
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เดินหน้าสร้างเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น ประกาศความพร้อมบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ ปิดประตูช่องทางการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าข้อมูลสำคัญของพวกเขาจะได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด
3 มี.ค. 2568 – พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า ตนเองพร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค กรรมการกำกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นำทีมผู้บริหาร สคส. เข้าพบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าสร้างเกราะป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น ประกาศความพร้อมบังคับใช้กฎหมายเต็มรูปแบบ โดยการยกระดับบูรณาการในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างจริงจัง ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อขจัดปัญหาการซื้อขายข้อมูลโดยมิชอบที่เป็นต้นเหตุของอาชญากรรมไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นสร้างมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กรตำรวจ และขยายองค์ความรู้สู่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันและตระหนักถึงสิทธิของตนเอง ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนต้องได้รับการปกป้องอย่างสูงสุด และจะไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับมิจฉาชีพอีกต่อไป
สำหรับการยกระดับการบูรณาการในครั้งนี้มุ่งเน้น 3 เป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมทางข้อมูล ได้แก่
1. เปิดเกมบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ปิดตลาดมืดซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล
เร่งปราบปรามเครือข่ายซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ รองรับมติคณะรัฐมนตรีที่ปรับปรุง พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบเป็นความผิดอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังด้วยระบบ PDPC Eagle Eye ที่พร้อมประสานตำรวจไซเบอร์ขยายผลบังคับใช้กฎหมายทันที
2. สร้างเกราะป้องกันข้อมูลในองค์กรตำรวจ ยกระดับมาตรฐานสากล
ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมแนะนำให้แต่งตั้ง “ผู้ประสานงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ประสานงาน DPO) ประจำทุกกองบังคับการ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ปลุกพลังความตระหนักรู้ สู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
เปิดแคมเปญความรู้ PDPA ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประชาชน สร้างการตระหนักรู้ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และรู้สิทธิของตนเองตามกฎหมาย PDPA พร้อมตั้งช่องทางประสานงานรับเรื่องร้องเรียนและบรรเทาความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ โดยในปีทีผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ทำการเปิดศูนย์บริการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนให้แก่ประชาชน รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ใน 6 จังหวัด ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี นครราชสีมา นครสวรรค์ สงขลา และสมุทรปราการ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง
การยกระดับการบูรณาการครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรอบด้าน ตอกย้ำความเชื่อมั่นของประชาชน และยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลให้ทัดเทียมระดับสากลอย่างแท้จริง!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมพัฒนาธุรกิจฯจ่อMOUไปรษณีย์สกัดมิจฉาชีพ
กรมพัฒนาธุรกิจฯ เตรียมลงนาม MOU กับ ไปรษณีย์ไทยตรวจสอบที่ตั้งนิติบุคคลใช้พิกัดที่ตั้งและภาพถ่ายสถานที่จริง ยืนยันความถูกต้องป้องกันมิจฉาชีพสวมสิทธิ์ที่ตั้งนำไปหลอกลวงประชาชน
ส่งออก เดือนก.ย. เพิ่ม 24% ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน
ส่งออก ก.ย.69 มูลค่า 38,438.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 24% ขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ภาคการผลิตโลกขยายตัว เกษตรและอาหารขยายตัวได้ดี คาดทั้งปี 69 ลุ้นโต 15-16% แต่มีโอกาสขยับไปถึง 19%
ปลื้ม 9 เดือนยอขอบีโอไอทะลุ 1.7 ล้านล้าน ดิจิทัล–อิเล็กทรอนิกส์แชมป์
บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือนแรกปี 2569 รวม 1,954 โครงการ มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัล มูลค่ากว่า 1.1 ล้านล้านบาท ตามด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เกษตรและแปรรูปอาหาร ตอกย้ำการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานดิจิทัลและ AI
เริ่ม 1 พ.ย.! ลงโฆษณาออนไลน์ต้องยืนยันตัวตน รัฐบาลคุมเข้มสกัดมิจฉาชีพ
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการ 'No ID, No Ads' ตั้งแต่ 1 พ.ย. 69 บังคับแพลตฟอร์มออนไลน์ตรวจสอบตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่
มิจฉาชีพ…ใครว่ารู้ทัน!
มีซองหนึ่งวางอยู่กับผมมาหลายวันแล้วครับ ตั้งใจว่าจะหยิบมาคุยหลายครั้ง แต่มีเรื่องนั้นเรื่องนี้แทรกเข้ามาเสียก่อน

