'คมนาคม' สั่งปรับปรุงสะพานรถไฟทั่วประเทศรองรับน้ำหนักกดลงเพลา 20 ตัน/เพลา

“ศักดิ์สยาม” สั่ง รฟท.เตรียมแผนรองรับการเดินรถไฟขนส่งสินค้า น้ำหนักกดลงเพลา 20 ตัน/เพลา เล็งตั้งงบปี 67-69 ปรับปรุงสะพานรถไฟทั่วประเทศ ลุยตรวจสอบและประสานรถไฟลาว-จีน พ่วงหารูปแบบการลงทุน พร้อมกางแผนจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางราง

24 ธ.ค.2564-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม เรื่อง การเตรียมการรองรับการเดินรถไฟขนส่งสินค้า น้ำหนักกดลงเพลา 20 ตัน/เพลา ว่า ปัจจุบันเส้นทางรถไฟซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีการก่อสร้างปรับปรุงทางรถไฟให้สามารถรองรับรถจักรบรรทุกสินค้าขนาด 20 ตัน/เพลาแล้ว เช่น เส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ (กรุงเทพฯ-หนองคาย), สายตะวันออก (กรุงเทพฯ-ระยอง) และสายเหนือ (กรุงเทพฯ-เชียงใหม่)

ทั้งนี้ ยังมีสะพานรถไฟในบางสายทางยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้รองรับน้ำหนักกดลงเพลา 20 ตัน/เพลา โดยเฉพาะในเส้นทางสายใต้ ซึ่งสะพานรถไฟส่วนใหญ่รองรับน้ำหนักบรรทุกได้เพียง 16 ตัน/เพลา และมีสะพานรถไฟซึ่งถึงกำหนดต้องบำรุงรักษาตามระยะเวลา เช่น สะพานหอในสายเหนือ 2 แห่งที่ จ.ลำปาง, สะพานรถไฟสายใต้ที่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จำนวน 8 แห่ง สะพานรถไฟช่วงวงเวียนใหญ่ – มหาชัย จำนวน 19 แห่ง และสะพานรถไฟช่วงหนองปลาดุก – สุพรรณบุรี จำนวน 23 แห่ง

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดดำเนินการปรับปรุงสะพานรถไฟโดยใช้งบประมาณปี 2566 ที่เสนอขอรับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางด้วยรถไฟได้รับความปลอดภัยสูงสุดและลดระยะเวลาในการเดินทาง รวมทั้งส่งเสริมการขนส่งสินค้า ให้รองรับปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น จากเดิมรถจักรน้ำหนักกดลงเพลา 16 ตัน/ เพลา รองรับการขนส่งสินค้าได้ ขบวนละ 2,100 ตัน หากปรับปรุงสะพานรถไฟให้รองรับการใช้รถจักรน้ำหนักกดลงเพลา 20 ตัน/เพลาจะรองรับเพิ่มขึ้นเป็นขบวนละ 2,500 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 20% และสามารถใช้ความเร็วผ่านสะพานได้สูงสุดถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากเดิมที่รถจักรจะผ่านสะพานรถไฟด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สำหรับสะพานรถไฟในส่วนที่เหลือ กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2567-2569 ตามลำดับความจำเป็นในการปรับปรุง เพื่อปรับปรุงสะพานรถไฟทั่วประเทศให้รองรับน้ำหนักบรรทุก 20 ตัน/เพลา ส่วนสะพานที่อยู่ในเส้นทางที่มีแผนก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จะดำเนินการปรับปรุงสะพานให้รองรับน้ำ 20 ตัน/เพลา ไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามส่วนสถานะรถจักรดีเซลไฟฟ้าของ รฟท. นั้น ปัจจุบันมีรถจักรดีเซลไฟฟ้า ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานจำนวน 219 คัน แบ่งเป็นรถจักรดีเซลไฟฟ้า (CSR) รุ่นใหม่ น้ำหนักกดลงเพลา 20 ตัน/เพลา จำนวน 20 คัน ใช้สำหรับขนส่งสินค้า ส่วนรถจักรที่มีน้ำหนักกดลงเพลา 15-16 ตัน/เพลา ได้แก่ รถจักรดีเซลไฟฟ้า (GEA) จำนวน 36 คัน รถจักรดีเซลไฟฟ้า (Hitachi) จำนวน 21 คัน รถจักรดีเซลไฟฟ้า (Alsthom) จำนวน 97 คัน และรถจักรดีเซลไฟฟ้า (GE) จำนวน 45 คัน

โดย รฟท.ได้ดำเนินการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้าพร้อมอะไหล่เพิ่มเติมอีก 50 คัน เพื่อทดแทนรถจักร GE เดิม ที่มีอายุการใช้งานกว่า 55 ปื โดยรถจักรดีเซลไฟฟ้า 20 คันแรกจะมาถึงไทยกลาง ม.ค.2565 ก่อนนำมาทดสอบ และจะนำมาวิ่งให้บริการได้ประมาณกลางปี 2565 และอีก 30 คันจะได้รับมาในปี 2566 นอกจากนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างติดตั้งระบบป้องกันการชนอัตโนมัติ หรือ ATP (Automatic Train Protection) ให้กับรถจักร CSR และ Alsthom จำนวน 70 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2566

