รมว.ดีอี ลั่น! มุ่งแก้ไขภัยออนไลน์ให้ลดลงพร้อมจับมือ ‘คณะวารสารฯและสื่อ’ ต้านภัย

6 พ.ย. 2566 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ กล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมเป็นประธานพิธีเปิดงานเสวนา “Social Online ดาบสองคมวิชาชีพสื่อ” จัดโดย สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโอกาสครบรอบ 69 ปีวันสถาปนาคณะวารสารศาสตร์ฯ โดยมี นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ และ รศ.กัลยกร วรกุลลัฎฐานีย์ คณบดี คณะวารสารศาสตร์ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ กับผู้บริหารของคณะวารสารศาสตร์ฯ ร่วมให้การต้อนรับ

นายประเสริฐ กล่าวในตอนหนึ่ง ว่า พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่ล้ำหน้าไปมาก ทางกระทรวงดีอีจึงได้มีนโยบายที่ชัดเจน และถือเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญของกระทรวงในการที่จะสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงและมีความรู้ทันกับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งจะมีการพัฒนาโครงสร้างด้านดิจิทัลเพื่อให้เศรษฐกิจและสังคมไทยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามทางกระทรวงก็ยอมรับและไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีปัญหาภัยต่างๆที่แอบแฝงมาในช่องทางของโซเชียลออนไลน์ ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้เกิดกับเศรษฐกิจและสังคมปีละกว่า 50,000 ล้านบาท หรือรุนแรงถึงขั้นทำให้ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงต้องสูญเสียชีวิตดังที่เป็ฯข่าว ซึ่งปัญหาในส่วนนี้จำเป็นที่จะต้องมีการหาแนวทางในการแก้ไขและขจัดปัญหาให้ลดน้อยลงหรือให้ปัญหาหมดสิ้นไป

อย่างไรก็ตาม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก็งหลอกลวง มีการใช้สื่อออนไลน์หลอกลวงสารพัดวิธี  ขณะเดียวกันเรื่องของข่าวปลอมก็มีเกิดขึ้นทั่วโลก สื่อจึงควรมีการตรวจสอบก่อนการนำเสนอและไม่ตกเป็นเครื่องมือของข่าวปลอม นอกจากนี้ยังมีภัยจากการใช้สื่ออนไลน์เพื่อชี้นำในบางเรื่อง ดังนั้นการบริโภคสื่อ ประชาชนควรต้องมีสติ ในขณะที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อควรมีจริยธรรม ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าสื่อวิชาชีพทุกคนมีอยู่ในใจ 

ทางกระทรวงจึงรู้สึกประทับใจที่สมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์และคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวรวมไปถึงการให้ความสำคัญในการผลิตนักศึกษาที่มีความรู้มีคุณภาพเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัลและเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาในระบบให้มากขึ้นรวมทั้งการตื่นตัวของสื่อมวลชนทุกแขนงที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาในเรื่องนี้ดังนั้นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเศรษฐกิจของประเทศและสังคมไทย นายประเสริฐ กล่าว

สำหรับเวทีเสวนา ในส่วนของวิทยากรที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ คือ นายเขมทัตต์ พลเดช นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ น.ส.ชุตินธรา วัฒนกุล บรรณาธิการบริหารข่าวออนไลน์ ไทยพีบีเอส TPBS และที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ นายระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาเพจส่องสื่อ และ The Modernist และนายนภพัฒน์จักษ์อัตตนนท์ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว Today  มีความเห็นตรงกันว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่ทำให้คนเข้าถึง social online ได้ง่ายขึ้นและกว้างขวางขึ้นนั้น ด้านหนึ่งถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่อีกด้านหนึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะเป็นเสมือนดาบอีกด้านที่มีกลุ่มคนนำไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ขณะเดียวกันประชาชนและคนในสังคมเองก็จำเป็นต้องตื่นตัวในการรับรู้ข้อมูลหรือเสพสื่อด้วยเช่นกัน เพราะโดยพฤติกรรมสังคมส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการรับข้อมูลที่ตนเองอยากรู้ มากกว่าการรับข้อมูลที่สื่อเห็นว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนควรต้องรู้ ทำให้ธุรกิจสื่อที่นอกเหนือจากการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ก็ต้องให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจและการแสวงหารายได้ ส่งผลให้ในหลายๆกรณีมีการนำเสนอข่าวที่เป็นกระแส ที่มีเรื่องของเรตติ้ง และระบบอัลกอริทึมเข้ามาเกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของสื่อ

