‘ดร.อนุสรณ์’ ชี้หากตั้งรัฐบาลจบเดือนส.ค. ส่งผลบวกตลาดการเงิน-ศก.ต่อเนื่อง

30 ก.ค.2566-รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี   เปิดเผยว่า คาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือนสิงหาคม และมองว่า รัฐบาลที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยจะมีเสถียรภาพและมีความมั่นคง  ส่งผลบวกต่อการฟื้นตัวตลาดการเงินและเศรษฐกิจต่อเนื่อง

นอกจากนี้การดำเนินนโยบายสาธารณะแบบทวิวิถี (Dual -Track Development Policy) โดยผสมผสานระหว่าง ยุทธศาตร์กระตุ้นเศรษฐกิจภายในผ่านการบริโภคและการลงทุน เป็น Domestic Demand-led Growth จะช่วยทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือความท้าทายจากการทรุดตัวของภาคส่งออกได้ในระดับหนึ่ง ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง คาดว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของต่างชาติอยู่ที่ระดับ 1.25-1.3 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 243-245% เทียบจากปีที่แล้ว และ เพิ่มขึ้น 3,025% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2564 ที่มีรายได้จากท่องเที่ยวของต่างชาติเพียง 0.04 ล้านล้านบาท ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวจากต่างชาติในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้แล้วประมาณ 5.2 แสนล้านบาท น่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 3.5-4% อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ภายในเดือนสิงหาคม จะส่งผลบวกต่อตลาดการเงินอย่างแน่นอน และจะทำให้ กระแสเงินทุนไหลกลับเข้ามาลงทุนมากขึ้น ช่วยผลักดันดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศทดสอบระดับ 1,600 จุดได้ นอกจากนี้ ตลาดพันธบัตรไทยจะมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นโดยคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกในวันที่ 2 ส.ค. ศกนี้ หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และ หากสามารถโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ในวันที่ 4 ส.ค. จะเป็นปัจจัยสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย  คาดการณ์ว่า ค่าเงินบาทจะปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีก แม้นการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทยได้รับผลกระทบ แต่ก็สะท้อนกระแสเม็ดเงินไหลเข้ามากขึ้นทั้งในตลาดการเงินและภาคท่องเที่ยว แนวโน้มเงินบาทแข็งค่าจะกระทบต่อการส่งออกภาคบริการท่องเที่ยวไม่มาก

สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างช่วงสัปดาห์สุดท้ายเดือนกรกฎาคม พบว่า นักลงทุนต่างชาติไหลเข้าลงทุนตลาดพันธบัตร 214 ล้านบาท แม้นนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นไทย 4,285 ล้านบาท แต่น่าจะกลับมาซื้อสุทธิได้ในระยะต่อไป หากการเมืองมีความชัดเจน การแก้ปัญหาทุจริตหุ้น Stark มีความคืบหน้า มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นแน่นอน กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์น่าจะอยู่ที่ระดับ 33.20-34.20 บาทต่อดอลลาร์และโอกาสหลุดระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์มีความเป็นไปได้

เพิ่มเพื่อน