
ดีอี แจง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องลงทะเบียน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ก่อนรับสิทธิ์เติมเงิน 10,000 บาท
30 ก.ค. 2567 – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กรณีที่ข่าวบิดเบือน เรื่องผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินดิจิทัลโอนเข้าบัตรประชาชนโดยอัตโนมัตินั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีจำนวน 14.98 ล้านคนทั่วประเทศ จะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ โดยหากอยู่ในกลุ่มผู้ที่มีสมาร์ตโฟน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2567 โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้โดยตรงจากแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการของสมาร์ตโฟน ดังนี้
- แอปพลิเคชัน “App Store” สำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) ดาวน์โหลดได้ที่
- แอปพลิเคชัน “Google Play” สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ดาวน์โหลดได้ที่ในส่วนของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนนั้น จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนยืนยันตัวตนเข้าร่วมโครงการฯ ในระหว่างวันที่ 16 กันยายน – 15 ตุลาคม 2567 ณ สถานที่ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งจะมีการแจ้งระบุสถานที่อย่างเป็นทางการอีกครั้งสำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ
www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรสายด่วน. Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
“จากการเผยแพร่ข่าวบิดเบือนว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนเข้าร่วมโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต โดยจะได้รับเงินโอนเข้าบัตรในทันทีที่เริ่มโครงการนั้น ขอแจ้งว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำเป็นต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ก่อนที่จะได้รับสิทธิ์เติมเงิน 10,000 บ. ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชน อย่าเชื่อ อย่าแชร์ ข่าวและข้อมูลที่บิดเบือนดังกล่าว ทำให้ผู้ถือสวัสดิการแห่งรัฐเสียสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ และอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่ โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 ได้ตลอด 24 ชม.” นายประเสริฐ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีอี รุกปราบ “พนันออนไลน์” ช่วง “บอลโลก 2026” เผย 18 วัน ปิดกั้นแล้วกว่า 13,000 URLs
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม
ดีอี เตือนข่าวปลอม “AFNC เปิดให้ปชช.ที่โดนหลอกทางออนไลน์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านบัญชีติ๊กต็อก police11441” ระวังสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม
ดีอี เตือนเกษตรกร ระวังข่าวปลอม “ธ.ก.ส. เปิดให้กู้สินเชื่อธนาคาร - สอบถามผ่านบัญชี TikTok” หลอกสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
ดีอี เตือนข่าวปลอม “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ออกหนังสือรับรองใบเสร็จรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าสูญหาย” ระวังมิจฉาชีพหลอกสูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม
รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน “เฟกนิวส์” ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย “สแกมเมอร์”
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานี
รมช.ดีอี มอบ PDPC บูรณาการร่วม สกมช. เร่งตรวจสอบการรั่วไหลของข้อมูลคนไทย เตือน “ซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล” โทษหนัก คุก 5 ปี
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการอ้างถึงการประกาศขายข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยกว่า 36 ล้านรายการนั้น ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC

