
12 ก.พ. 2567 – นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ทุกอำเภอทั่วประเทศ เกี่ยวกับความพึงพอใจต่อนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมี 15 เป้าหมาย คือ “3 ซ่อม เพื่อช่วยลดช่องว่าง 8 สร้าง เพื่อต่อเติม และ 4 เสริม เพื่อยั่งยืน” ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งให้ความสำคัญกับการ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก อำนวยความสะดวกทางการค้า ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางการค้าทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ การสำรวจได้จัดกลุ่มนโยบายและการดำเนินงานออกเป็น 10 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งทุกนโยบายได้รับความพึงพอใจค่อนข้างมาก โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ภาพรวมผลงานของกระทรวงพาณิชย์ ที่ประชาชนมีความพึงพอใจปานกลาง – มาก 5 อันดับแรก คือ นโยบายด้านการลดค่าครองชีพประชาชน (ร้อยละ 83.57 ของผู้ตอบทั้งหมดที่ทราบนโยบาย) ตามด้วย ด้านการดูแลราคา ปริมาณสินค้าเกษตร และการตลาดแบบครบวงจร (ร้อยละ 81.20) ด้านการปรับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจการค้า และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (ร้อยละ 80.61) ด้านการผลักดันและสร้างแต้มต่อด้วยข้อตกลงเขตการค้าเสรี FTA (ร้อยละ 80.30) และด้านการบูรณาการการทำงานของพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการค้า (ร้อยละ 79.95)
เป็นที่น่าสังเกตว่า นโยบายที่ประชาชนมีความพึงพอใจสูงสุด 2 อันดับแรก จะเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว และเห็นผลเป็นรูปธรรมในระยะเวลาที่รวดเร็ว อาทิ การลดค่าครองชีพ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับผู้ประกอบการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง และมาตรการดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เช่น สินค้าข้าว ที่มีมาตรการรองรับปีการผลิต 2566/2567 เพื่อช่วยให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาเหมาะสม ขณะที่นโยบายอื่น ๆ ที่ได้รับความพึงพอใจรองลงมา เป็นนโยบายที่ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการนานมากกว่า อาทิ การผลักดันข้อตกลงการค้าเสรี FTA หรือเป็นนโยบายที่มุ่งเน้นสนับสนุนประชาชนเฉพาะกลุ่ม อาทิ การบูรณาการ การทำงานของพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ ที่มุ่งส่งเสริมเกษตรกร และผู้ประกอบการ ในการส่งออกสินค้าท้องถิ่นไปต่างประเทศ
การพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า นโยบายการลดค่าครองชีพประชาชน เป็นนโยบายที่ได้รับความพึงพอใจเป็นอันดับแรกในกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในภาคกลาง (ร้อยละ 88.82) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ร้อยละ 83.98) และภาคเหนือ (ร้อยละ 83.36) ขณะที่ผู้อาศัยในภาคใต้ มีความพึงพอใจเป็นอันดับแรกต่อนโยบายด้านการสร้างโอกาสทางการค้า สร้างความเข้มแข็งของธุรกิจ ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ นวัตกรรม และการพัฒนามาตรฐาน SMEs (ร้อยละ 83.48) ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการที่รัฐบาลมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาให้นกกรงหัวจุกเป็นซอฟต์พาวเวอร์ของจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนผู้ที่อาศัยในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีความพึงพอใจเป็นอันดับแรกต่อนโยบายด้านการปรับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ฯ (ร้อยละ 85.59)
การพิจารณาเป็นรายอาชีพ พบว่า นโยบายด้านการลดค่าครองชีพประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายที่ประชาชนเกือบทุกอาชีพมีความพึงพอใจเป็นอันดับแรก ทั้งพนักงานของรัฐ (ร้อยละ 87.63) ผู้ไม่ได้ทำงาน (ร้อยละ 86.54) ผู้ประกอบการ (ร้อยละ 85.61) พนักงานเอกชน (ร้อยละ 83.17) เกษตรกร (ร้อยละ 80.99) และอาชีพอิสระ (ร้อยละ 80.15) ขณะที่นักศึกษามีความพึงพอใจเป็นอันดับแรกต่อนโยบายด้านการผลักดันข้อตกลงการค้าเสรี (ร้อยละ 87.68)
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การผลักดันข้อตกลงเขตการค้าเสรี FTA การปรับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ฯ และนโยบายการเร่งรัดการส่งออก เป็นนโยบายที่นักศึกษา มีความพึงพอใจสูงสุด 3 อันดับแรก ซึ่งอาจสะท้อนว่า คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจต่อการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้าของไทย ซึ่งเป็นนโยบายที่สร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงทางการค้าในระยะยาว สำหรับนโยบายที่มุ่งเน้นช่วยเหลือเกษตรกร และผู้ประกอบการ อย่างครบวงจร ครอบคลุมการผลิตและการตลาดทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การดูแลราคาและปริมาณสินค้าเกษตร การดูแลราคาปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตร การอำนวยความสะดวกทางการค้า การขยายช่องทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ และการบูรณาการการทำงานของพาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ในต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้าท้องถิ่นได้รับความพึงพอใจอยู่ในระดับสูงเช่นกัน
