'ทีเส็บ' ลุยโรดโชว์จีนวางเป้าดึงนักท่องเที่ยวไมซ์ปี 66 ไม่ต่ำกว่า 50,000 ราย

ทีเส็บ ลุยโรดโชว์จีน บุก 2 เมืองใหญ่ ปักกิ่ง กวางโจว วางเป้าดึงนักท่องเที่ยวไมซ์ปี 2566 ไม่ต่ำกว่า 50,000 ราย อัดแพ็กเกจเพียบ ด้านรัฐบาล เร่งลดขั้นตอนวีซ่า เพิ่มเมนูภาษาจีน อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ลุ้นเป้า 5 ล้านคน

12 ส.ค. 2566 – นางอรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและทิทรรศการ( องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยภายหลังกล่าวเปิดงาน Thailand MICE Roadshow in China 2023 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยระบุว่า ทีเส็บ นั้นให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวไมซ์จากประเทศจีนเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงก่อนโควิดเป็นกลุ่มที่เดินทางมายังประเทศไทยมากเป็นอันดับที่ 1 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 200,000 คน ซึ่งการโรดโชว์ในครั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์และประกาศความพร้อมของไทย ที่จะเชิญชวนภาคการท่องเที่ยวของจีน ให้กลับมาท่องเที่ยวที่ไทยอีกครั้ง โดยในปี 2566 ทีเส็บ ได้วางเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวไมซ์ จากจีนให้เข้ามาอย่างน้อย 50,000 คน

สำหรับการโรดโชว์ในจีน ในครั้งนี้ จะจัดขึ้น 2 เมืองใหญ่คือกรุงปักกิ่งและเมืองกวางโจว โดยมีผู้ประกอบการไมซ์ไทยเข้าร่วมประมาณ 54 ราย จาก 38 บริษัท อาทิ โรงแรม บริษัทบริหารจัดการภาคพื้นดิน สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่จัดงาน และสายการบิน โดยทีเส็บคาดการณ์ว่าจากการจัดงานไมซ์โรดโชว์ครั้งนี้ไทยจะได้จำนวนงานที่มีศักยภาพหรือความเป็นไปได้ที่จะมาจัดในประเทศไทย (Lead) ประมาณ 50 กลุ่ม มีนักเดินทางไมซ์ราว 15,000 คน สร้างรายได้ 990 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ ทีเส็บเปิดตัวแคมเปญ “Thailand MICE to Meet You Year 2023” สู่ตลาดจีน โดยนำเสนอแพ็กเกจสนับสนุนการจัดงาน แบ่งเป็นแพ็กเกจ M&I Plus สำหรับกลุ่มการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล สนับสนุนด้านงบประมาณในการสำรวจสถานที่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่องาน และสนับสนุนงบประมาณด้านการจัดงานสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อกลุ่ม พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์อีกมากมาย

นอกจากนี้ ทีเส็บ ยังมีแพ็กเกจสนับสนุนสำหรับกลุ่มงานแสดงสินค้า แบ่งเป็น แพ็กเกจ New Show Essentials สนับสนุนตั้งแต่การทำวิจัยไปจนถึงผู้จัดงานแสดงสินค้าที่เข้ามาจัดงานแสดงสินค้าในประเทศไทย โดยให้งบประมาณสนับสนุนสูงสุด 300,000 บาท และแพ็กเกจ New & Existing Show Support สนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าใหม่และงานเดิม ตามขนาดของพื้นที่ที่ใช้ในการจัดงาน ภายใต้งบประมาณสูงสุดไม่เกิน 700,000 บาท โดยมีเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอีกด้วย

ด้านพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานกรรมการธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา เปิดเผยว่า ทางฝ่ายรัฐบาลไทย ได้ให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวจีนมาก เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยช่วงก่อนโควิดมากว่า 10 ล้านคน หรือคิดเป็น 28% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งในปี 2566 นี้ ครึ่งปีแรกก็มีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาไทยแล้วกว่า 1.38 ล้านคน จากเป้าหมายที่วางไว้ 5 ล้านคนในปีนี้ และสร้างการใช้จ่ายสูงถึง 446,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ทางรัฐบาลไทยจะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยการแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของ วีซ่า ที่จะผ่อนปรนกฏระเบียบ และลดระยะเวลาในการขอวีซ่าลง รวมถึงการเพิ่มภาษาจีน ในเมนูกรอกข้อมูล ที่จะเชื่อว่า จะทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีน เดินทางเข้ามาที่ไทยง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็จะเร่งฟื้นความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีความปลอดภัย สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างไม่มีปัญหา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ อ้าแขนรับทุนจีนกว่า 7 หมื่นล้าน ชมเปาะไทยปลอดค่าน้ำร้อนน้ำชา

“อนุทิน” เผย บิ๊กในจีน 4 บริษัทพร้อมลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ชู “Thailand FastPass” ดึงฐานผลิตโลก ยกระดับทักษะแรงงานไทย  ปลดล็อกการลงทุนครั้งใหญ่ BOI พร้อมช่วยขจัดอุปสรรคจุดเดียวเบ็ดเสร็จ 

'ศุภชัย' มั่นใจโรดโชว์จีนอนุทิน ไทยดึงเงินทุนยักษ์ใหญ่ คว้าศูนย์กลางฐานผลิตอาเซียน

“ศุภชัย เจียรวนนท์” มั่นใจโรดโชว์จีนของนายกฯ อนุทิน สร้างความเชื่อมั่นดึงทุนยักษ์ใหญ่ ชี้เป้า "ฉงชิ่ง-เสฉวน" กลุ่มไฮเทค เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เสริมไทยทวงฐานผลิตอนาคตอาเซียน

ทีเส็บเผยผลงานปีงบ 68 ไทยคว้าสิทธิ์จัดงานไมซ์นานาชาติขนาดใหญ่รวม 30 งาน

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เผย ปีงบประมาณ 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำสถานะของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำและเป็นที่ต้องการสำหรับการจัดงานไมซ์และงานเมกะอีเวนท์ โดยตลอดปีงบประมาณที่ผ่านมา ประเทศไทยคว้างานอีเวนท์ขนาดใหญ่ระดับนานาชาติได้รวม 30 งาน ครอบคลุมทุกภาคส่วนของกิจกรรมไมซ์และเมกะอีเวนท์ โดยบางงานมีกำหนดจัดงานปี 2572 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระยะยาวจากพันธมิตรนานาชาติ และตอกย้ำความแข็งแกร่งของระบบนิเวศไมซ์ในประเทศไทย ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นจากทุกภาคส่วน