ทั้งนี้ระบบป้องกันการชนอัตโนมัติจะช่วยควบคุมระยะห่างของขบวนรถแต่ละคันให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัย กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน รถจักรจะทำการเบรกอัตโนมัติ เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ในทางรถไฟร่วมกับรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ รฟท.อยู่ระหว่างเตรียมประกวดราคาการปรับปรุงรถจักรให้มีสภาพใหม่ (Refurbish) รวมทั้งติดตั้งระบบ ATP ให้กับรถจักร GEA และ Hitachi อีก 57 คัน เพื่อยกระดับการให้บริการและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้โดยสารระบบรางต่อไป

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้ รฟท. ไปพิจารณาสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ จ.หนองคาย โดยให้ตรวจสอบข้อมูลว่า สะพานที่จะออกแบบใหม่รองรับ 20 ตัน/เพลา เพียงพอหรือไม่ โดยประสานตรวจสอบว่า สะพานในโครงการรถไฟลาว-จีน ออกแบบรองรับกี่ตัน/เพลา เพื่อให้มีความสอดคล้องและรองรับปริมาณการขนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ให้ รฟท. พิจารณาตรวจสอบว่า สะพานรถไฟในประเทศไทยมีจุดใดที่ต้องดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม และบำรุงรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถเดินรถได้อย่างปลอดภัย โดยให้พิจารณาขอรับการจัดสรรงบกลาง หรืองบประมาณเหลือจ่ายของ รฟท. และให้ดำเนินการภายในปี 2565
ขณะที่การจัดหารถจักรและล้อเลื่อนเพิ่มเติม ให้ รฟท. จัดทำข้อมูลโดยพิจารณาแนวทางการลงทุนหลากหลายรูปแบบ เช่น งบประมาณ เงินกู้ การ Outsource ให้กับเอกชน หรือการให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP)

อย่างไรก็ตามในการจัดหาหัวรถจักรให้พิจารณาเป็นหัวรถจักรไฟฟ้าหรือระบบไฮบริด (hybrid) โดยเฉพาะในย่านสถานีกลางบางซื่อ และให้ รฟท. จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในการดำเนินงานรองรับการใช้งานสถานีกลางบางซื่อให้ชัดเจน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดมาตรการช่วยเหลือ รถขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง ชดเชยให้ตามจริง

ครม. งัดมาตรการ อุ้ม “รถขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง” ชดเชยให้ตามใช้จริง ลดผลกระทบราคาพลังงาน นายกฯแนะปชช.ใช้รถสาธารณะช่วงสงกรานต์

3 มี.ค.ใช้ฟรีทางด่วน3สายรวม 63 ด่าน

กทพ.แจ้งยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายหลัก ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ทางพิเศษศรีรัช และ ทางพิเศษอุดรรัถยา รวม 63 ด่าน ตั้งแต่เวลา 00.01–24.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2569 แนะผู้ใช้ทางฯมุ่งหน้าสู่ชลบุรี เผื่อเวลาเดินทาง เนื่องจากมีจุดก่อสร้างซ่อมสะพานต่อเนื่อง ทำให้การจราจรชะลอตัว

ครม. เห็นชอบ 'อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง' ผู้ว่าการรถไฟคนใหม่ พร้อมแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอแต่งตั้ง นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง

ลุ้นดีลประวัติศาสตร์ ‘ทูตไทย วอชิงตันฯ’ ส่งสัญญาณหนุนแนวคิด ‘พิพัฒน์’ เปิดเกมชิง ‘Disneyland’ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจ้าตัวมั่นใจพลิกท่องเที่ยวไทยสู่แลนด์มาร์โลก สร้างแหล่งงาน 100,000 ตำแหน่ง-ปั๊มรายได้มหาศาล

“พิพัฒน์” ปลื้ม “ทูตไทย วอชิงตันฯ ” ส่งสัญญาณหนุนไทยชิง “Disneyland“ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชี้แนวคิดถูกยกระดับสู่ทูตเศรษฐกิจ พลิกท่องเที่ยวไทยสู่แลนด์มาร์กความบันเทิงระดับโลก สร้างแหล่งงาน 100,000 ตำแหน่ง - ปั๊มรายได้มหาศาล

แนะ ปชช.จองตั๋วล่วงหน้าเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 8 ก.พ.

รัฐบาลแนะประชาชนจองตั๋วล่วงหน้า เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 8 ก.พ.69 บขส. เตรียมพร้อมรถโดยสาร – พนักงาน – สถานีขนส่งฯ อำนวยความสะดวก ปลอดภัยอย่างเต็มที่