ไม่ใช่โครงการไร้ค่า เฮงกะบ๊วย! คำพูดการันตีจากหัวหน้ารัฐบาล นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หลังโครงการ “TH-AI Passport” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดลงทะเบียนวันแรกแล้วเมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569
ขณะที่ยอดลงทะเบียนสำเร็จรวม ณ วันที่ 20 ส.ค. เวลา 14.13 น. ทะลุ 1,000,140 ราย ก่อนจะเริ่มใช้งานได้ในวันที่ 31 ส.ค.นี้
โดยโครงการ TH-AI Passport เป็นการจัดหาแฟลตฟอร์มกลางที่รวบรวมเครื่องมือ Generative AI ชั้นนำของโลกในเวอร์ชัน Premium ที่เสียเงิน มาให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้ใช้งานฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ ใช้งบประมาณในการขับเคลื่อน 1.6 พันล้านบาท ซึ่งเจ้ากระทรวงอย่าง นก-ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี โปรยยาหอมไว้ว่าจะทำให้ประชาชนเข้าถึงฟีเจอร์ขั้นสูงที่การใช้งานแบบฟรีทั่วไปเข้าไม่ถึง และเหมาะกับทุกคนทุกอาชีพสามารถหยิบ AI ขึ้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ สร้างรายได้
ท่ามกลางการจับตาของสังคม ซึ่งก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบนายไชยชนกเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่ามีการเอื้อประโยชน์และล็อกสเปกให้บริษัทเอกชนหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ป.ป.ช.อยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมรุกทำงานเฝ้าระวัง บังคับใช้กฎหมาย และป้องกันการทุจริต
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านที่ออกมาค้านต่อเนื่องเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใสของโครงการ จนทำให้การดำเนินโครงการล่าช้าออกไปบ้าง แต่รัฐบาลก็ลุยไฟไปต่อ กระทั่งมีการเปิดลงทะเบียน
แต่หลังเปิดลงทะเบียนวันแรก ก็ถูกจับสังเกต “ไอซ์" รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่จับผิดถึงผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโซเชียลเมื่อโครงการเปิดลงทะเบียน ปรากฏคนมาคอมเมนต์สนับสนุนโครงการดังกล่าวจำนวนมาก แต่เมื่อเปิดดูในโปรไฟล์กลับไม่มีตัวตน อาจเป็นไอโอที่เชื่อมโยงกับกระทรวงดีอีหรือไม่?
ด้าน นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมาโพสต์ว่า “จับตา AiPASS ขัด TOR ชัดเจน! หรือกำลังใช้ยอดลงทะเบียน เป็นตัวประกันเพื่อเบิกงบ?”
โดยนางการดีจับข้อสังเกตถึงประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งานของ TH-AI Passport ที่อาจขัดกับทีโออาร์ พร้อมยกตัวอย่างข้อความเอกสารที่ระบุว่า "แพลตฟอร์มไม่สามารถรับคำสั่ง ประมวลผล และสร้างคำตอบให้แก่ท่านได้ หากปราศจากการส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ที่ท่านเลือกใช้งาน หากท่านไม่ประสงค์ให้มีการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ท่านจะไม่สามารถใช้บริการได้"
นางการดี มองว่า นี่คือกระทรวงยอมรับด้วยเอกสารตัวเองแล้วว่าการส่งข้อมูลของคนไทยไปประมวลผลที่ต่างประเทศไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ ซึ่งประเด็นนี้ขัดกับ TOR ข้อ 2.2 อย่างชัดเจน ที่ระบุว่าโครงการนี้จะต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย ซึ่งจะรวมถึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมคาดการณ์ว่าต่อจากนี้จะมีความพยายามนำ "ยอดผู้ลงทะเบียน" มาเป็นตัวประกัน เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการต่ออีกด้วย
โดยเรื่องนี้ นายไชยชนก ยืนยันว่า "ข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ภายในประเทศไทยอย่างปลอดภัย แม้การประมวลผลเอไอจะต้องส่งไปประมวลผลนอกประเทศตามปกติของเทคโนโลยีก็ตาม แต่ในสัญญามีข้อตกลงชัดเจนว่า ห้ามนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปเก็บหรือประมวลผลเพื่อต่อยอดต่อ จึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลการใช้งานและการยืนยันตัวตนผ่านระบบของหน่วยงานรัฐมีความปลอดภัยสูง"
