รัฐบาลล้างไพ่ธุรกิจร้าง ! เร่งถอนทะเบียน 'บริษัทร้าง' ปี 2568 ปรับฐานข้อมูลนิติบุคคลให้โปร่งใส ปิดช่องโกงประชาชน
9 เม.ย.2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ เตรียมสำรวจนิติบุคคลที่เข้าข่ายจะถอนทะเบียนร้าง ประจำปี 2568 โดยการถอนทะเบียนนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท) ร้าง คือการที่นายทะเบียนขีดชื่อนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท) ออกจากทะเบียน เนื่องจากไม่ได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานใด ๆ รวมทั้งไม่ได้ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือบางรายจดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่ยื่นรายงานการชำระบัญชีต่อนายทะเบียน หรือไม่จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทำให้ฐานข้อมูลนิติบุคคลไม่ถูกต้องตามจริง อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และทำให้เกิดความเสียหายจากการหลอกลวงสภาพอันแท้จริงของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท กฎหมายจึงให้อำนาจนายทะเบียนถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ทิ้งร้างหรือเลิกประกอบกิจการและไม่ดำเนินกิจการแล้วให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อนายทะเบียนมีคำสั่งขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียนแล้ว ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นจะสิ้นสภาพนิติบุคคลทันที แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการและผู้ถือหุ้น ยังมีอยู่เหมือนเดิม และเรียกบังคับได้เสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังไม่ได้สิ้นสภาพนิติบุคคล แต่หากต้องการให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้างนั้นกลับคืนสู่ทะเบียน ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้จดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนได้ ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน
“3 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนนิติบุคคลที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนและมีสถานะร้างแล้วรวมทั้งสิ้น 89,856 ราย โดยแบ่งเป็นปี 2565 จำนวน 27,915 ราย ปี 2566 จำนวน 29,006 ราย และปี 2567 จำนวน 32,935 ราย ทำให้ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินการอยู่รวมทั้งสิ้น 928,292 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 2568) โดยการดำเนินการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบทะเบียนนิติบุคคล และป้องกันการนำชื่อบริษัทที่ไม่มีตัวตนไปใช้หลอกลวงผู้อื่น
“รัฐบาลมุ่งมั่นดูแลผลประโยชน์ประชาชน และเดินหน้าสร้างระบบนิติบุคคลที่ทุกฝ่ายสามารถเชื่อถือและตรวจสอบได้อย่างแท้จริง การดำเนินการถอนทะเบียนบริษัทร้างครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความโปร่งใสและเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทย การมีฐานข้อมูลนิติบุคคลที่ถูกต้องและทันสมัย จะช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกง สร้างสภาพแวดล้อมธุรกิจที่ปลอดภัย และเอื้อต่อการลงทุนในอนาคต” นางสาวศศิกานต์ กล่าวย้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
นายกฯ ลุยตลาดบางใหญ่ เช็ก 'ไทยช่วยไทย' ขายของถูก
นายกฯ ลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ นนทบุรี ตรวจ 'ไทยช่วยไทย X Local Low Cost' ดันสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ลดสูงสุด 60%
รัฐบาลลุยบูรณาการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร!
รัฐบาลเดินหน้าเชิงรุกเร่งบูรณาการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย 'เกษตร–อว.–แรงงาน' จับมือเดินหน้าสารพัดโครงการผ่านเทคโนโลยีและเสริมทักษะอาชีพ เพิ่มรายได้เกษตรกรไทย
สินค้า 'ไทยช่วยไทย' ดีเดย์ 1 พ.ค.นี้สั่งออนไลน์ได้ด้วย
'ไทยช่วยไทย' พร้อมดีเดย์ 1 พ.ค.นี้ ครอบคลุมแล้ว 710 อำเภอทั่วประเทศ จำหน่ายสินค้าจำเป็นราคาประหยัดถึงมือประชาชนทุกพื้นที่ สั่งออนไลน์ก็ได้
ไม่ต้องตื่น! รบ.แจงลูกหนี้ กยศ.หลังแอป กยศ.Connect คลาดเคลื่อน
รัฐบาลแจงลูกหนี้ 'กยศ.' อย่ากังวล หลังแอป กยศ. Connect คลาดเคลื่อนแสดงยอดหนี้ไม่ตรง ยืนยันผู้กู้ยืมเงินได้รับการบันทึกไว้ในระบบอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ไม่มีการสูญหายแต่อย่างใด
'กระจูดพัทลุง' ครองแชมป์สร้างมูลค่าสูงสุดสินค้า GI กลุ่มเครื่องปั้น-เครื่องจักสาน
รัฐบาลเผยสินค้า GI กลุ่มเครื่องปั้น เครื่องจักสาน และผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 400 ล้านบาท 'กระจูดพัทลุง' ครองแชมป์สร้างมูลค่าสูงสุด 150 ล้านบาท

