
5 พ.ค. 2566 – นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้จัดทำข้อเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นการทบทวน พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2562 ตามที่พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้กฎหมายที่บังคับใช้ทุกกรอบระยะเวลา 5 ปี ให้หน่วยงานที่ดูแลกฎหมายประเมินผลสัมฤทธิ์ ซึ่งกรมฯ ได้มีการประเมินผลจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นและได้นำเสนอผลสรุป และข้อเสนอแนะต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และจากนี้จะนำรายงานดังกล่าวเผยแพร่ในเว็บไซต์ของกรมฯ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาศึกษา
สำหรับผลการเปิดรับฟังความคิดเห็น ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ และมีข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงในบางประเด็น โดยกลุ่มที่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย เห็นว่า จะต้องมีการกำหนดนิยามสินค้าชนิดเดียวกันให้ครอบคลุมถึงสินค้าที่ทดแทนกันได้ เพราะบางกรณี มีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) กับสินค้าบางชนิดแล้ว แต่ก็มีสินค้าที่ใกล้เคียงกัน ใช้ทดแทนกันได้ ทำให้มีการเลี่ยงไปนำเข้าสินค้าที่ไม่ถูกใช้เอดีแทน และควรปรับหลักเกณฑ์ กระบวนการดำเนินงานภายใต้กฎหมาย ไม่ให้เกิดภาระจนเกินจำเป็น และไม่ให้นำเกณฑ์ขั้นต่ำที่นำไปสู่การยกเว้นการใช้มาตรการ มาบังคับใช้โดยอนุโลมในกรณีการทบทวนอัตราอากร และการทบความความจำเป็นที่จะบังคับใช้มาตรการต่อ
ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการมีกฎหมายฉบับนี้ เห็นว่า สินค้าที่นำเข้ามามีคุณภาพ และมีราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศ ไม่ควรใช้มาตรการเอดี เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมภายในประเทศเกิดการผูกขาด แต่ควรส่งเสริมให้มีการค้าเสรี เพราะเป็นประโยชน์ในการลดต้นทุนในการผลิต และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ที่จะบริโภคสินค้าได้ราคาถูกลง
อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะพิจารณาจัดตั้งคณะทำงานกฎหมาย เพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำการปรับปรุงกฎหมาย และทำการศึกษา วิเคราะห์ผลดี ผลเสีย ต่อส่วนรวม ผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าก่อน และจากนั้นจะรายงานสรุปประเด็นที่ควรแก้ไขให้กระทรวงพาณิชย์เห็นชอบ และจะทำการยกร่างแก้ไขกฎหมาย และเข้าสู่กระบวนการแก้ไขกฎหมายต่อไป
ก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใน 2 ช่องทาง คือ ระบบเว็บกลางทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหนังสือถึงกรมฯ ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
ฉับไว! 'ศุภจี' เผยทุเรียนประสบภัยธรรมชาติ ขายหมดแล้ว ยันติดตามใกล้ชิดทั้งช่วยเหลือเยียวยาและหาตลาด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความห่วงใยไปถึงพี่น้องสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พายุเมื่อวานนี้นะคะ
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้ง ที่ปรึกษา-เลขานุการ รมต.ศุภจี
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ ๖๗๔/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
'นราพัฒน์' มองไลฟ์ขายทุเรียน เจตนาดีช่วยเกษตรกร แต่ไม่ถูกจังหวะเวลา พร้อมข้อเสนอแนะ 'ศุภจี'
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเด็นร้อน “ขายทุเรียนลูกละร้อย” หลายท่านสอบถามความคิดเห็น
'ศุภจี' เซ็น MOU ผนึก 23 หน่วยงาน ปราบนอมินี-ทุนเทา อุดช่องโหว่ภาคการลงทุนไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ
'ศุภจี' รับกดซื้อแต่ไม่ทัน หลังสื่อจี้ถามปมพิมรี่พายไลฟ์ขายทุเรียน ปลัดพาณิชย์รีบดึงออกจากวงสัมภาษณ์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีสภาผู้แทนราษฎรเตรียมตั้งกระทู้ถามกรณีการไลฟ์สดขายทุเรียน และเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล โดยให้เหตุว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน

