
“พาณิชย์”เผยการส่งออก ส.ค.66 ทำได้มูลค่า 24,279. ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 2.6% พลิกบวกครั้งแรกในรอบ 11 เดือน สินค้าเกษตร บวกครั้งแรกรอบ 4 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรม บวกครั้งแรกรอบ 3 เดือน รวม 8 เดือน ยังลบ 4.5% คาดเดือน ก.ย. ยังมีลุ้น แต่ฐานสูงมาก ส่วนไตรมาส 4 เป็นบวกแน่ ทั้งปียังมีเป้าทำงาน 1-2% ถ้าไม่ได้ จะพยายามให้ติดลบน้อยที่สุด
26 ก.ย. 2566 – นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือน ส.ค.2566 มีมูลค่า 24,279.6 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.6% เป็นการพลิกกลับมาบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 11 เดือน ถือเป็นสัญญาณที่ดี เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 824,938.0 ล้านบาท การนำเข้ามีมูลค่า 23,919.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 12.8% คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 822,476.4 ล้านบาท ได้ดุลการค้ามูลค่า 359.9 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทมูลค่า 2,461.6 ล้านบาท รวมการส่งออก 8 เดือนของปี 2566 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 187,593.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ลด 4.5% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 6,379,734.3 ล้านบาท นำเข้ามูลค่า 195,518.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ลด 5.7% คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 6,732,833.5 ล้านบาท ขาดดุลการค้า มูลค่า 7,925.4 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท มูลค่า 353,099.2 ล้านบาท
ทั้งนี้ การส่งออกของไทยเดือน ส.ค.2566 ที่กลับมาเป็นบวกได้ 2.6% เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถือว่าไทยทำได้ดี โดยอินเดีย ลบ 6.9% ไต้หวัน ลบ 7.3% เกาหลีใต้ ลบ 8.3% จีน ลบ 8.8% สิงคโปร์ ลบ 12.6% มาเลเซีย ลบ 21.2% และอินโดนีเซีย ลบ 21.2% เป็นต้น
สำหรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตร 4.2% เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน แต่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ยังลดลง 7.6% โดยสินค้าสำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง เพิ่ม 99.8% เฉพาะมังคุดสด เพิ่ม 28,175% ข้าว เพิ่ม 10.8% สิ่งปรุงรสอาหาร เพิ่ม 28.6% ผักกระป๋องและผักแปรรูป เพิ่ม 26.5% นมและผลิตภัณฑ์นม เพิ่ม 13.2% ผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง เพิ่ม 22.8% ส่วนยางพารา ลด 32.9% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ลด 12.8% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ลด 9.7% น้ำตาลทราย ลด 23.1% ไก่แปรรูป ลด 12.8% ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ลด 57.4%
ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 2.5% เป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยสินค้าสำคัญที่เพิ่มขึ้น เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่ม 5.2% แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่ม 39.8% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เพิ่ม 6.4% เครื่องโทรศัพท์อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่ม 36.9% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด เพิ่ม 74.5% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่ม 59.1% ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ลด 26.9% ผลิตภัณฑ์ยาง ลด 4.7% อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ลด 10.4% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ลด 23.4%
ทางด้านการส่งออกไปตลาดสำคัญ ตลาดหลัก เพิ่ม 2.3% โดยสหรัฐฯ เพิ่ม 21.7% จีน 1.9% และญี่ปุ่น 15.7% แต่อาเซียน (5) CLMV และสหภาพยุโรป (27) ลด 1.5 , 21.3 และ 11.6% ตลาดรอง เพิ่ม 2.4% โดยทวีปออสเตรเลีย เพิ่ม 22.4% แอฟริกา 4.9% รัสเซียและกลุ่ม CIS 30.4% และสหราชอาณาจักร 10.7% ขณะที่ตลาดเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ลด 0.9 , 12.6 และ 11.7% และตลาดอื่น ๆ เพิ่ม 62.8% เช่น สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 53.6%
นายกีรติกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกเดือน ก.ย.2566 ยังหวังว่าจะฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็มีข้อสังเกตเดือน ก.ย.2565 ฐานสูงมาก มีมูลค่า 24,953.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ต้องมามารอดูว่าจะส่งออกได้เกิน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐไปเท่าไร แต่ตัวเลขตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค.2566 น่าจะเห็นอะไรดี ๆ เข้ามา เพราะเป็นช่วงที่คำสั่งซื้อเข้ามาเยอะ ส่วนเป้าทั้งปี ยังคงมีเป้าทำงานไว้ที่ 1-2% ถ้าทำเป็นบวกไม่ได้ ก็ต้องให้ติดลบน้อยที่สุด ซึ่งต้องถือว่าเอกชนของไทย ยืนอยู่แถวหน้าได้เลยในเรื่องการส่งออกด้วยศักยภาพที่มีอยู่และยังมีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ช่วยขับเคลื่อนการส่งออก ทั้งรักษาตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ ที่เป็นปัจจัยสนับสนุน
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนมองว่าแนวโน้มการส่งออกในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ จะกลับมาเป็นบวกได้ และในช่วงที่เหลืออีก 4 เดือน หากจะให้การส่งออกพลิกกลับมาขยายตัว 0% การส่งออกแต่ละเดือนต้องทำให้ได้มูลค่า 24,960 ล้านเหรียญสหรัฐ และถ้าติดลบ 1% จะต้องส่งออกให้ได้เฉลี่ย 24,200 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าจะให้ฟันธง ทั้งปีน่าจะติดลบ 1%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งออกเดือน ส.ค.2566 ที่เพิ่มขึ้น 2.6% เป็นการกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 11 เดือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ การส่งออกติดลบต่อเนื่องมาแล้ว 10 ติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือน ต.ค.2565 ที่ลดลง 4.2% พ.ย.2565 ลด 5.6% ธ.ค.2565 ลด 14.3% ม.ค.2566 ลด 4.6% ก.พ.2566 ลด 4.8% มี.ค.ลด 4.2% เม.ย.2566 ลด 7.7% พ.ค.ลด 4.6% มิ.ย. ลด 6.5% ก.ค.ลด 6.2%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลจับมือยูนิลีเวอร์ขนสินค้ากว่า 700 รายการลดราคา!
รัฐบาลต่อยอด 'ไทยช่วยไทย' จับมือยูนิลีเวอร์ลดราคาสินค้ากว่า 700 รายการ ช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ
ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง
พาณิชย์ชี้เป้าใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
นายกฯ ลุยตลาดบางใหญ่ เช็ก 'ไทยช่วยไทย' ขายของถูก
นายกฯ ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ นนทบุรี ตรวจ 'ไทยช่วยไทย X Local Low Cost' ดันสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ลดสูงสุด 60%

