
4 ม.ค. 2567 – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแนวนโยบายการปรับอัตราภาษีน้ำมันทั้งในส่วนของภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและเบนซินว่าต้องการให้มีทิศทางต่อไปอย่างไร ภายหลังจากที่มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล2.50 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2566 และใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าช่วยอุดหนุนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศให้อยู่ที่ 30 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.– 31 มี.ค.2567
อย่างไรก็ดี ในส่วนของการจัดเก็บรายได้ปี 2567 กรมสรรพสามิตตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5.9 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่จัดเก็บได้จริงในปีงบประมาณ 2566 ที่ 4.77 ล้านบาท หรือสูงกว่า 20% และสูงกว่าประมาณการในปีงบประมาณ 2566 ที่ 5.67 แสนล้านบาท ซึ่งหากไม่มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพิ่มเติม ก็มั่นใจว่าจะสามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากในปีงบประมาณ 2566 หากไม่มีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ยอดจัดเก็บรวมที่ทำได้จริงจะอยู่ที่ราว 5.7 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้
“ขณะนี้ยังไม่มีข้อเสนอให้กรมฯ ปรับลดภาษีน้ำมันเบนซิน หรือดีเซล เข้าใจว่าจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯดูแลเรื่องราคาไปก่อน ซึ่งเรื่องนี้ต้องหารือแนวนโยบายกับกระทรวงการคลังให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยยอมรับว่าเป้าหมายการจัดเก็บของกรมฯ ในปีงบประมาณ 2567 ค่อนข้างท้าทาย เพิ่มขึ้นกว่า 20% หากมีการลดภาษีน้ำมัน ก็จะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้เหมือนช่วงที่ผ่านมา” นายเอกนิติ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2566 ได้เห็นชอบให้ปรับลดราคาน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ทั้ง 91 และ 95 ในอัตราเท่ากันที่ 1 บาทต่อลิตร ตั้งแต่ 7 พ.ย.2566 เป็นเวลา 3 เดือน ทำให้กรมฯสูญเสียรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะที่การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 2.50 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.– 31 ธ.ค.2566 ประมาณ 15,000 ล้านบาท
นายเอกนิติ กล่าวว่า ในส่วนของภาษีสรรพสามิตยาสูบนั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2567 ซึ่งประเมินว่าจะต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่ จากปัจจุบันที่มีการเก็บภาษี 2 อัตรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะมีผู้ได้รับประโยชน์และผลกระทบจำนวนมาก ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ก็จะรับฟังความเห็นให้รอบด้านที่สุด ทั้งข้อเสนอจากการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เอกชนผู้นำเข้า ว่าโครงสร้างอัตราภาษีใหม่ควรจะเป็นเช่นไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ได้ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 24 ธ.ค. 2566 ติดลบ 78,594 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 32,476 ล้านบาท ส่วนก๊าซ LPG ติดลบ 46,118 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยเปิดตัว Bangkok Blueprint ในเวทีประชุมไอเอ็มเอฟวันนี้
รัฐบาล ชูบทบาทไทยร่วม IMF–ธนาคารโลก สกัดกลโกงการเงินออนไลน์ 'เอกนิติ' เปิดตัว Bangkok Blueprint วันนี้ วาง 12 แนวทางป้องกัน–ตรวจจับ–เยียวยาผู้เสียหาย ยกระดับความร่วมมือปราบภัยการเงินข้ามชาติ
เดือดจัด! โฆษกรัฐบาลดับเครื่องชน ‘TPBS’ ซัดขวางแก้กม.
เดือดจัด!โฆษกรัฐบาล ดับเครื่องชนTPBS ซัดขวางแก้กม.เพราะกลัวถูกตรวจสอบ ข้องใจได้งบปีละ2,000 ล้านแต่จ่ายแพงจ้างคนนอกทำรายการ แถมได้งานแค่บางกลุ่ม ท้าอยากสาธารณะนัก เชิญไปทำช่องของตัวเอง
"อธิบดีกรมสรรพสามิต" ยืนยันชัด ปรับโครงสร้างภาษีบาป-ยกเลิกเงินส่วนเพิ่ม 2% ไม่เอื้อประโยชน์เอกชน
อธิบดีกรมสรรพสามิตยืนยันชัด ปรับโครงสร้างภาษีบาป-ยกเลิกเงินส่วนเพิ่ม 2% ไม่เอื้อประโยชน์เอกชน พร้อมออกกฎกระทรวงนำเงินเข้าสู่คลังแผ่นดินโดยตรง เป็นไปตามนโยบายรัฐเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและลดความซ้ำซ้อน ชี้ 4 กองทุนต้องปรับไปยื่นของบประมาณเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น
'เอกนิติ' ปัดตอบรื้อกม. 'ไทยพีบีเอส-สสส.' เข้าระบบงบฯ แทนใช้ภาษีบาป บอกยังไม่ได้รายงาน
‘เอกนิติ’ ปัดตอบปมรื้อกฎหมาย ให้ ‘Thai PBS-สสส.’ เข้าระบบงบประมาณแผ่นดิน แทนการใช้ภาษีบาป บอกสั้นๆ ‘ขอดูก่อน ยังไม่ได้มารายงานเลย’
'เอกนิติ' ฮึ่ม! ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน
‘เอกนิติ’ หัวโต๊ะถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน รับลูกบัญชานายกฯ สั่งรวมข้อมูลชุดเดียว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงาน

