
“ชัชชาติ” ถก “คีรี”ยันจ่ายหนี้ ก้อนแรกพร้อมดอกเบี้ย1.4 หมื่นล้านบาท ให้บีทีเอสได้ก่อน 180 วันพร้อมตั้งคณะกรรมการร่วมกทม. – เคที – บีทีเอส เคลียร์หนี้ O&M ก้อนที่ 2-3 ต่อไป
1 ต.ค. 2567 – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังร่วมหารือกับนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส ในเรื่องของภาระหนี้รถไฟฟ้ารถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งขณะนี้ทางกทม.มีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายอยู่ทั้งหมด 4 ส่วน ได้แก่ ได้แก่1.ส่วนที่ 1 ยอดหนี้ค่าเดินรถ และซ่อมบำรุง หรือ O&M ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2567 ที่ให้กทม.และกรุงเทพธนาคม หรือ เคที ร่วมกันชำระให้กับบีทีเอสเป็นเงินจำนวนกว่า 11,755 ล้านบาท ภายใน 180 วัน หากชำระหนี้ในวันที่ 21 ม.ค.2568 หรือครบ 180 วันจะต้องชำระหนี้ พร้อมดอกเบี้ยประมาณ 14,549 บาท
อย่างไรก็ตาม ยอดหนี้ O&M ส่วนที่ 1 ได้มีการนำเรื่องเข้าสู่สภา กรุงเทพมหานคร( สภา กทม.) เพื่อขออนุมัติใช้เงินสะสมจ่ายขาดมาดำเนินการแล้ว พร้อมกับตั้งคณะกรรมการวิสามัญมาพิจารณาเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าจะสามารถชำระหนี้ได้ตามกรอบระยะเวลา 180 วัน หรือเร็วกว่านั้น ดังนั้นหนี้ในส่วนแรกไม่น่าจะมีปัญหา 2.ยอดหนี้ O&M
ส่วนที่ 2 (ระหว่าง เดือนมิถุนายน 2564 – ตุลาคม 2565) ที่ฟ้องอยู่ในศาลชั้นต้น ประมาณ 11,811 ล้านบาท และยอดหนี้ O&M
ส่วนที่ 3 (ระหว่าง เดือนพฤศจิกายน 2565 – มิถุนายน 2567) ประมาณ 13,513 ล้านบาท ซึ่งหนี้ทั้ง 2 ก้อนนี้ ทางกทม. เคที และบีทีเอส ได้มีข้อตกลงว่าจะตั้งคณะกรรมการมาทำงานร่วมกัน ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งเรื่องการดำเนินการ และวิธีการจ่ายหนี้ รวมถึงเรื่องที่ค้างอยู่ในศาลปกครอง และยังไม่มีคำพิพากษาออกมา
ส่วนที่ 4 เป็นยอดหนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นั่นคือยอดหนี้ O&M ในเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่ต้องมีการจ่ายวันที่ 20 ของทุกเดือน ประมาณ800 ล้านบาท และมีการเก็บค่าโดยสารมาแล้วส่วนหนึ่ง แต่ปัจจุบันเรายังไม่ได้จ่ายต่อไปให้ทางบีทีเอส ดังนั้นหากเคทีจ่ายมาก่อนได้ก็จะช่วยบรรเทาภาระของทางบีทีเอส ซึ่งในเรื่องนี้ทางฝ่ายบริหารจะรีบไปดำเนินการและพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องในอนาคต ที่มีสัญญาต่อถึงปี 2585 ที่สำคัญหนี้ในส่วนนี้ยังไม่เคยมีการนำเข้าหารือกับทางสภา กทม.
“ดังนั้นเพื่อความถูกต้อง ต้องนำเรื่องหนี้ก้อนนี้ ให้คณะกรรมการของสภา กทม. พิจารณาด้วย เพื่อให้การจ่ายหนี้มีความรอบคอบ และรวดเร็วมากขึ้นยอมรับว่าส่วนตัวเห็นใจทางบีทีเอส เพราะตนใช้บริการทุกวัน และเห็นพนักงานมีภาระค่าใช้จ่าย แต่ทางกทม.ก็ต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามระเบียบ ดังนั้นต้องพยายามหาทางออกร่วมกัน และต้องขอบคุณบีทีเอส ที่ยังเดินรถต่อเนื่อง” นายชัชชาติ กล่าว
ด้านนายคีรี กล่าวว่า จากการหารือวันนี้ ท่านผู้ว่าฯ กทม. มีความเข้าใจถึงความเดือดร้อนของทางบริษัทฯ ที่เสียสละเดินรถทุกวัน แม้ยังไม่ได้รับค่าจ้างเดินรถ รวมทั้งท่านได้กล่าวว่าจะพยายามเข้าใจทุกกระบวนการ จึงต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าฯ กทม. และคณะทำงาน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางบริษัทฯ จะได้รับการชำระเงินก้อนนี้ได้เร็วที่สุด เพื่อเราจะได้นำมาพัฒนาการให้บริการต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สถานทูตอิตาลีขอโทษคนไทย ประณามนักเรียนอิตาลีปมคลิปดราม่าบน BTS
สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ขอโทษประชาชนชาวไทย พร้อมประณามพฤติกรรมไม่เหมาะสมของกลุ่มเยาวชนชาวอิตาลี
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
อดีตนายกสภาทนาย ยกคำพิพากษาศาล ปค.สูงสุด กทม.ต้องร่วมรับผิด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
นายวิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเหตุเกิดเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 จนถึงขณะนี้ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 30 คน การที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่โศกนาฏกรรมที่สลดสยองครั้งแรกของประเทศไทย แต่เคยเกิดมีขึ้นมาแล้วจากกรณีเพลิงไหม้พับดังย่านสุขุมวิท และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดมาตรการป้องกันและการ
ตื่นตัว! 'กทม.–ตร.' ลุยตรวจสถานบันเทิง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันเหตุไฟไหม้ซ้ำ
ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย

