สนข.กางแผนพัฒนาระบบขนส่ง ความขัดแย้งมหาอำนาจโลกหนุน"แลนด์บริดจ์"ปักธงเริ่มไม่เกินปี69

ปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินโครงการสำคัญในหลายๆ โครงการ ทำให้ต้องมีหน่วยงานหลักที่สำคัญ อย่างเช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่มีภารกิจในการจัดทำแผนหลัก แผนแม่บท และยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในระบบการขนส่งของประเทศ รวมถึงศึกษา เสนอแนะนโยบายและกำหนดมาตรการ มาตรฐานด้านการจัดระบบการจราจรทางบกให้สอดคล้องกับแผนหลักด้านการขนส่งและจราจร วิเคราะห์กลั่นกรองความเหมาะสมของแผนงาน รวมทั้งการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดย ปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สนข.เร่งผลักดันแผนงานด้านคมนาคมที่สำคัญต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติที่สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม คือ ต้องพลิกโฉมระบบคมนาคมทั่วประเทศ มุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และเชื่อมโยงการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2567 และปี 2568 ในกิจกรรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมต่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร ว่า ขณะนี้ สนข.อยู่ระหว่างเร่งผลักดัน 6 โครงการ เพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปี 2567 พิจารณาดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อไป

ประกอบด้วย 1.พระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยใช้บัตรโดยสารเพียงใบเดียว 2.พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ พ.ร.บ. SEC เพื่อใช้กำกับดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงทุน การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ที่มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน มีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่เชื่อมโยงกันทั้งในและนอกระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

สนข.ได้เดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ. SEC เพื่อขับเคลื่อนแลนด์บริดจ์ จะมีการกำหนดพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เหมือนอีอีซี ปัจจุบันได้เสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) เพื่อมอบอำนาจให้ สนข.เป็นผู้จัดทำร่าง พ.ร.บ. SEC โดย กพศ.จะประชุมปลายเดือน ส.ค.นี้ หลังจาก สนข.ได้รับมอบหมายจะนำร่าง พ.ร.บ. SEC รับฟังความคิดเห็นฯ จากนั้นนำความเห็นมาปรับปรุงประกอบ และสรุปนำเสนอ ครม.ภายในเดือน ต.ค.-พ.ย.2567 คาดร่าง พ.ร.บ. SEC จะผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในเดือน เม.ย.2568” ปัญญา กล่าว

3.แผนพัฒนาการเดินทางทางน้ำในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (W-MAP) เพื่อพัฒนาการเดินทางทางน้ำ ยกระดับบูรณาการการเดินทางกับรูปแบบอื่น เพิ่มการใช้ประโยชน์เพื่อการสัญจรและการท่องเที่ยว 4.แผนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงรูปแบบการเดินทาง เพื่อเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าและสนามบินในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (Feeder) พัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ-ราง-เรือ พร้อมปรับปรุงลักษณะกายภาพและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนใช้บริการได้อย่างสะดวก

5.แผนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (ปี 2566-2580) โดยเร่งผลักดันและขับเคลื่อนนโยบาย EV ภาคคมนาคม พัฒนาการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งสาธารณะ พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนใช้งานระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น และลดมลพิษ และ 6.แผนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ โดยอาศัยแนวคิด Transit Oriented Development (TOD) เพื่อเพิ่มศักยภาพการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ 177 สถานีทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษา 8 โครงการ ได้แก่ 1.การศึกษาจัดทำ Model การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ GMS สนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาในพื้นที่ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก คาดจะแล้วเสร็จและนำเสนอกระทรวงคมนาคมได้ภายในเดือน ส.ค.2567 ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ คาดจะแล้วเสร็จและนำเสนอกระทรวงคมนาคมได้ภายในปี 2568

2.การศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นและออกแบบแนวคิดเบื้องต้นเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน ช่วงจังหวัดระนอง-จังหวัดสตูล (Andaman Riviera) ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2568

3.การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองหลักในภูมิภาค เพื่อให้มีฐานข้อมูลการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และข้อมูลการจราจรในเขตเมืองหลักในภูมิภาคที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

4.การศึกษาจัดทำแผนพัฒนาการเชื่อมโยงและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมรองรับ EEC เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าจากถนนไปสู่ทางรางและทางน้ำให้เพิ่มมากขึ้น 5.การศึกษาเพื่อจัดทำข้อมูลฐาน (Baseline Data) และการประเมิน (Tracking) การลดก๊าซเรือนกระจกจากมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของยานพาหนะ

6.การศึกษาเพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูลคมนาคมของประเทศไทย เพื่อจัดทำศูนย์ข้อมูลคมนาคมของประเทศไทย (Transport Data Center) สำหรับเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศด้านคมนาคมแก่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน และใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำนโยบายและแผนด้านคมนาคม รวมทั้งเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบายของผู้บริหารของกระทรวงคมนาคม 7.การพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transport System: ITS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรและขนส่งในพื้นที่กลุ่มจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

และ 8.โครงการ Landbridge ได้ดำเนินการศึกษาและวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (ชุมพร-ระนอง) ในรูปแบบ One Port Two Sides ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และจะนำเสนอ ครม.ในปี 2568 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ ให้ สนข.ดำเนินการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากเอกชน ทั้งนี้ตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2573

ปัญญา กล่าวย้ำว่า มั่นใจโครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยมีนักลงทุนรายใหญ่จากอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสให้ความสนใจ ขณะที่ดูไบพอร์ตเวิลด์ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีกองเรือขนาดใหญ่แต่กลับไม่มีท่าเรือของตัวเองที่ช่องแคบมะละกาเลย แถบนี้มีท่าเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ของไทยเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผ่านช่องแคบมะละกา ต้องใช้ท่าเรือคนอื่น ประเมินได้ว่าสาเหตุที่ดูไบพอร์ตเวิลด์อยากได้โครงการแลนด์บริดจ์เพื่อมีท่าเรือของตัวเอง ตอบโจทย์สายเรือและการบริหารจัดการทางธุรกิจ ล่าสุดได้มีคณะทำงานร่วมกับไทยเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนฯ และเตรียมหารือนัดแรก ส่วนนักลงทุนจีน แลนด์บริดจ์จะมีประโยชน์เพราะจะมีพื้นที่การขนส่ง นำเข้าส่งออกลงสู่ด้านใต้ ซึ่งจีนมีการลงทุนด้านรถไฟลงมาแล้ว

สำหรับความคืบหน้าการศึกษานั้น สนข.ศึกษาแนวคิดภาพรวมเสร็จแล้ว สรุปรูปแบบโครงการ คือ มีท่าเรือ 2 ฝั่ง มีมอเตอร์เวย์ และรถไฟเชื่อมท่าเรือ โดย สนข.ได้ศึกษาและออกแบบท่าเรือ อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ส่วนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) กรมทางหลวงจะเป็นผู้ศึกษาออกแบบ รวมถึงการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณดำเนินการแล้ว ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ศึกษาออกแบบ รวมถึงการจัดทำอีไอเอทางรถไฟ ทั้งมอเตอร์เวย์และรถไฟจะศึกษาออกแบบเสร็จในเดือน ก.ย.ปี 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับไทม์ไลน์ในการขับเคลื่อนทั้งโครงการ ที่คาดว่าจะเปิดประกวดราคาช่วงปลายปี 2568 หรือไม่เกินต้นปี 2569

“การพัฒนาแลนด์บริดจ์ของไทยไม่ใช่การแข่งขันกับท่าเรือสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่ปัญหาอยู่ที่ช่องแคบมะละกา และความเชื่อมั่นของสายเรือต่างๆ ที่จะผ่านตรงนั้น หากมีความขัดแย้งขั้วอำนาจหนักขึ้นแล้วกำหนดเรือที่จะผ่านได้ ผ่านไม่ได้ จะส่งผลกระทบธุรกิจ ดังนั้นต้องหาทางออกไว้ ขณะที่การลงทุนแบ่งเป็น 3 เฟส ตามดีมานด์ เฟสแรก 5 แสนล้านบาท มีท่าเรือ มอเตอร์เวย์ รถไฟ และพื้นที่หลังท่า และที่สำคัญการลงทุนจะคุ้มค่าต้องมีการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 จังหวัดโดยรอบเพื่อเป็นตัวเสริมให้แลนด์บริดจ์มีศักยภาพมากขึ้น” ปัญญา กล่าว

นายปัญญา กล่าวว่า ยังมีงานที่จะดำเนินการศึกษาในอนาคต 3 โครงการ ได้แก่ 1.การศึกษาเพื่อจัดทำกรอบการดำเนินงาน และระบบบริหารจัดการภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อภาคคมนาคมอย่างยั่งยืน (ระยะที่ 1) เพื่อจัดทำกรอบการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในภาคคมนาคม โดยมีแผนปฏิบัติการ แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ จัดทำข้อมูลระบบการรายงาน บริหารจัดการข้อมูลภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ และจัดทำแบบจำลอง 2.การพัฒนาระบบเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ กทม. และพื้นที่ต่อเนื่อง และ 3.การพัฒนารูปแบบการกำกับดูแล และการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรณ์' จับไต๋ภูมิใจไทย หมกเม็ดนโยบาย 'แลนด์บริดจ์' ไม่พูดตอนหาเสียง ขนาด TDRI ยังหลงกล

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าช่วงก่อนเลือกตั้ง TDRI ได้ออกมาชมเชยพรรคภูมิใจไทยที่ ‘ไม่มี’ นโยบาย Landbridge ปรากฏในชุดนโยบายหาเสียงของพรรค แล้วประเมินว่าใช้ ‘งบประมาณหาเสียงน้อยดี‘

นักวิชาการชี้ 'อนุทิน' เล่นเป็น!!! ใช้การทูตไม่เป็นทางการ ผนวก แลนด์บริดจ์ ดันไทยเนื้อหอม ท่ามกลางโลกผันผวน

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และ นายชาง ชุน ซิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เปิดมุมมอง-ผลกระทบหลายด้านโครงการ 'แลนด์บริดจ์'

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า หลากหลายมุมโครงการ Landbridge (แลนด์บริดจ์)ของไทยกับผลกระทบด้านต่างๆ

นายกฯ มอบ 'พิพัฒน์' ศึกษาความเป็นไปได้ 'แลนด์บริดจ์' ก่อนนำเข้า ครม.

นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ไปศึกษาความเป็นไปได้โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

'กรณ์' ยื่นญัตติด่วน ตั้งกมธ.ต้านแลนด์บริดจ์ ผลาญงบ 1 ล้านล้าน ชี้เร่งรีบผิดปกติ มีข้อกังวลหลายมิติ

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วน ขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากสะท้อนความเร่งรีบผิดปกติของรัฐบาล ที่จะผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ควรจะเป็นโครงการที่พิจารณาอย่างละเอียด โปร่งใส รอบคอบ และยังไม่มีข้อมูลชัดเจนให้พิจารณาศึกษา