การพิจารณาตามช่วงรายได้ พบว่า ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือน จะมีความพึงพอใจต่อการลดค่าครองชีพประชาชนเป็นอันดับแรก แบ่งเป็น ผู้มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน (ร้อยละ 82.27) ระหว่าง 10,001 – 30,000 บาทต่อเดือน (ร้อยละ 83.50) และ 30,001 – 50,000 บาทต่อเดือน (ร้อยละ 85.12) ส่วนผู้ที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีความพึงพอใจเป็นอันดับแรกต่อนโยบายการปรับการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ฯ (ร้อยละ 88.17) และการลดค่าครองชีพเป็นอันดับสอง (ร้อยละ 86.27)
นายพูนพงษ์ กล่าวถึงผลการสำรวจครั้งนี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีความพึงพอใจค่อนข้างมากต่อการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะนโยบายด้านการลดค่าครองชีพที่ได้รับความพึงพอใจสูงที่สุดทั้งในภาพรวม และครอบคลุมในหลายภูมิภาค สาขาอาชีพ และระดับรายได้ รวมถึงนโยบายด้านการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการ ตลอดจนนโยบายเสริมสร้างขีดความสามารถทางการค้าและการแข่งขันของไทย แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ที่ทำให้ประชาชนยอมรับและพึงพอใจต่อผลงานได้แม้ทำงานเพียงไม่นาน และขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ในปี 2567 นี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงมุ่งมั่นและทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง
อาทิ การผสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและบริการของไทยในตลาดโลก สร้างรายได้ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนทุกภาคส่วน การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี ซึ่งล่าสุดได้ลงนามความตกลงการค้าเสรีไทย – ศรีลังกา แล้วเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รวมถึงการเจรจาระหว่างไทย – สหภาพยุโรป(European Union : EU) และไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association : EFTA) ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนภาคการส่งออก ที่กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนส่งเสริมรวมแล้วกว่า 400 กิจกรรม โดยให้ความสำคัญกับการรักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่ ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้สามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด3ปีติดตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย
ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด 3 ปีติด ตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย เงินลงทุนรวม 1.85 หมื่นล้าน พาณิชย์ปลื้มปี 68 ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าทุบสถิติ 3.64 แสนล้านบาท ขึ้นแท่นฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาค
'พาณิชย์'ถกบิ๊กค้าปลีกลุยโครงการ‘ไทยช่วยไทย ดูแลค่าครองชีพ’
พาณิชย์ หารือ บิ๊กค้าปลีก-ซัพพลายเออร์ เตรียม Kick Off โครงการ ‘ไทยช่วยไทย ดูแลค่าครองชีพ’ ขนทัพสินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกหั่นและตรึงราคาช่วยประชาชน
พาณิชย์ลุยตรวจบัญชีม้าพุ่งเป้า 12 จังหวัด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลุย สกัดบัญชีม้าเดินหน้าตรวจ 117,496 บริษัท ที่มีคนต่างชาติมาร่วมลงทุน พุ่งเป้า 12 จังหวัด โชว์ผลงานล่าสุด ส่ง ปปง.ตรวจเส้นทางเงิน 357 ราย ส่งกรมสรรพากร 3,634 ราย และส่ง บก.ปอศ. 11 รายฟันผิดนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึก 17 หน่วยงานรัฐสกัดนอมินี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผนึกกำลัง 17 หน่วยงานภาครัฐ แก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีในการถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจัดการให้สิ้นซาก ป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตั้งเป้าลุยตรวจสอบนิติบุคคล 21,459 ราย พร้อมเตือนคนที่ร่วมมือ สนับสนุน หากตรวจพบ เล่นงานหนัก
ต่างชาติลงทุนไทย 68 แตะ 324,148 ล้านเพิ่ม 42% สูงสุดรอบ 5 ปี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยปี 68 ต่างชาติลงทุนไทย 1,078 ราย เพิ่มขึ้น 13% รวมเงินลงทุน 324,148 ล้านบาท เพิ่ม 42% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ลั่สิงคโปร์แชมป์ลงทุนมากสุด ตามด้วยญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง สหรัฐฯ

