
1มี.ค.2567- นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า
เห็นข่าวที่ผู้บริหาร กทม.จะโอนภารกิจลงทุนรถไฟฟ้าใหม่ 3 เส้นทางประกอบด้วย สายสีเทา ระยะที่ 1 (วัชรพล - ทองหล่อ) สายสีเงิน (บางนา - สุวรรณภูมิ) และสายสีฟ้า (ดินแดง - สาทร) คืนกลับให้กระทรวงคมนาคมแล้วบอกตรงๆ ว่าเสียดายครับ
ทั้ง 3 เส้นทางเป็นโครงการที่อยู่ในภารกิจของ กทม. และได้ทำการศึกษามานานแต่ยังไม่ได้ลงมือทำเพราะใช้งบประมาณเยอะพอสมควร ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ทางผู้บริหาร กทม. ได้ให้ข่าวกับทางสื่อสารมวลชน ประกอบกับให้เหตุผลว่าการโอนภารกิจกลับคืนกระทรวงคมนาคมจะได้ประสานคิดค่าตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นภายใต้กระทรวงคมนาคมง่ายกว่าไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ประโยชน์จะได้เกิดกับประชาชนสูงสุด
อันนี้ผมว่ามีทั้งส่วนถูกและไม่ถูกครับ
1. เรื่องการลงทุนมีส่วนถูกคือถ้าให้ กทม. ลงทุนเพียงฝ่ายเดียวก็คงเกิดยากและกระทบกับงบประมาณในส่วนอื่นที่ต้องดูแลพี่น้องชาวกรุงเทพฯ แต่โครงการใหญ่แบบนี้โดยเฉพาะทั้ง 3 เส้นทางที่มีผู้อยู่อาศัยและศักยภาพในการใช้บริการจำนวนมากย่อมดึงดูดเอกชนให้มาร่วมทุนได้อย่างแน่นอน รวมถึงยังสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์โดนรอบสถานีในรูปของการเช่า การโฆษณาหรือการเชื่อมต่อสถานีกับอาคารต่างๆ กลับคืนมาได้ไม่มากก็น้อย
2. หรือถ้าหาเอกชนร่วมทุนไม่ได้จริงๆ (ซึ่งกรณีนี้ผมว่ามีโอกาสแต่ยากมากเพราะทั้ง 3 เส้นทางมีศักยภาพในการดึงดูดเอกชนมาลงทุน) ด้วยสายสัมพันธ์ของท่านผู้ว่าฯ กับรัฐบาลน่าจะแบ่งงบประมาณ มาลงทุนในโครงการเหล่านี้ได้ไม่มากก็น้อย
3. เรื่องค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนอันนี้ถูกครับว่าไม่ควรเก็บ แต่การโอนทั้ง 3 เส้นทางไปให้กระทรวงคมนาคม สมมติว่าก่อสร้างเสร็จทั้ง 3 เส้นทาง ส่วนใหญ่ก็ต้องมาเชื่อมกับสายสีเขียว (ของ กทม.) ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของกรุงเทพฯ อยู่ดี ความซ้ำซ้อนก็ยังคงมีอยู่ ทางที่ถูกควรจะนั่งเจรจากันระหว่าง กทม. กับรัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนและใช้ตั๋วร่วมใบเดียวให้เกิดให้ได้ซักที เหมือน Octapus card ของฮ่องกง ที่ใช้ได้เกือบทุกการคมนาคมขนส่งและร้านสะดวกซื้อ
4. ถึงที่สุดถ้าเลือกโอนไปให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงคมนาคมรับขึ้นมาก็ใช่ว่าโครงการจะเกิดได้เร็ว เนื่องจากในส่วนของทางกระทรวงคมนาคมก็มีโครงการอีกมากมายของตัวเองที่ต้องผลักดันทั่วประเทศ รวมถึงรถไฟรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ อีกหลายเส้นทางที่อยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคมก็ยังไม่เกิด ยิ่งโครงการเรือธงของกระทรวงอยากจะทำเรื่อง land bridge ซึ่งใช้งบประมาณเป็นล้านๆ บาท ความเร่งด่วนของรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายในกรุงเทพฯ น่าจะไม่อยู่ในสายตาของทางกระทรวงแน่นอนครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดก็อยากจะหวังเห็นทีมผู้บริหาร กทม. ชุดนี้ใช้ความพยายามสูงสุดทุกทางในการที่จะให้โครงการเกิดเสียก่อน ถ้าเดินแล้วมันไม่ได้หรือติดจริงๆ จะยกโอนให้กระทรวงคมนาคมผมว่าคนกรุงเทพฯ ก็คงไม่ติดใจครับ
เอาไว้วันหลังมีโอกาสจะมาแบ่งปันสิ่งดีๆ ที่อยากให้เกิดในกรุงเทพฯ ของเราเพื่อให้เมืองของเราอยู่สบายและมีความสุขเหมือนเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกครับ
ป.ล. อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้เกิดมากและเยอะๆ คือขนส่งสาธารณะสายรองหรือ feeder ที่จะพาคนเข้าขนส่งขนาดใหญ่ได้สะดวกขึ้นเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้านหรือคอนโดอยู่ในระยะเดินถึงสถานีรถไฟฟ้าได้ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สกลธี' ชงตีความเยียวยา 'รถยนต์-มอเตอร์ไซค์' จมน้ำเป็นเครื่องมือทำกิน
'สกลธี' จี้ รมว.แรงงาน คุ้มครองลูกจ้าง-แรงงานนอกระบบ ห้ามตัดวันลาเหตุติดน้ำท่วม หลังรัฐประกาศ 28-29 ก.ย.เป็นวันหยุดราชการ เสนอ มท.1 ตีความเยียวยา 'รถยนต์-มอเตอร์ไซค์จมน้ำ' เป็นเครื่องมือทำกิน
'สกลธี' ซัด 'การบินไทย' อำมหิต 'สิริพงศ์' ลั่นจ่อเยียวยามากกว่าเกณฑ์
'สกลธี' ซัด 'การบินไทย' อำมหิตทิ้ง พนง.ภาคพื้น-ผู้โดยสาร ทำสายการบินแห่งชาติป่นปี้ ตั้งคำถามเหตุใดปล่อยผู้โดยสารรอ 'สิริพงศ์' เผยเตรียมชดเชยเยียวยามากกว่าเกณฑ์กฎหมายกำหนด ยันคมนาคมเข้าช่วยเต็มที่
'สกลธี' ซัดรัฐบาลแก้วิกฤตน้ำท่วมล่าช้า!
'สกลธี' ซัด รบ.ยังแก้น้ำท่วมล่าช้า เหน็บนายกฯ ต้องมองในภาพกว้าง ไม่ใช่ไปแจกเงินเป็นจุดๆ จี้ลดขั้นตอนรับเงินเยียวยา-อำนวยความสะดวกประชาชนหลังน้ำลดให้มากที่สุด
'อนุชา' ลั่น ทำการเมืองสุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้ จัดระเบียบต่างด้าวสวมสิทธิ์-แย่งงานคนไทย
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค
'สกลธี' ทวงเงินเยียวยา 'แท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์' กลางสภา!
'สกลธี' จี้คมนาคมเร่งจ่ายเงินเยียวยาแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์ หวั่นตกหล่นทำคนรากหญ้าหนีซบเงินกู้นอกระบบ
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาฯ-สสส.-มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ห่างไกล
วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาฯ-สสส.-มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ห่างไกล ปธ.กมธ.สาธารณสุข "สกลธี" ห่วงเยาวชนไทยเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย “หมอวีระพันธ์” เผยตัวเลขผู้สูบทะลุ 1.7 ล้านคน เด็กวัย 10-19 ปี สูบกว่า 4 แสนคน เร่งเรียกรัฐเอาจริงคุมขาย-คุมนำเข้า