อย่างไรก็ตามวิทยากรทุกคนยังเชื่อมั่นว่าบรรดาผู้ที่ประกอบวิชาชีพสื่อล้วนให้ความสำคัญกับเรื่องของจริยธรรม เรื่องของผลประโยชน์ของสังคมเป็นหลัก 

ขณะที่ รศ.ดร.วิกานดา พรสกุลวานิช อาจารย์กลุ่มวิชาบริหารการสื่อสาร คณะวารสารศาสตร์ฯ ได้ยืนยันว่าในฐานะสถาบันที่ผลิตนักศึกษาทางด้านวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนให้กับสังคม ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ในการที่จะเป็นแหล่งผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีจริยธรรมในวิชาชีพ ขณะเดียวกันทางคณะวารสารศาสตร์ฯก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาด้านสื่อสารมวลชนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วให้มากที่สุด

สามารถชมงานเสวนาครั้งนี้ ได้ที่

https://fb.watch/o8kaw5ZA05/

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ชะลอ-ไม่ยกเลิก! 'ไชยชนก' ลั่นหากโครงการ TH-AI Passport ผิดกฎหมาย ก็พร้อมกลับไปเริ่มต้นใหม่

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport จะยังเดินหน้าโครงการนี้ต่อหรือไม่ ว่า จะมีการประชุมครั้งแรกในการเจรจากับคู่สัญญาวันที่ 16 มิ.ย. ต้องรอดูว่าผลจะเป็นอย่างไร

'กูรูไอที' ลั่นไม่ยุ่งเวทีฟังความเห็น 'แจก AI ฟรี' ชี้ต้องระงับโครงการไว้ก่อน เหตุ TOR มีปัญหา

รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า บางคนถามผมว่า วันนี้ผมจะไปให้ความเห็นเรื่อง TH-AI Passport หรือไม่ ผมตอบไปว่า “ไม่ครับ” ผมไม่อยากไปยุ่งถ้าเป็นเวทีทางการเมือง โต้เถียงหาคนผิด หรือบอกว่าเป็นการล็อกสเป็ก และข้อสำคัญ ผมคิดว่า ผมได้ทำหน้าที่ของผมในฐานะนักวิชาการอิสระมาระดับหนึ่งแล้ว ผมได้ให้ความเห็นของผมในเชิงวิชาการ ใ

'ไอซ์ รักชนก' เปิด TOR โครงการแจก AI ฟรี ถามทำไมต้องเน้นประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล บริษัทใครชนะประมูล

รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ทำไมเราต้องยุติ ยกเลิก โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน ?

'โรม' ได้กลิ่นทุจริต ปูดบริษัทน้ำมันเอี่ยวโครงการ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ส่อล็อกสเปก

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับหนังสือจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลโครงการ TH-AI Passport

อ.อัจฉราวดี กระทุ้ง 'ไชยชนก' อย่าทิ้งภาษาแม่ พูดไทยปนอังกฤษ สื่อสารไม่รู้เรื่อง ต้องไปเรียนภาษาไทยมาใหม่

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เห็นมีคนมาบ่นว่าไชยชนกพูดไม่รู้เรื่อง เห็นโพสต์ของเพจนี้เข้าใจเลยคือหากจะพูดขนาดนี้ในองค์กรเอกชนก็คงไม่มีใครว่า แต่นี่กำลังพูดในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องสื่อสารกับคนไทย 66 ล้านคน มันไม่ได้ ต้องเรียนภาษาไทยมาใหม่ จึงจะเหมาะสมกับการอยู่ในตำแหน่งรมว.ของไทย

'จตุพร' แนะ รมว.ดีอี รับฟังคำทักท้วง TH-AI Passport ชวนทุกฝ่ายร่วมดัน AI เพื่อประโยชน์ชาติ

'จตุพร' แนะ รมว. DE รับฟังคำทักท้วง โครงการ TH-AI Passport ชวนทุกฝ่ายร่วมดัน AI เพื่อประโยชน์ชาติ ปรับตัวเปลี่ยน ประเทศ หลุดพ้นล้าหลัง