‘สุระพงษ์’ ลุยสางปัญหาความเดือดร้อนแท็กซี่ย้ำให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

‘สุรพงษ์’รับปากกลุ่มแท็กซี่พร้อมดูแลความเดือดร้อน สั่ง ‘กรมขนส่ง’เร่งศึกษาพิจารณาแก้ปัญหาข้อเรียกร้อง 9 ข้อโดยเร็ว เพื่อเป็นธรรมทุกฝ่าย ให้อยู่ร่วมกันได้และไม่มีปัญหาตาม

19 ก.ย. 2566 – เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กระทรวงคมนาคม นายวรพล แกมขุนทด รักษาการนายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ พร้อมสมาชิกประมาณ 20 คน ได้มอบพวงมาลัยให้กับนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พร้อมยื่นหนังสือเรื่องราวความเดือดร้อนของผู้ประกอบการแท็กซี่และคนขับแท็กซี่

นายสุรพงษ์ กล่าวระหว่างรับหนังสือจากแท็กซี่ว่า ได้รับข้อเสนอของแท็กซี่ และมอบหมายให้ ขบ. ไปศึกษาข้อมูลตามข้อเรียกร้อง โดยแบ่งการดำเนินงานตามความเร่งด่วน ระยะสั้น กลาง และยาว ซึ่งต้องให้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด ส่วนกรณีที่แท็กซี่ให้แก้ปัญหารถป้ายดำที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันนั้น ให้ ขบ. ไปศึกษาให้ดำเนินการเป็นธรรมทุกฝ่าย เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้และไม่มีปัญหาตาม

ด้านนายวรพล กล่าวว่า ในวันที่ 20 ก.ย.66 เวลา 09.00 น. สมาคมฯ จะเข้าร่วมประชุมกับกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับข้อเรียกร้อง 9 ข้อที่ยื่นวันนี้ เพื่อให้มีความคืบหน้าต่อไป ประกอบด้วย 1.สมาคมขอให้กระทรวงแก้ไขในกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน พ.ศ.2560 เกี่ยวกับเรื่องลักษณะและขนาดของรถยนต์รับจ้าง รวมทั้งขอให้กระทรวงพิจารณาขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ให้รับรองการนำรถยนต์ที่มีสภาพรถยนต์พร้อมใช้งานและอยู่ในสภาพที่ดีมาจดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่ ให้กำหนดรถใหม่จากโรงงานจนถึงรถที่จดทะเบียนมาแล้วไม่เกิน 9 ปี เพื่อลดต้นทุนในการลงทุนกับรถใหม่ที่มาราคาสูง

2.ให้กระทรวงพิจารณาเรื่องประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดอัตราค่าโดยสารและค่าบริการอื่นสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน ที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ พ.ศ.2565 ฉับบนี้ขึ้นใหม่อีกครั้ง เพราะปัจจุบันมีค่าต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพสูง ทำให้มีรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย

3.ให้กระทรวงช่วยแก้ไขพิจารณาในกฎกระทรวงรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 ฉบับนี้ว่ายังคงดำเนินการต่อหรือไม่ในปัจจุบัน เนื่องจากเกิดความรุนแรงขึ้นระหว่างคนขับรถยนต์ส่วนบุคคล (ป้ายดำ) ส่วนมากไม่ได้ทำตามกฎระเบียบของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังมีรถป้ายดำมาให้บริการผ่านแอปพลิเคชันจำนวนมาก โดยไม่สนกฎกระทรวงหรือประกาศของ ขบ. จึงขอให้ยกเลิกกฎกระทรวงฉบับนี้แล้วปรับปรุงแก้ไขเป็นแอปฯ ที่ใช้กับแท็กซี่เท่านั้น เพื่อความสงบสุขเรียบร้อย

4.ขอให้กระทรวงพิจารณาเรื่องประกาศ ขบ. เรื่องกำหนดคุณลักษณะการทำงานระบบอิเล็กทรอนิกส์และหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขรับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์และผู้ให้บริการระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2564 สมาคมตั้งขอสังเกตว่า จะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มแอปฯ และกลุ่มรถป้ายดำมากเกินไปหรือไม่ ทำให้แท็กซี่เสียเปรียบมากเกินไป เพราะรถป้ายดำได้รับค่าโดยสารที่แพงกว่า

5.เรื่องปัญหาผู้มีอิทธิพลที่ตั้งตนเป็นใหญ่ในเมืองนี้บนถนนหลวงหรือเส้นทางสาธารณะทั่วประเทศ ซึ่งแท็กซี่ประสบปัญหากับผู้มีอิทธิพลไปตั้งจุดจอดตามถนนหลวง ถนนสาธารณะต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ปัจจุบันมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลตั้งจุดจอดวินแท็กซี่เถื่อน หรือเรียกเก็บหัวคิวจากกลุ่มแท็กซี่ทั้งรายวัน รายเดือน ส่งผลกระทบคนขับแท็กซี่เป็นอย่างมาก เพราะหากไม่ยอมจ่ายค่าวิน ค่าคิวจอดรับผู้โดยสาร จะเกิดการทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องและ ขบ. ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของผู้ประกอบการรถแท็กซี่

6.ขอให้กระทรวงจัดสถานที่จุดจอดรถแท็กซี่ทุกสถานีรถไฟฟ้า โดยใช้พื้นที่เว้าขอบทางเดินให้จอดได้สัก 10 คัน โดยประสานกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยให้กระทรวงคมนาคมในเรื่องนโยบายของผู้ขับรถแท็กซี่ 7.ขอให้ตั้งศูนย์แอปพลิเคชันให้บริการบนแฟลตฟอร์ม เพื่อใช้ดาวน์โหลดเรียกใช้บริการแท็กซี่ ปล่อยสัญญาณผ่านแฟลตฟอร์มให้ประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลกดาวน์โหลดใช้บริการ

8.ขอให้ช่วยเหลือเรื่องพลังงานออกบัตรส่วนลดพลังงานให้รถแท็กซี่และรถรับจ้างให้บริการสาธารณะ เช่น NGV ราคาไม่เกิน 12.50 บาท/ลิตร และ LPG ราคาไม่เกิน 11.40 บาท/ลิตร และ 9.ช่วยนำโครงการนโยบายเงินดิจิตอลวอลเล็ต 10,000 บาท มาใช้จ่ายเป็นค่ารถแท็กซี่ได้ด้วย เพราะทำให้ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้รับเงินจากนโยบายนี้ไปพร้อมกับร้านค้า เพื่อส่งเสริมรายได้รวมให้สังคมทั่วไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