พร้อมย้ำเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้ คือการลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงนักเรียน บุคลากร และผู้ประกอบการที่มีงบประมาณจำกัด ได้มีโอกาสเข้าถึงและทดลองใช้เอไอ โมเดล ระดับโปร ที่มีความหลากหลาย เพื่อนำไปสร้างประโยชน์ ต่อสู้กับข้อจำกัดและสร้างรายได้ ซึ่งทุกกระบวนการทำถูกต้องตามกฎหมาย แม้อาจจะไม่ถูกใจคนบางกลุ่ม และยืนยันว่าไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด
ขณะที่ นายอนุทิน ก็ยืนยันถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนที่ได้ใช้โครงการดังกล่าว พร้อมสวนเจ็บฝ่ายค้านว่า “ถ้าเป็นโครงการที่ไม่ดี เฮงกะบ๊วย เป็นโครงการที่ไร้ประโยชน์ เอามาตอบสนองประโยชน์ทางการเมือง ถามว่ามีโครงการนี้ผมจะไปหาเสียงในพรรคผมเพิ่มได้สักกี่คะแนน”
พร้อมย้ำด้วยว่า "ต้องการนำมาให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ที่ทำธุรกิจ Startup SME ให้เข้าถึง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใด เพราะฉะนั้นก็เป็นคำตอบ ถ้าเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ไร้ค่า ไร้คุณค่า การเข้าแอปนี้ก็คงไม่ล้น เราต้องการเห็นการพัฒนาศักยภาพของคนไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดที่โลกใบนี้มีเท่าที่จะทำได้ "
งานนี้กว่าจะถึงวันเปิดใช้ TH-AI Passport รัฐบาลยังต้องฝ่าแรงต้านและการจับข้อผิดพลาดเพื่อไม่ให้โครงการดังกล่าวไปถึงฝั่งฝันโดยง่ายอย่างแน่นอน และรัฐบาลยังต้องเตรียมรับมือกับศึกซักฟอกปลายเดือนสิงหาคมนี้ ที่ฝ่ายค้านจะหยิบ TH-AI Passport ขึ้นมาชำแหละในลำดับต้นๆ อีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“เล่าต๋า”เขย่าระบบราชทัณฑ์ เปิดปมใหญ่ช่องโหว่"ลดโทษ"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อกระบวนการยุติธรรมปลายน้ำของไทยปะทุขึ้นอีกระลอก หลังการก้าวพ้นประตูเรือนจำกลางบางขวางของ เล่าต๋า แสนลี่ อดีตราชายาเสพติดระดับชาติ วัย 86 ปี เมื่อวันที่ 14 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา
'จตุพร' ประหลาดใจ ฝ่ายค้านเมินขยี้โกงสอบท้องถิ่น วุ่นแต่ปัญหา ฮั้ว สว.
'จตุพร' ประหลาดใจฝ่ายค้านดูเบาตรวจสอบโกงท้องถิ่น ปล่อยรัฐบาลแสดงบทพระเอก วุ่นแต่กับปัญหาฮั้ว สว. กับ AI Passport แนะโละกลไก 'ก.กลาง' จากองค์กรท้องถิ่น
จับตาโผแต่งตั้ง"นายพลใหญ่" ปรับทัพวาง"ขุนศึก"ยุค"บิ๊กราญ"
ว่าที่ “ผบ.ตร.” คนที่ 16 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตัวแล้ว “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เตรียมรับไม้ต่อจาก “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่จะเกษียณ 30 ก.ย.นี้
คุมเข้ม ‘ปืน’ ปราบอาชญากรรม ได้เสียงชื่นชม หรือเสียคะแนนนิยม
ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการล้อมคอก เรื่องการครอบครองและพกพาอาวุธปืนของรัฐบาล หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนชื่อดังที่ จ.นนทบุรี คดีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต และเหตุสะเทือนขวัญอีกหลายคดี
กกต.สิงหาฯสาหัส เดิมพันสูง7เสือ+แสวง เลือกตั้งไม่โมฆะ-ปิดคดีสว.
การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภา จะทวีความร้อนแรง-เข้มข้นมากขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
หมากของไทยในสมรภูมิมหาอำนาจ กระแสต้าน'สหรัฐ-จีน'ยังเชี่ยวกราก
ในสถานการณ์ที่รัฐบาลยังต้องเจอ “วิบากกรรม” จากผลพวงของโมเดลสร้างความเข้มแข็งให้องค์ประกอบทางการเมือง “ขั้วสีน้ำเงิน” จึงต้องเร่ง “ทำงาน” อย่างเต็มสูบ เพื่อใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์

