
“ศักดิ์สยาม” กดปุ่มเปิด “สะพานพระราชวังจันทน์” สะพานเหล็กโค้งแห่งแรกของไทย มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 65 ให้แก่ชาวพิษณุโลกอัพเกรดการคมนาคมขนส่ง มุ่งเป็นแลนด์มาร์กส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
27 ธ.ค.2564-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานพระราชวังจันทน์ (โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน) อ.เมือง จ.พิษณุโลก วันนี้ (27 ธ.ค. 2564) ว่า การเปิดสะพานครั้งนี้เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2565 ให้กับประชาชน สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการมุ่งมั่นพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งทั่วทั้งประเทศอย่างบูรณาการทั้งทางบก ราง น้ำ และอากาศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางบนถนนและสะพานที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคม
ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านคมนาคมในเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการบูรณาการระหว่างรูปแบบการขนส่ง การกำกับดูแลการพัฒนาระบบคมนาคมให้มีความสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลาเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน รวมถึงการแก้ไขปัญหาจราจรเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า จึงมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ดำเนินการก่อสร้างสะพานพระราชวังจันทน์หรือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน อ.เมือง จ.พิษณุโลก ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 79.95 ล้านบาท โดยสะพานดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เชื่อมต่อไปยังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดนางพญา และวัดราชบูรณะ
สำหรับโครงการดังกล่าว ตัวสะพานมีความยาวรวม 116 เมตร แบ่งเป็น 5 ช่วงความยาว ผิวทางกว้าง 7 เมตร รองรับการจราจร 2 ช่องจราจร (ไป–กลับ) แต่ละด้านของสะพานมีทางเท้าและทางจักรยานกว้างด้านละ 3 เมตร โครงสร้างสะพานช่วงข้ามแม่น้ำมีลักษณะเป็นสะพานเหล็กโค้ง (Steel Arch Bridge) ความยาวช่วง 80 เมตร เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อสร้างเสาตอม่อในแม่น้ำอันอาจจะเป็นอุปสรรคต่อประเพณีการแข่งเรือยาวที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง ทช. ยังได้มีมาตรการเร่งรัดงานโดยการผลิตโครงสร้างเหล็กของสะพานแยกเป็นส่วนๆ ในโรงงานแล้วนำมาประกอบติดตั้งในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งมาตรการดังกล่าวนอกจากจะทำให้ก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้แล้ว ยังสามารถช่วยลดผลกระทบจากการก่อสร้างต่อประชาชนในพื้นที่ได้
สำหรับส่วนประกอบอื่นๆ ของสะพาน ได้แก่ ราวสะพานและเสาไฟฟ้าแสงสว่าง ได้ออกแบบให้มีความสวยงามโดยนำรูปแบบทางจิตรกรรมของท้องถิ่นมาประยุกต์ ประกอบกับลักษณะทางโครงสร้างของสะพานที่แตกต่างจากสะพานอื่นและสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม ทำให้สะพานแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) ใจกลางเมืองพิษณุโลกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งด้วย
นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่าปัจจุบันการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ จึงได้กำหนดเปิดใช้สะพานในวันนี้ (27 ธ.ค. 2564) เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.พิษณุโลก รวมทั้งเป็นการยกระดับการคมนาคมใน จ.พิษณุโลก รองรับการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ตามนโยบาย“คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย” ในการอำนวยความสะดวกการเดินทางแก่ประชาชน ส่งเสริมทัศนียภาพระหว่างการเดินทาง ช่วยหนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ นายศักดิ์สยาม ยังได้ปล่อยขบวนชมรมรถจักรยาน จ.พิษณุโลก และรถอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 ซึ่งประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกปลอดภัยในการเดินทาง ป้องกัน ลดจำนวนอุบัติเหตุ ลดความสูญเสีย โดยเป็นการสร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชน ลดพฤติกรรมเสี่ยงขับขี่และเสริมสร้างความร่วมมืออันดี สอดคล้องกับนโยบาย “คมนาคม UNITED”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไรเดอร์คุณภาพ! กลุ่มไรเดอร์เมืองสองแควรวมตัวฝึกอบรม CPR เสริมทักษะช่วยชีวิตคน
พิษณุโลก เปลี่ยนไรเดอร์เป็นฮีโร่ด้วยสองมือ กลุ่มไรเดอร์เมืองสองแควรวมตัวฝึกอบรม CPR เสริมทักษะช่วยชีวิตคน ยื้อลมหายใจผู้ป่วยเหตุฉุกเฉิน
เปิดชีวิต 'น้องสปอย' เด็กในอ้อมพระกรุณา 'พระองค์ภาฯ' วันนี้อยู่กับยาย ขณะแม่ยังอยู่ในเรือนจำ
ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลกลงพื้นที่เยี่ยม "น้องสปอย" วัย 7 ขวบ เด็กหญิงที่เคยอยู่ในอ้อมพระกรุณาของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เมื่อครั้งเสด็จติดตาม
เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

