คลัง ยกเครื่องกม.ฉ้อโกง อุดช่องโหว่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ เล็งเพิ่มโทษผู้กระทำผิด

‘จุลพันธ์’ เร่งยกเครื่องกฎหมายฉ้อโกง อุดช่องโหว่ธุรกิจแช่ลูกโซ่ ชงเอาผิดแม่ข่ายระดับกลาง-ล่าง เข็นเพิ่มโทษให้สะท้อนความเสียหาย พร้อมเปิดช่องคดีอายุความหยุดลงหากผู้ต้องหาหนีคดี ป้องคดีหมดอายุความ รับเล็งโยนยุติธรรมดูแลกฎหมายแทน ขีดเส้น 3 เดือนได้ข้อสรุป

28 ต.ค.2567- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า เพื่อแก้ปัญหาขายตรงแบบแชร์ลูกโซ่ ซึ่งสืบเนื่องจากกรณี The ICON Group ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เร่งพิจารณารายละเอียดการยกร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เพื่อให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันมากขึ้น เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีการใช้งานมานานถึงกว่า 40 ปี จึงเห็นควรให้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์มากขึ้น

โดยล่าสุด สศค.ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับรายละเอียดการยกร่างพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินฯ เบื้องต้นให้รับทราบแล้ว พร้อมทั้งได้สั่งการเพิ่มเติมในส่วนที่ยังต้องแก้ไขปรับปรุงให้ครอบคลุมเพิ่มเติมต่อไป

“ได้สั่งการให้ สศค. ยกร่างพ.ร.ก. ให้ทันเหตุการณ์มากขึ้น เพราะในหลายประเด็นยังไม่ครอบคลุม ไม่ทันสถานการณ์ ปัจจุบันคดีเหล่านี้มีการพัฒนาไปในหลายรูปแบบ ตอนนี้ก็มีในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงต้องสังคายนากฎหมายใหม่ให้ทันการณ์ ส่วนต้องเสร็จเมื่อไร ยังไม่ได้กำหนดเวลา แต่ปกติใช้เวลาไม่นาน โดยจะเร่งให้เสร็จภายใน 3 เดือน หากยกร่างเสร็จแล้ว ขั้นตอนจากนี้กระทรวงการคลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป”

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้เตรียมประเด็นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายในหลายประเด็น โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ได้แก่ ประเด็นแรก คือ เสนอเปลี่ยนผู้ถือกฎหมาย จากปัจจุบัน คือ สศค. กระทรวงการคลัง โดยให้กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ถือกฎหมาย เพราะกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานเชิงนโยบาย เป็นผู้ร่างกฎหมายในปี 2527 แต่ไม่ได้เป็นหน่วยงานปฎิบัติ

ประเด็นที่สอง การเอาผิดไปถึงแม่ข่ายระดับกลาง และระดับล่าง ซึ่งกฎหมายปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการเอาผิด หรือเอาผิดได้ค่อนข้างยาก รวมถึงการเพิ่มโทษให้หนักขึ้น โดยปัจจุบันมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี และสะท้อนสัดส่วนกับความเสียหาย ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสูงถึงระดับพันล้านเกือบทุกคดีความ และประเด็นที่สาม เรื่องของอายุความ เนื่องจากกฎหมายปัจจุบัน หากผู้ถูกกล่าวโทษหลบหนีจนขาดอายุความ คดีความเป็นอันขาดด้วย โดยตรงนี้จะแก้ไขให้อายุความหยุดลงเมื่อกรณีผู้ต้องหาหลบหนี จะช่วยป้องกันการหลบหนีคดี คดีความจะได้ไม่ขาดอายุ เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด กฎหมายใหม่นี้ทำให้คดีลักษณะนี้อายุความไม่สะดุดหยุดลง เพราะว่าผู้ต้องหาหลบหนี

“หากเกิดกรณี ผู้ต้องหาหลบหนีคดี จนคดีหมดอายุความ คดีความก็จะไม่สะดุดหยุดลงหรือต้องสิ้นสุดเหมือนที่ผ่านมา แต่อายุความจะอยู่ไปเรื่อย ๆ ก็แปลว่า เขาจะกลับมาไม่ได้ โดยทั้งหมดนี้ต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เช่น สำนักงานกฤษฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม รวมไปถึงคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพราะว่า มีกรอบใหญ่ ๆ หลายเรื่อง ที่กระทรวงการคลังจะเขียนรายละเอียด หรือตัวเลขเองไม่ได้ ต้องผ่านการหารือ และเห็นชอบร่วมกันด้วย”

รมช.การคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้ยกเลิก พ.ร.ก.การกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 แล้วยกระดับเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพื่อให้เกิดความชัดเจน มีความเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่นๆ และเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงเป้ากว่านี้ ว่า ขณะนี้จะยังไม่ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก. ดังกล่าว เพราะโดยหลักเวลาทำอะไรที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพกว้าง กลไกลของกฎหมายก็อนุญาตให้ออกเป็น พ.ร.ก. ดังนั้นจึงไม่ได้ตัดสินใจไปถึงขนาดนั้น และมองว่า การออกพ.ร.ก.มีความรวดเร็วมากกว่าการออกกฎหมายเป็นพ.ร.บ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนิติ' เผยอาจไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะ หลังถก 4 หน่วยงานวางกรอบงบ 70

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงถึงผลการประชุมพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณปี 2570 ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล

‘คลัง’เตรียมเข็นมาตรการอุ้ม5กลุ่มสู้วิกฤติพลังงาน

‘เอกนิติ’ เตรียมเข็นมาตรการอุ้ม 5 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน เล็งอัดฉีดเงินใส่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผุดคูปองดิจิทัลเติมน้ำมันราคาพิเศษช่วยกลุ่มขนส่งสาธารณะ ปั้มซอฟโลนต์ต่อลมหายใจภาคอุตสาหกรรม

‘คลัง’เร่งประเมินผลกระทบสงครามรับมีโอกาสกระทบเศรษฐกิจไทย

‘คลัง’ เร่งจัดทำฉากทัศน์ประเมินผลกระทบจากวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ยอมรับมีโอกาสกระทบเศรษฐกิจปี 69 หากสถานการณ์ยืดเยื้อ-ขยายวงกว้าง พร้อมจับตาราคาพลังงาน หวั่นกระทบต้นทุน ยันเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด

จ่อรื้อภาษีสินค้านำเข้าบาทแรก ศุลกากรถกคลังชูเก็บเหมาอัตราเดียว

‘ศุลกากร’ เตรียมหารือคลังชงทบทวนปรับอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าตั้งแต่ 1 บาทแรกขึ้นไป หวังสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย รับเล็งยกเสนอยกเครื่องเก็บอัตราเดียวทุกสินค้า พร้อมกางยอดเก็บเดือน ม.ค. 69 โตแรง 470 ล้านบาท ฟุ้งสัญญาณดีมีลุ้นทั้งปีงบ 69 ยอดวิ่งแตะ 1.2 หมื่นล้านบาท