำกัด ขณะที่เอสเอ็มอียังเผชิญอุปสรรคในการปรับตัวและปัญหาด้านการแข่งขันที่รุนแรง” เลขานุการ กนง.ระบุ
นอกจากนี้ ในที่ประชุม กนง.ได้มีการหารือกันค่อนข้างมากเกี่ยวกับระดับของอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันที่ 1.00% ซึ่งมองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบัน และยังไม่มีความจำเป็น ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงไปต่ำกว่านี้ เพราะการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในบริบทเศรษฐกิจขณะนี้ได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันยังเป็นไปตามคาดการณ์ คือยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ฟื้นตัวช้าๆ และยังรอมาตรการกระตุ้นเฉพาะจุด ซึ่งเป็นมาตรการผสมจากนโยบายภาคการเงินและการคลัง น่าจะเหมาะสมมากกว่า
วันเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังปาฐกถาพิเศษ ในงาน ‘Thailand FOCUS 2026 : Reignite Thailand’ ว่า วันนี้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่สามารถเปลี่ยนผ่านและยกระดับให้กลับมาเป็นคนที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียได้ สะท้อนจากตัวเลขการลงทุนจริงที่กลับมาเติบโตได้ติดต่อกัน 2 ไตรมาส โดยในไตรมาสที่ 2 ปีนี้สามารถเติบโตกว่า 14% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 ปี ทั้งนี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยผ่านการขับเคลื่อนการลงทุน ถือเป็นหัวใจสำคัญผ่านนโยบาย IGNITE THAILAND จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยกระตุกทำให้โลกเห็นว่าประเทศไทยสามารถกลับมาอยู่ในจุดที่เรดาร์กลับมาให้ความสำคัญ จากการเน้นเรื่องการลงทุนเป็นหลัก
อย่างไรก็ดี หัวใจสำคัญจากนี้คือการที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกันช่วยขับเคลื่อนการลงทุนให้ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน เพราะประเทศไทยยังกินบุญเก่าจากการลงทุนตั้งแต่ปี 2528-2529 ที่มีการลงทุนไปค่อนข้างเยอะ อุตสาหกรรมเติบโตมากมาย และวันนี้เหตุการณ์นั้นกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้งจากโลกที่กำลังทะเลาะกัน ส่งผลให้นักลงทุนส่วนใหญ่อยากย้ายฐานการผลิตมาอยู่ในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะต้องรีบคว้าไว้ให้ได้ พร้อมกับการเร่งสร้างความเข้มแข็ง สร้างระบบ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จ่อทุ่ม5หมื่นล.เอาใจจชต.
ครม.สัญจรสงขลาเตรียมข้อเสนอพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 200 โครงการ
ระทึก!ศาลชี้ชะตาคดีบาร์โค้ด28ก.ย.
ระทึก! ศาล รธน.นัดชี้ขาดปมบาร์โค้ด QR code บนบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย.
สภาไฟเขียวพรก.กู้ หนูให้คำมั่นไม่เอื้อประโยชน์ใคร‘ชวน’กรีดแทรกตุลาการ
ฉลุย! สภาโหวต พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 285 ต่อ 141 เสียง "อนุทิน" ขอบคุณทุกฝ่าย ยันรัฐบาลจะใช้เงินกู้ด้วยความสุจริต โปร่งใส พิสูจน์ได้
DSIจับฮั้วสว.หลุด เปิดไต่สวน44ส้ม
“อนุทิน” ลั่นไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. เชื่อความเห็นใครไม่ได้ ต้องพิสูจน์ตามกระบวนการ “ศุภชัย” ข้องใจสำนวนคดีฮั้ว
ยกเครื่องดับไฟใต้ อนุทินสั่งมทภ.4พิสูจน์ฮ.ไม่ยิงปชช.จ่อดึงเสธ.ทบ.คุมสมช.
นายกฯ ถกความมั่นคงติดตามสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่อง

