'ขุนคลัง' ลุยฟื้นชีพรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

'พิชัย' ยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดแก้สัญญาผ่านฉลุย ชี้เป็นโครงการสำคัญในพื้นที่ช่วยดึงการลงทุน รับมีโอกาสขยายพื้นที่เขตอีอีซีไปยังปราจีนบุรี

08 ม.ต.2568 - นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยวาระวาระการประชุมวันนี้ ว่า จะมีการเสนอการแก้ไขโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มาให้ทบทวน ซึ่งจะมีการพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าจะดําเนินการต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ แนวคิดการแก้ไขสัญญา หากยังไม่มีความเห็นในวันนี้ก็จะส่งไปให้หน่วยงานต้นสังกัด (กระทรวงคมนาคม) เพื่อดูการทบทวนเรื่องกฎหมาย ว่าจะดําเนินการได้หรือไม่ และหากทําได้ ก็จะดําเนินการต่อ

เมื่อถามว่า คาดว่าการพิจารณาแก้ไขสัญญาดังกล่าวจะผ่านหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า จากที่ดูเบื้องต้นก็สมเหตุสมผล เพราะโครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของภาคตะวันออก ขณะเดียวกันนักลงทุนเก่าและใหม่ จะมีการลงทุนในบริเวณดังกล่าวเยอะ ซึ่งแปลว่ารถไฟจะเป็นเรื่องหลักในการลงทุน ส่วนในเชิงเศรษฐศาสตร์การลงทุน น่าจะยึดหลักเดิม

เมื่อถามถึงการขยายเขตโครงการอีอีซีไปยัง จ.ปราจีนบุรี นายพิชัย กล่าวว่า ในแง่ของคนในพื้นที่ บางส่วนเมื่อเห็นนักลงทุนมาเยอะ ก็อยากขยายพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือ

เมื่อถามถึงขั้นตอนต่อไป ภายหลัง ครม.อนุมัติกรอบงบปี 2569 นายพิชัย กล่าวว่า ขั้นต่อไปจะให้หน่วยราชการเสนอคําของบประมาณให้คณะกรรมการพิจารณา โดยนายกรัฐมนตรีจะมอบนโยบาย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาเดือด! เท้งฉะ 5 บังเอิญพลัสปมกักตุนน้ำมัน 'มาร์ค-ไอติม' ประสานเสียงบี้ รมต.เบี้ยวกระทู้

สภาประท้วงวุ่น 'เท้ง' แฉ 5 เหตุบังเอิญพลัส พบจิ๊กซอว์น้ำมัน-ทุนเทา โยงคนระดับสูงในรัฐบาล จี้ 'อนุทิน-พิพัฒน์' มาตอบเอง 'น้า-หลาน' ผนึกกำลังรุม 'โสภณ' จี้ขอหนังสือแจ้งเหตุผล 'นายกฯ-รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้

'กรณ์' ข้องใจออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน 'เอกนิติ' บอกต้องเตรียมกระสุนไว้

'กรณ์' ถาม 'เอกนิติ' การจัดการปัญหาราคาน้ำมัน ชี้รัฐบาลบริหารพลาดพลั้งในหลายมิติ ผลักภาระให้ประชาชน แต่โรงกลั่นได้กำไร ข้องใจต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินหรือไม่ ขุนคลังลั่นหากจำเป็นก็ต้องใช้มาตรา 172