
30 ก.ค. 2567 – มูลค่าส่งออกเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 24,796.6 ล้านดอลลาร์ฯ หดตัวเล็กน้อย 0.3%YoY กลับมาติดลบอีกครั้งในรอบ 3 เดือน จากการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่หดตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการส่งออกที่เร่งตัวเมื่อเดือน พ.ค. หลังจากที่ผลิตผลด้านการเกษตรเผชิญปัญหาภัยแล้ง จึงออกสู่ตลาดล่าช้าและเหลื่อมเดือนจากปีก่อน ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวได้จำกัด สำหรับการส่งออกทองคำขยายตัวแรงถึง 184.1%YoY ทำให้เมื่อหักทองคำแล้วมูลค่าส่งออกเดือนนี้จะติดลบ 1.7% ทั้งนี้การส่งออกช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ขยายตัว 2.5%YoY
ด้านการส่งออกรายสินค้าสำคัญบางส่วนขยายตัว
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัว 0.3%YoY ชะลอตัวลง เมื่อเปรียบเทียบจากเดือนก่อนที่ 4.2%YoY โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+22.0%) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+20.1%) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+13.5%) และ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (+7.2%) เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ (-24.2%) แผงวงจรไฟฟ้า (-21.4%) ผลิตภัณฑ์ยาง (-7.9%) เม็ดพลาสติก (-6.3%) และเคมีภัณฑ์ (-5.5%) เป็นต้น
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 3.3%YoY จากเดือนก่อนที่ขยายตัวสูง 19.3%YoY ตามการกลับมาหดตัวของสินค้าเกษตรที่ 2.2%YoY และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรซึ่งติดลบ 4.8%YoY ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ (+147.7%) ข้าว (+96.6%) ยางพารา (+28.8%) อาหารสัตว์เลี้ยง (+13.1%) ผลไม้กระป๋องและแปรรูป (+6.0) และไก่แปรรูป (+4.0%) เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ น้ำตาลทราย (-51.9%) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง (-37.8%) ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง (-13.4%) และเครื่องดื่ม (-9.5%) เป็นต้น

ด้านการส่งออกรายตลาดสำคัญบางส่วนขยายตัว
สหรัฐฯ : ขยายตัว 5.4%YoY เติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น สำหรับสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เป็นต้น (ส่งออกครึ่งปีแรก ขยายตัว 11.2%)
จีน : กลับมาหดตัวที่ 12.3%YoY โดยมีสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์ยาง และเม็ดพลาสติก เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ยังขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น (ส่งออกครึ่งปีแรก ขยายตัว 1.2%)
ญี่ปุ่น : หดตัวที่ 12.3%YoY ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ไก่แปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น (ส่งออกครึ่งปีแรก หดตัว 7.5%)
EU27 : กลับมาขยายตัว 7.9%YoY สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เป็นต้น (ส่งออกครึ่งปีแรก ขยายตัว 4.4%)
ASEAN-5 : หดตัว 2.0%YoY ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยสินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น ส่วนสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันสำเร็จรูป เป็นต้น (ส่งออกครึ่งปีแรก หดตัว 2.7%)

มูลค่าการนำเข้าเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 24,578.5 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.3%YoY เทียบจากเดือนก่อนที่หดตัว 1.6%YoY จากการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (+6.3%YoY) สินค้าอุปโภคบริโภค (+1.3YoY) ขณะที่สินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (-22.2%YoY) และสินค้าทุน (-2.0%YoY) ยังหดตัวต่อเนื่อง รวมทั้งสินค้าเชื้อเพลิง (-3.8%YoY) ที่กลับมาติดลบ ดุลการค้าเดือน มิ.ย. เกินดุลต่อเนื่อง 2 เดือนติดต่อกันที่ 218.0 ล้านดอลลาร์ฯ ส่วนดุลการค้าช่วงครึ่งปีแรกขาดดุล 5,242.7 ล้านดอลลาร์ฯ
Krungthai COMPASS ประเมินว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักที่มีสัญญาณชะลอตัวจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกไทยในช่วงที่เหลือของปี 2567 ให้ฟื้นตัวได้จำกัด โดยเครื่องชี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจด้านการผลิต Flash PMI Manufacturing เดือน ก.ค. ของประเทศหลักต่างหดตัวจากยอดคำสั่งซื้อใหม่ที่ปรับลดลง โดยสหรัฐฯ กลับมาหดตัวครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ส่วนญี่ปุ่นกลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน ขณะที่ยุโรปหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 25 นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนยังมีความเปราะบาง สอดคล้องกับดัชนียอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคล่าสุดของจีนที่ชะลอตัวลงในเดือน มิ.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจีนซึ่งปรับลดลงต่อเนื่อง บ่งชี้แรงกดดันด้านอุปสงค์ต่อสินค้าต่างประเทศของจีน ซึ่งรวมไปถึงสินค้าส่งออกจากไทย โดยการส่งออกไทยไปจีนเดือนล่าสุดกลับมาหดตัวที่ -12.3%YoY
ทั้งนี้ เครื่องชี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศหลักที่ต่างชะลอตัว สะท้อนว่าอุปสงค์ที่มีต่อสินค้านำเข้าของประเทศเศรษฐกิจหลักยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้า ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกสินค้าของไทยให้เติบโตได้ต่ำ อีกทั้ง ในระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ สะท้อนจากค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุด (25 ก.ค.) ปรับขึ้นสู่ระดับ 5,806 ดอลลาร์ต่อตู้ หรือขยายตัว 9.2% จากเดือนก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรุงไทยแทบแตก! คนเบตงแห่ขอช่วยยืนยันสิทธิ 'ไทยช่วยไทยพลัส'
บรรยากาศบริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาสุขยางค์ อ.เบตง พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาต่อคิวรอ โดยใช้รองเท้ามาตั้งเพื่อแสดงคิวเพื่อเข้าใช้บริการตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนธนาคารเปิดทำการ
คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสแรก มิ.ย. 60:40 จ่ายรายเดือน
'ภราดร' แจง 'ไทยช่วยไทยพลัส' คิกออฟเฟสแรก มิ.ย.นี้ รัฐจ่าย 60 ปชข. 40 ให้เป็นรายเดือน ยังไม่เคาะจำนวนเงิน ใช้งบกลางไปก่อน
'ดร.นงนุช' ชี้ Work from home ต้องมาพร้อมการออกแบบระบบทำงานที่มีประสิทธิภาพ!
ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด
‘กรุงไทย’คาด GDP ปี 2569 เติบโต 1.8%
‘กรุงไทย’ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน SMEs จำเป็นต้องผ่าตัด ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะทางและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพลิกฟื้นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand
กรุงไทยประเมิน กนง. มีสิทธิลดดอกเบี้ยอีกรอบเหลือ 1.50% ภายในปีนี้
Krungthai COMPASS กล่าวถึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยจากผลกระทบจาก tariff ที่คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญอีกทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาดขณะที่ภาวะการเงินที่ยังตึงตัว

